ศูนย์ข่าวภูเก็ต - ผู้จัดการห้องอาหารโรงแรมดังในภูเก็ตไม่ยอมแพ้ภัยโควิด-19 มุ่งอาชีพเสริม เก็บลูกตีนเป็ดที่ไม่มีคนเห็นค่ามาทำเป็นตุ๊กตา สร้างแบรนด์ของตัวเอง “อาตี๋หุ่นยนต์ตีนเป็ด” ส่งขายห้างท้องถิ่นแค่ 2 เดือนเจาะได้ 11 สาขา
จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ตอย่างหนัก โดยเฉพาะภาคธุรกิจด้านการท่องเที่ยว โรงแรมหลายแห่งต้องปิดกิจการชั่วคราว บางแห่งลดวันทำงานของพนักงาน บางแห่งต้องปลดพนักงาน เนื่องจากแบกรับภาระที่เกิดขึ้นไม่ไหว ทำให้พนักงานโรงแรมต้องตกงานเนื่องจากถูกเลิกจ้างจำนวนมาก บางคนโชคดีที่ยังมีงานทำแต่รายได้ที่ได้รับกลับถูกลดลงประมาณ 50%
เช่นเดียวกับ "ติ๊ก ศุภชัย งามแป้น" ผู้จัดการห้องอาหารโรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ต ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 เหมือนกับคนอื่นๆ ที่ต้องลดวันทำงาน รายได้ลดลง 50% ทำให้ได้รับผลกระทบจากภาระค่าใช้จ่ายที่ยังเกิดขึ้นทุกวัน แต่เขาไม่ยอมแพ้ พยายามที่จะหารายได้จากทางอื่นมาจุนเจือครอบครัว เริ่มตั้งแต่การใช้เวลาว่างวันหยุดมาทำปุ๋ยหมัก ทำเครื่องดื่มม็อกเทลส่งขายตามร้านต่างๆ และสนามฟุตบอล พบว่าประสบความสำเร็จระดับหนึ่ง ทำให้มีรายได้เข้ามาเสริมบ้าง แต่ยังไม่ดีเท่าที่ควรเพราะการทำน้ำผลไม้นั้นทำส่งอาทิตย์ละครั้ง ซึ่งได้ลองผิดลองถูกมาหลายอาชีพ โดยพยายามที่จะมองหาชีพใหม่ที่ทำอย่างไรก็ได้ที่ไม่ต้องลงทุนมาก แต่พร้อมที่จะลงแรง
จนกระทั่งมาถึงอาชีพใหม่ล่าสุดที่หนุ่มคนนี่มองเห็นลู่ทางในการสร้างรายได้โดยไม่กระทบกับงานหลัก และใช้เงินเงินทุนไม่มาก ด้วยการทำผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ขึ้นมาจากสิ่งที่หลายคนมองไม่เห็นค่า หรืออาจจะมองว่าเป็นแค่ขยะ นั่นคือการเก็บลูกต้นเป็ดน้ำที่ตกอยู่บนถนนมาทำเป็นตุ๊กตาหุ่นยนต์ตีนเป็ด
โดย "ติ๊ก" ศุภชัย งามแป้น บอกว่า หลังจากลองผิดลองถูกมาหลายอาชีพ แต่ก็ยังไม่ปัง จึงมองหาว่าจะทำอะไรที่สามารถสร้างรายได้ให้แก่ครอบครัว และไม่เสียเวลางาน จนกระทั่งวันหนึ่งขณะที่ขับรถกลับจากทำงาน ระหว่างทางพบลูกตีนเป็ดน้ำ ซึ่งตอนนั้นยังไม่รู้ว่าลูกอะไรตกลงมาจากต้นเกลื่อนถนน จึงลองเก็บเอากลับมาที่บ้าน ซึ่งตอนนั้นยังไม่รู้ว่าจะเอามาทำอะไร แต่คิดว่าน่าจะมีประโยชน์บ้างจึงแวะเก็บทุกคืนจนได้หลายกระสอบ ว่างๆ ก็เอาแช่น้ำเอาเปลือกออกและนำมาขัดให้เหลือเพียงเปลือกแข็งๆ ซึ่งขัดไปเรื่อยๆ วันหนึ่งขัดได้ประมาณ 30-40 ลูก ช่วงแรกลองนำไปขายร้านดอกไม้โดยขายเป็นลูกๆ ครั้งแรกมีร้านช่วยซื้อได้เงินมา 60 บาท
แม้จะขายไม่ได้แต่ก็ยังไม่หยุด ยังคงแวะเก็บลูกต้นตีนเป็ดน้ำทุกคืนเอามาขัด เผื่อว่าจะยังขายได้ จนกระทั่งเกิดโควิด-19 ระลอก 3 ขึ้น มองว่าคงจะต้องทำอะไรให้เป็นเรื่องเป็นราวแล้ว เพราะไม่รู้ว่าโรคนี้จะหมดไปเมื่อไหร่ สถานประกอบการต่างๆ จะแบกรับภาระค่าใช้จ่ายไปได้อีกนานแค่ไหน แต่ค่าใช้จ่ายของเรายังเกิดขึ้นทุกวัน ซึ่งที่ผ่านมา มีการศึกษาข้อมูลการสร้างอาชีพอยู่ตลอด จึงลองเอาลูกเป็ดน้ำที่เก็บสะสมไว้มาทดลองทำเป็นหุ่นยนต์ขึ้นมา แรกๆ ออกมาไม่สวย เลยไปปรึกษากับช่างไม้เพื่อขอคำแนะนำในการต่อตัวหุ่นเพื่อให้แข็งแรง หลังจากนั้นนำมาปรับปรุงการทำงานของตนจนได้หุ่นยนต์จากลูกต้นตีนเป็ดที่มีความสวยงาม และแข็งแรงจึงทำสะสมไว้เรื่อยๆ
