xs
xsm
sm
md
lg

วิถีชีวิตชาวบ้านลำปํา “ทำนาในทะเลสาบ” ที่มีหนึ่งเดียวในปรเทศไทย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



พัทลุง - “ทำนาในทะเลสาบ” วิถีชีวิตของชาวบ้านลำปํา อ.เมืองพัทลุง หนึ่งเดียวในประเทศไทยที่มีการดำนาปลูกข้าวหลังระดับน้ำในทะเลสาบลดลง ที่สืบทอดมาตั้งแต่บรรพบุรุษ

วันนี้ (1 มิ.ย.) ชาวบ้านในพื้นที่ริมทะเลสาบสงขลา หมู่ 8 ต.ลำปํา อ.เมืองพัทลุง ที่มีบ้านเรือนตั้งอยู่ริมทะเล ใช้จังหวะช่วงน้ำในทะเลสาบลดลงต่างพากันทำนาข้าวในทะเลสาบ โดยใช้พื้นที่ริมชายฝั่งทะเลสาบที่ทอดยาวกว่า 5 กม. เพื่อทำการปักดำปลูกข้าวที่เป็นวิถีที่สืบทอดมาตั้งแต่บรรพบุรุษ เพื่อใช้ผลผลิตที่ได้เลี้ยงครอบครัว และถือว่าการทำนาในทะเลสาบมีแห่งเดียวในประเทศไทยก็ว่าได้

นางซิ่น พูลสวัสดิ์ อายุ 69 ปี หนึ่งในผู้ที่ได้รับการถ่ายทอดความรู้เรื่องวิธีการทำนาข้าวในทะเลสาบ เล่าว่า ใช้พื้นที่ประมาณ 4 ไร่ ทำนาข้าวริมทะเลสาบมานานหลายสิบปี และยังมีเพื่อนบ้านอีกหลายครัวเรือนทำเช่นเดียวกัน รวมพื้นที่ปลูกข้าวในหมู่บ้านกว่า 800 ไร่ ใช้เวลาราว 3 เดือนครึ่งในการปลูกข้าว


โดยจะเริ่มกันประมาณต้นเดือนมิถุนายน เก็บเกี่ยวช่วงปลายเดือนกันยายนของทุกปี ด้วยเหตุผลที่เลือกทำนาในช่วงเวลานี้ เพราะน้ำในทะเลสาบลดลง ทำให้สามารถปลูกข้าวได้ หากเกินช่วงเวลาดังกล่าวนาข้าวจะไม่ได้ผลผลิตเพราะน้ำทะเลจะหนุนสูงท่วมต้นข้าวเสียหาย

การเพาะปลูกข้าวที่นี่ต้องหาพันธุ์ข้าวที่ลำต้นแข็งแรง มีรากลึก และต้นข้าวเมื่อเจริญเติบโตแล้วต้องมีความสูง และสามารถต้านทานกับสภาพแรงลมและคลื่นขนาดเล็กที่ซัดเข้าหาฝั่งได้ ชาวบ้านจึงนิยมใช้พันธุ์ข้าว กข 55 และพันธุ์ข้าวหอมราชินี

สำหรับการดูแลรักษานั้นไม่ยุ่งยากและไม่ต้องใช้เงินในการซื้อปุ๋ย เนื่องจากพื้นที่บริเวณนี้มีตะกอนแร่ธาตุจากธรรมชาติไหลมาทับถมอยู่แล้ว และยังมีน้ำหล่อเลี้ยงตลอดเวลา ตามการขึ้นลงของน้ำในทะเลสาบเกษตรกรจึงได้รับผลผลิตอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย

เมื่อต้นข้าวเจริญเติบโตแล้วยังกลายเป็นแหล่งอาศัยของกุ้ง หอย ปู ปลาขนาดเล็กอีกด้วย ซึ่งเป็นผลพลอยได้ที่ชาวบ้านได้รับอีกทอดหนึ่ง ที่สำคัญการทำนาของชาวบ้านที่นี่ไม่ต้องใช้ทุน ใช้เพียงแรงเท่านั้น

นับเป็นอีกมุมหนึ่งของการท่องเที่ยววิถีชุมชนของชาวบ้านริมทะเลสาบสงขลา ที่เหมาะให้นักท่องเที่ยวได้มาเรียนรู้และเช็กอินมุมสวยๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา