xs
xsm
sm
md
lg

กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้ายันแนวร่วม “BRN” ยิง-เผารถส่งสินค้าจากหาดใหญ่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ปัตตานี - คืบหน้าเหตุยิง-เผารถขนส่งสินค้าที่สายบุรี จนมีผู้เสียชีวิต 3 ราย โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เผยผลการตรวจปลอกกระสุนชี้ชัดเกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ พบใช้ก่อเหตุมาแล้วหลายคดี ซัด BRN ปฏิเสธแต่ยังคงมีปฏิบัติการบิดเบือนใส่ร้ายเจ้าหน้าที่ หวังสร้างความแตกแยกในสังคม

วันนี้ (26 เม.ย.) พ.อ.เกียรติศักดิ์ ณีวงษ์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวถึงเหตุการณ์คนร้ายยิงและเผารถขนส่งสินค้าจาก อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา มีผู้เสียชีวิต 3 รายว่า ผลการตรวจสอบวัตถุพยานในที่เกิดเหตุพบว่า ผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืน 4 กระบอกในการก่อเหตุ ประกอบด้วย อาวุธสงคราม ปืน AK 102, M 16 และปืนสั้นขนาด 9 มม. อีก 2 กระบอก ใช้กระสุนรวมกันถึง 52 นัด โดยเฉพาะปืน AK 102 มีประวัติใช้ก่อเหตุมาแล้วหลายคดี ส่วนปืนสั้นอีก 2 กระบอกใช้ก่อเหตุรวมกัน 8 คดี เป็นเหตุการณ์ความมั่นคง 6 คดี

“ดังนั้น ทำให้เชื่อได้ว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นการกระทำของกลุ่มแนวร่วมขบวนการ ที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่เพื่อตอบโต้เจ้าหน้าที่ จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ยิงคนร้ายที่ขว้างระเบิดไปป์บอมบ์ใส่ฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบลลูโบะบายะ ใน อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส เสียชีวิต 1 คน และจับได้ 2 คน” พ.อ.เกียรติศักดิ์ กล่าว

พ.อ.เกียรติศักดิ์ กล่าวว่า เพจ BRN ได้ปฏิเสธทันที อ้างว่า BRN เพิ่งสูญเสียทหาร อยู่ในช่วงไว้อาลัยให้ครบ 7 วัน และมีคำสั่งให้หน่วยกำลังหยุดปฏิบัติการในห้วงเวลาดังกล่าว พร้อมได้บิดเบือนให้เข้าใจผิดว่าเจ้าหน้าที่รัฐเป็นผู้กระทำ เพื่อหวังใส่ร้ายเจ้าหน้าที่และสร้างความแตกแยกในสังคมระหว่างไทยพุทธและมุสลิม อีกทั้งยังปฏิบัติการสวนทางกับที่เผยแพร่นั่นคือ เมื่อช่วงเย็นวานนี้ คนร้ายขว้างระเบิดแสวงเครื่องไปป์บอมบ์ขว้างใส่จุดบริการประชาชน ทำให้ตำรวจเสียชีวิต 1 นาย และบาดเจ็บ 1 นาย

พ.อ.เกียรติศักดิ์ กล่าวว่า กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า จึงขอให้ประชาชนโปรดได้ใช้วิจารณญาณในการรับรู้ข่าวสารในขณะนี้ วิเคราะห์และประมวลผลจากช่องทางที่มีความน่าเชื่อถือ เพื่อจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อจากการปฏิบัติการข่าวสารจากกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงและแนวร่วมที่มุ่งหวังสร้างความเข้าใจผิดและความแตกแยกให้เกิดขึ้นในพื้นที่ กอปรกับในห้วงเวลานี้เป็นห้วงเดือนรอมฎอนอันประเสริฐของชาวมุสลิมทั่วโลก เป็นช่วงเวลาแห่งการทำความดีละเว้นความชั่วทั้งปวง แต่กลุ่มผู้ก่อเหตุกลับมุ่งที่จะสร้างสถานการณ์ทำลายชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนผู้บริสุทธิ์ด้วยความโหดเหี้ยม อันเป็นพฤติกรรมที่ขัดกับหลักคำสอนของศาสนาอย่างร้ายแรง