หลังจากได้ตัวผลิตภัณฑ์มาแล้ว ปัญหาอีกอย่างคือ เรื่องการทำตลาด ตอนนั้นยังไม่รู้เลยว่าทำแล้วจะส่งไปขายที่ไหน ขายอย่างไร แต่มีความโชคดีที่วันหนึ่งตนกลับจากทำงานแวะเก็บลูกเป็ดน้ำ และหุ่นที่ต่อเสร็จแล้วใส่ตะกร้ารถจักรยานยนต์ขับไปจอดริมถนนหลังหมู่บ้านเพื่อเก็บใบไม้มาทำปุ๋ยหมัก พบกับผู้ชายสูงอายุคนหนึ่งซึ่งมาวิ่งออกกำลังกาย เห็นลูกเป็ดน้ำในตะกร้ารถของตนก็แวะเข้ามาถามว่าลูกอะไร จะเอาไปทำอะไร ซึ่งตอนนั้นตนไม่ทราบว่าเป็นเจ้าของห้างซุปเปอร์ชีป
แต่ก็รู้สึกคุ้นๆ หน้า จึงบอกว่าเป็นลูกเป็ดน้ำ เอามาทำเป็นหุ่นยนต์ แต่ทำแล้วยังไม่รู้จะขายที่ไหน อยากเอาไปขายในห้างซุปเปอร์ชีป แต่ไม่รู้จะเข้าไปติดต่ออย่างไร ลองเอาไปเสนอหลายครั้งแล้วแต่ไม่ผ่าน ซึ่งท่านบอกว่าให้ลองเอาไปที่ห้างซุปเปอร์ชีปในวันรุ่งขึ้น ตนก็เอาไป ซึ่งทางผู้จัดการแจ้งว่าให้ทดลองเอาไปวางขาย โดยครั้งแรกเอาไปวางขาย 40 ตัว ทางห้างให้เวลาทดลองวางขาย 10 วัน ปรากฏว่าขายหมดภายในวันเดียว หลังจากนั้น ก็ตกลงให้ทำสัญญาเป็นผู้ค้ากับทางห้าง ต่อมานำไปวางขายเป็นครั้งที่ 2 ก็สามารถขายหมดในเวลาที่รวดเร็ว เมื่อเห็นว่าได้รับการตอบรับดีทางห้างก็ขอให้ส่งต่ออีก ซึ่งช่วงแรกยังไม่กล้ารับปากเพราะตนทำงานคนเดียวกลัวจะผลิตไม่ทัน แต่มาคิดอีกทีว่าไม่ควรปล่อยโอกาสตรงนี้ให้หลุดมือไป
จึงจ้างคนเก็บลูกตีนเป็ดมาส่งให้ รวมทั้งจ้างคนช่วยขัด 5 วัน ขัดได้ประมาณ 1,000 กว่าลูก เมื่อได้อุปกรณ์แล้วจึงเข้าไปหาทางซุปเปอร์ชีป แจ้งว่ามีวัตถุดิบพร้อมที่จะทำส่งแล้ว โดยทางห้างให้เวลา 2 วัน ในการผลิตตุ๊กตาหุ่นยนต์ตีนเพื่อส่งขายไปยัง 8 สาขาของห้าง ให้ส่งสาขาละ 5 ตัว ซึ่งตอนนั้นเวลาแค่ 5 วันทำ 40 ตัว ไม่ทันแน่ๆ แต่เมื่อรับปากแล้วก็ต้องทำให้ได้ จึงชวนเพื่อนๆ ที่ว่างงาน ไม่มีงานทำ มาช่วยกันทำ โดยให้ค่าแรงวันละ 400 บาท จ้าง 2 วัน ซึ่งตอนนั้นคิดว่าขาดทุนแน่ แต่ไม่เป็นไร เพื่อเพื่อนจะได้มีเงินใช้ และเรามีงานส่ง จากวันนั้นจนถึงวันนี้ตนสามารถส่งตุ๊กตาหุ่นยนต์ตีนเป็ดให้ห้างซุปเปอร์ชีป ได้แล้วถึง 11 สาขาในนามแบรนด์ “อาตี๋” handmade หุ่นยนต์ประดิษฐ์
ซึ่งนอกจากจะส่งขายในห้างท้องถิ่นแล้ว ยังขายทางออนไลน์ด้วย ซึ่งผลตอบรับดี รวมทั้งยังมองตลาดโรงแรม และตลาดของที่ระลึก รวมถึงตลาดสินค้าโอทอป ซึ่งขณะนี้งานของตนได้รับการรับรองเป็นผลิตภัณฑ์สินค้าโอทอปแล้วด้วย
"ติ๊ก" ศุภชัย งามแป้น ยังกล่าวต่อไปว่า สำหรับการหันมาทำอาชีพเสริมดังกล่าว ตนได้ชวนเพื่อนๆ ที่ว่างงานมาช่วยกันทำด้วย เพื่อให้หลายคนได้มีงานทำพอมีรายได้เสริม ในช่วงเกิดวิกฤตโควิด-19 เพราะทุกคนได้รับความเดือดร้อนกันหมด แต่ขอให้ต่อสู้ไปพร้อมกันอย่ามัวมานั่งรอความช่วยเหลือจากคนอื่นที่ไม่รู้เมื่อไหร่จะมาถึง ตนยังเป็นที่พึ่งของตนได้เสมอตราบใดที่เราไม่ท้อเราก็จะเดินไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง


