พังงา - กู้เรือลากจูง “วายเคพี มารีน” และเรือลำเลียง “นำทอง 39” ที่ถูกคลื่นซัดติดตื้นที่เกาะพระทอง จ.พังงา ยังไม่สำเร็จ แต่ได้นำเรือบาส และเรือเครนเข้าย้ายตู้สินค้าออกจากเรือลำเลียงทั้งหมดแล้ว รอให้คลื่นลมสงบและน้ำทะเลขึ้นสูงสุดถึงจะกู้เรือได้
จากกรณีเรือลากจูงวายเคพี มารีน และเรือลำเลียงบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ “นำทอง 39” ถูกคลื่นซัดเกยตื้นที่บริเวณชายหาดทะเลฝั่งอันดามัน ทิศตะวันตกของเกาะพระทอง ต.เกาะพระทอง อ.คุระบุรี จ.พังงา และยังไม่สามารถลากเรือออกจากจุดที่เกยตื้นได้
ความคืบหน้าล่าสุด วันนี้ (9 มิ.ย.) ว่าที่ ร.ต.กิตติภูมิ สมัยกลาง เจ้าพนักงานตรวจเรือชำนาญการ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาพังงา กล่าวว่า การกู้เรือลากจูงชื่อวายเคพี มารีน และเรือลำเลียงบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ ชื่อนำทอง 39 นั้น ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ศูนย์ควบคุมท่าเรือจังหวัดพังงา (ศคท.พังงา) ศรชล.ภาค 3 สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาพังงา และเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพังงา ได้ดำเนินการตรวจสอบการเกิดเหตุในเบื้องต้น พร้อมประสานเจ้าของผู้ดูแลเรือมาติดต่อเพื่อรายงานการเกิดอุบัติเหตุ พร้อมเรียกเอกสารหลักฐานต่างๆ ของเรือ ผู้ควบคุมเรือ คนประจำเรือ
ส่วนความคืบหน้าการกู้เรือลากจูง “วายเคพี มารีน” และเรือลำเลียง “นำทอง 39” ที่เกิดเหตุเกยตื้น มีการประสานงานกับเจ้าของเรือโดยการนำเรือบาส และเรือเครนมาเคลื่อนย้ายตู้สินค้าออกจากเรือลำเลียง “นำทอง 39” ใช้เรือทรักอีกลำเพื่อที่จะลากเรือลากจูง “วายเคพี มารีน” ออกจากบริเวณที่เกยตื้นใช้เรือทรัก 2 ลำ เพื่อลากเรือลำเลียง “นำทอง 39”ออกจากบริเวณที่เกยตื้น ทำการวางแผนตรวจสอบแบบแปลนเรือ เช่น GA PLAN SAFTY PLAN ซึ่งสภาพอากาศวันนี้มีคลื่นลมค่อนข้างแรง จึงไม่สามารถทำการกู้เรือได้ ทางเจ้าหน้าที่ต้องรอให้น้ำทะเลสงบและต้องรอให้น้ำทะเลขึ้นสูงสุดจึงสามารถกู้เรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ 126 ตู้ พร้อมให้ทางเจ้าของเรือปิดวาล์วต่างๆ ที่อยู่บนเรือทั้งหมดไม่ให้น้ำมันรั่วไหลออกมา พร้อมให้เร่งสูบน้ำออกจากใต้ท้องเรือทั้งหมด
ส่วนลูกเรือทั้งหมด 8 คน ทางเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการลงไป swab ทำการตรวจวัดอุณหภูมิ พร้อมกักตัวตรวจสอบตามกระบวนการขั้นตอนการป้องกันโรคโควิด-19 ทั้งนี้ ทางสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาพังงาจะวางแผนดำเนินการต่อไป


