นครศรีธรรมราช - แค้นฝังหุ่น! เจ้าของหมาพิตบูลคุกคามครอบครัวเจ้าของร้านค้าปลีกใน อ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช จากเหตุคว้าเก้าอี้ขวางหมาไม่ให้เข้าทำร้ายลูก 3 คน ล่าสุด พาพวกพกปืนยิงบ้าน เหยื่อสุดทนแจ้งตำรวจดำเนินคดี
วันนี้ (25 เม.ย.) นายบัณฑิต เกลียวจิตต์ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 28/16 เจ้าของร้านค้าปลีกในพื้นที่ หมู่ 1 ต.นาพรุ อ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช ได้ร้องเรียนพฤติกรรมของคู่กรณีที่บุกเข้ายิงอาคารพาณิชย์ของตัวเอง พร้อมทั้งได้แจ้งความดำเนินคดีต่อคู่กรณีรายนี้ต่อพนักงานสอบสวน สภ.พระพรหม เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุถูกคู่กรณีใช้อาวุธปืนยิงขึ้นไปบนห้องชั้น 4 ของอาคารพาณิชย์หลังนี้
โดยผู้เสียหายรายนี้ได้นำเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่า อยู่บริเวณชั้น 4 เป็นห้องที่ไม่มีคนอาศัย โดยคู่กรณีได้ใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาดยิงมาจากด้านนอก กระสุนถูกกระจกบานเกล็ดแตก และเข้ามาอยู่ภายในห้อง เจ้าหน้าที่ได้เก็บหัวกระสุนไว้เป็นหลักฐานแล้ว โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นประมาณเวลา 20.30 น. ของวันที่ 23 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งนับว่าโชคดีที่ลูก และครอบครัวอาศัยอยู่บนชั้น 3 ไม่ถูกกระสุนปืน หากคู่กรณียิงกดลงมาอีกชั้นไม่พ้นต้องโดนครอบครัวแน่นอน เนื่องจากจุดอาศัยอยู่ตรงกับหน้าต่างพอดี
นายบัณฑิต เกลียวจิตต์ เจ้าของอาคารพาณิชย์รายนี้ เปิดเผยว่า เหตุความไม่พอใจของคู่กรณีรายนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมาเกือบ 1 ปีแล้ว เขายังอาศัยอยู่ใกล้กับร้านของตนเอง เขาเลี้ยงสุนัขพันธุ์พิตบูลไว้ วันที่เริ่มเกิดเหตุครั้งแรกสุนัขได้หลุดจากโซ่ และกำลังจู่โจมจะทำร้ายลูกของตนเอง ซึ่งเหตุเกิดต่อหน้า ด้วยความตกใจจึงคว้าเก้าอี้พลาสติกมาขว้างใส่สุนัขไม่ให้เข้าทำร้ายลูก 3 คน ที่อยู่หน้าบ้าน อายุ 5 ขวบ 6 ขวบ และ 8 ขวบ
แต่การขวางสุนัขเข้าทำร้ายลูก กลายเป็นว่าได้สร้างความโกรธแค้นให้คู่กรณีรายนี้อย่างมาก หลังจากนั้น ได้มีพฤติการณ์คุกคามครอบครัวเรื่อยมา เช่น มาจอดรถหน้าบ้าน ตะโกนด่าบ่อยครั้ง และทำร้ายร่างกายเมื่อครั้งไปเจอบนที่ว่าการอำเภอ ซึ่งครั้งนั้นด้วยความใจเย็นยังไม่เอาเรื่อง ต่อมา ก่อนที่จะเกิดเหตุยิงบ้านยังขี่รถผ่านหน้าบ้านแล้วตะโกนด่า หลังจากนั้นไม่นานได้เกิดเหตุการณ์ขึ้น โชคดีที่กระสุนไม่ถูกใคร
นายบัณฑิต ยังระบุด้วยว่า ช่วงการยิงบ้านนั้นเขารู้ว่าหน้าบ้านมีกล้องวงจรปิด จึงไปก่อเหตุด้านหลังที่ไม่มีกล้อง แต่ได้ไปหาภาพวงจรปิดหลังจากเกิดเหตุไว้ได้แล้ว ขณะที่กำลังออกจากซอย โดยพบว่าคู่กรณีรายนี้ได้ใช้รถจักรยานยนต์พากลุ่มวัยรุ่นอย่างน้อย 6 คน ที่ปรากฏในกล้องมาร่วมก่อเหตุด้วย และมั่นใจว่าเป็นการก่อเหตุโดยเจ้าของสุนัขรายนี้ เนื่องจากปรากฏอยู่ในภาพ และตนเองไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับใครเลย และวิตกว่าจะบานปลายถึงขั้นจะต้องถูกเอาชีวิต
ส่วนการดำเนินคดีนั้น ทางพนักงานสอบสวน สภ.พระพรหม ได้เข้าเก็บหัวกระสุนในที่เกิดเหตุแล้ว และอยู่ในระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมทั้งข้อมูลอาวุธปืนของคู่กรณี ซึ่งขณะนี้คดีมีความคืบหน้าในระดับหนึ่งแล้ว


