ศูนย์ข่าวภูเก็ต - จังหวัดภูเก็ตใช้ยาแรงเผด็จศึกโควิด-19 ให้หมดไปจากเกาะ วางมาตรการคัดกรองคนจากพื้นที่สีแดงเข้มข้น ไม่ฉีดวัคซีน 2 โดส ไม่ผ่านการสวอปหาเชื้อโควิด-19 ต้องทำ Rapid Test ทุกคนที่สนามบิน และ 21 จังหวัดพื้นที่สีแดงและติดเชื้อสูง ที่ด่านท่าฉัตรไชย 22-30 เม.ย.นี้ ตัวเลขติดเชื้อไม่ลด ปรับมาตรการใหม่
การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ในเดือนเมษายน 2564 นี้ ภูเก็ตเป็นหนึ่งในพื้นที่ควบคุมการแพร่ระบาดสูง หรือพื้นที่สีแดง 18 จังหวัด เนื่องจากพบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่พบผู้ติดเชื้อคนแรกเมื่อวันที่ 3 เม.ย. จนล่าสุดเมื่อวันที่ 25 เม.ย.ที่ผ่านมา ภูเก็ตมีผู้ติดเชื้อทั้งหมด 335 คน โดยติดมาจากคลัสเตอร์สถานบันเทิงทองหล่อ และการจัดปาร์ตี้ใน 3 สถานบันเทิงภูเก็ต ทั้งคาเฟ่ เดลมาร์ เซลเทอ และ อิลลูชั่น ซอยบางลา หาดป่าตอง และแพร่กระจายสู่คนในครอบครัว และในชุมชน
ถึงแม้ว่าตัวเลขการแพร่ระบาดจะเพิ่มสูงขึ้น เฉลี่ยวันละ 20 คน และมีการเปิดใช้โรงพยาบาลสนาม ที่ศูนย์กีฬามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต 150 เตียง และเปิดใช้ในเฟสแรก 70 เตียง และเตรียมความพร้อมไว้ที่หอประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ในเฟสแรกอีก 70 เตียง เพื่อรองรับผู้ป่วยที่มีอาการดีขึ้น
จังหวัดภูเก็ตได้ดำเนินการมาตรการสกัดกั้นการแพร่ระบาด ได้มีการสั่งปิดสถานบันเทิงทั้งหมดในพื้นที่ซึ่งเป็นแหล่งแพร่เชื้อและคิดว่าหากยังให้เปิดบริการจะมีการแพร่เชื้อเพิ่มขึ้นอีก ตรวจหาเชื้อเชิงรุกในจุดที่มีการแพร่เชื้อสูง เช่น ซอยบางลา หาดป่าตอง ที่ตั้งสถานบันเทิงต้นตอการแพร่เชื้อให้แก่พนักงานและที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง แต่ไม่ได้มีมาตรการที่จะสกัดกั้นไม่ให้คนเดินทางเข้ามายังเกาะภูเก็ต เนื่องจากในช่วงดังกล่าวเป็นวันหยุดยาวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ที่คาดกันว่าจะมีคนไทยเดินทางมาท่องเที่ยวภูเก็ตไม่ต่ำกว่าวันละ 10,000-15,000 คน มีการจองโรงแรมที่พักเป็นจำนวนมาก ประมาณการว่าจะสร้างรายได้ให้เกาะภูเก็ตไม่ต่ำกว่า 2,300 ล้านบาท
แต่ไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ เพราะเมื่อมีการแพร่ระบาด คนไทยเกิดความไม่มั่นใจการเดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่ที่มีแพร่ระบาดสูงอย่างภูเก็ต มีการยกเลิกการจองห้องพักโรงแรม 15% เลื่อนการเดินทาง 20-30% ทำให้รายได้ที่เกิดขึ้นลดลงไปเหลือเพียง 1,000 กว่าล้านบาท
การไม่ดำเนินการสกัดกั้นการแพร่ระบาดโควิด-19 ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่เข้มข้นกว่ามาตรการทั่วๆ ไปเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ว่า เพื่อให้คนจากพื้นที่ต่างๆ เดินทางเข้ามาภูเก็ตในช่วงวันหยุดยาว สร้างรายได้ และกระตุ้นเศรษฐกิจของภูเก็ตที่ซบเซามาเป็นเวลากว่า 1 ปีแล้ว เป็นสิ่งที่หลายฝ่ายเข้าใจ และคาดหวังว่าจังหวัดภูเก็ตจะใช้มาตรการที่เข้มข้นขึ้นในการสกัดกั้นการแพร่ระบาดเมื่อสิ้นสุดเทศกาลสงกรานต์
ภายหลังเทศกาลสงกรานต์ จังหวัดภูเก็ตได้ขยับมาตรการให้เข้มข้นขึ้น สั่งปิดกิจการต่างๆ ที่คิดว่าเป็นสถานที่เสี่ยงตามมาตรการของ ศบค.และ บางมาตรการดำเนินการที่เข้มข้นกว่า เช่น ปิดบริการดำน้ำ ทั้งดำน้ำตื้น น้ำลึก เนื่องจากพบผู้ติดเชื้อกว่า 10 ราย มาจากกิจกรรมดำน้ำ และดำเนินการตามมาตรการต่างๆ ไม่หย่อนไปกว่ามาตรการของ ศบค.
แต่ตัวเลขผู้ติดเชื้อไม่มีแนวโน้มว่าจะลดลงแต่อย่างใด พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เฉลี่ยวันละ 20 คน และมีการประมาณการว่าหากอัตราการติดเชื้อยังคงอยู่ระดับนี้ สิ้นเดือน พ.ค.นี้ ภูเก็ตจะมีตัวเลขผู้ติดเชื้อไม่ต่ำกว่า 500 คน
แม้ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 จะสูงแค่ไหน การพิจารณามาตรการต่างๆ ของภูเก็ตนั้น ได้ยึดหลักสร้างความบาลานซ์ระหว่างการป้องกันการแพร่เชื้อโควิด-19 กับการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคเอกชน ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวไม่ต้องการให้ภูเก็ตสกัดกั้นการแพร่ระบาดด้วยการ “กักตัว” ผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่สีแดง เพราะมาตรการในการกักตัวนั้นจะทำให้คนไม่เดินทางมาภูเก็ตอย่างแน่นอน และหากใช้มาตรการกักตัวกว่าที่คนจะเกิดความเชื่อมั่นและเดินทางมาท่องเที่ยวในรอบใหม่นั้นจะต้องใช้เวลาเป็นปีๆ ความเชื่อมั่นถึงจะกลับมา
เมื่อตัวเลขผู้ติดเชื้อไม่ลดลง การสกัดกั้นการนำเชื้อจากภายนอกที่เป็นพื้นที่สีแดง ด้วยมาตรการ “กักตัว” ไม่สามารถทำได้ จังหวัดภูเก็ตจึงเลือกที่จะใช้มาตรการในการคัดกรองคนที่จะเดินทางเข้ามาให้กระทบการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจน้อยที่สุด และสามารถป้องกันคนจากภายนอกนำเชื้อมาแพร่ในพื้นที่ภูเก็ตให้น้อยที่สุดเช่นกัน แม้ว่าการเดินทางมาท่องเที่ยวภูเก็ตหลังสงกรานต์จะลดลงก็ตาม
ภูเก็ตจึงใช้ยาแรงขึ้นในการสกัดการแพร่ระบาด ดังนั้น เมื่อวันที่ 19 เม.ย.ที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต ครั้งที่ 28/2564 ซึ่งมีนาย ณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธาน ได้พิจารณาถึงมาตรการสกัดกั้นการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 โดยมีเป้าหมายสกัดกั้นให้เชื้อโควิด-19 หมดไปจากเกาะภูเก็ตภายในสิ้นเดือน เม.ย.นี้ จึงได้เห็นชอบมาตรการในการคัดกรองผู้ที่จะเดินทางเข้ามายังจังหวัดภูเก็ตจากพื้นที่ควบคุมเสี่ยงสูง (พื้นที่สีแดง) 17 จังหวัดทุกช่องทาง ทั้งทางสนามบินภูเก็ต ด่านท่าฉัตรไชย และท่าเรือ โดยทางจังหวัดภูเก็ตจะอนุญาตให้บุคคลเข้าพื้นที่ภูเก็ตก็ต่อเมื่อบุคคลนั้นๆ ผ่านการฉีดวัคซีนโควิด-19 ครบ 2 เข็ม มีใบแสดงผลการตรวจหาเชื้อโควิด-19 แบบ RT-PCR ภายใน 72 ชั่วโมง และไม่พบเชื้อโควิด-19
ส่วนกรณีที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม และไม่ได้ทำการตรวจหาเชื้อแบบ RT-PCR จะต้องผ่านการตรวจหาเชื้อแบบ Antigen Rapid Test ที่สนามบินภูเก็ตทุกคนที่เดินทางผ่านมาทางสนามบิน หรือด่านท่าฉัตรไชย เฉพาะคนที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงสูงตามที่ ศบค.กำหนด 17 จังหวัดฟรี โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ซึ่งค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นนั้นทางสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการตรวจให้ ใช้เวลาตรวจประมาณ 20-30 นาที รู้ผล หากผลตรวจไม่พบเชื้อสามารถเดินทางเข้าภูเก็ตได้ และหากพบเชื้อโควิด-19 จะส่งเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลต่อไป โดยผู้ที่เดินทางมาทางสนามบินนั้นจะต้องตรวจหาเชื้อทุกคนไม่ว่าจะมีจากพื้นที่เสี่ยงหรือพื้นที่ใดก็ตาม ส่วนด่านท่าฉัตรไชยนั้น จะตรวจเฉพาะผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง 17 จังหวัด และคนภูเก็ตที่เดินทางออกจากเกาะภูเก็ตเมื่อกลับเข้ามาจะต้องตรวจหาเชื้อทุกคนเช่นกัน หากฉีดวัคซีนไม่ครบ 2 โดส หรือไม่มีใบรับรองตรวจหาเชื้อโควิด-19
นอกจากนี้ ทุกคนที่เข้าเกาะภูเก็ตจะต้อง ดาวน์โหลด “หมอชนะ” และยินยอมเปิด Share Location ตลอดที่อยู่ในภูเก็ต และลงทะเบียนเข้าเกาะภูเก็ตที่ www.gophuget.com รวมไปถึงเมื่อเข้ามายังเกาะภูเก็ตแล้วจะต้องรายงานตัวต่อศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้สถานการณ์ในภาวะฉุกเฉินระดับตำบล (EOC) กรณีพักบ้านญาติ หรือ หากพักโรงแรมทางโรงแรมจะต้องรายงานต่อ EOC พร้อมทั้งบันทึกการเดินทางของผู้เข้าพักรายนั้นๆ ขณะที่อยู่ในภูเก็ตทุกวันไปยัง EOC ทุกวันเช่นกัน เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการสอบสวนโรคหากมีการนำเชื้อเข้ามาแพร่ในภูเก็ตจากบุคคลภายนอกที่เข้ามา
สำหรับผู้ที่มีหน้าที่ในการขนส่งสินค้าโดยไม่แวะค้างคืนในจังหวัดภูเก็ต และมีจดหมายรับรองจากต้นสังกัดมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ประจำด่านท่าฉัตรไชยแล้วว่าจะนำสินค้าอะไร ไปส่งที่ไหน หากเดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงก็ต้องตรวจหาเชื้อโควิด-19 เช่นกัน
นอกจากนี้ ทางจังหวัดจะทำการตรวจหาเชื้อเชิงรุกในพื้นที่ภูเก็ตตามจุดต่างๆ ที่มีการแพร่ระบาด รวมไปถึงประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้การป้องกันการแพร่ระบาดไปยังกลุ่มชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในภูเก็ต และกลุ่มแรงงานต่างด้าว
และที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต ครั้งที่ 30/2564 เมื่อวันที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมา ได้เพิ่มจังหวัดที่มีการแพร่ระบาดสูงอีก 4 จังหวัด ที่เดินทางเข้าภูเก็ตจะต้องตรวจหาเชื้อโควิด-19 ประกอบด้วย จังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช นราธิวาส และภูเก็ต โดยคนภูเก็ตที่เดินทางออกนอกเกาะเมื่อเข้าสู่พื้นที่จะต้องผ่านการตรวจหาเชื้อโควิด-19 เช่นกัน
มาตรการดังกล่าวจะบังคับใช้ระหว่างวันที่ 22-30 เมษายน 2564 นี้ เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยทางจังหวัดได้ตั้งธงไว้ว่า “ภูเก็ตจะเผด็จศึกโควิด” ให้หมดไปจากเกาะภูเก็ต ภูเก็ตจะเดินไปถึงจุดที่ปลอดจากเชื้อโควิด-19 อีกครั้งหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของทุกคน และมาตรการในการสกัดกั้นการแพร่เชื้อจากบุคคลนอกเกาะจะได้ผลมากน้อยแค่ไหน


