สตูล - ชาวมานิสตูลอพยพออกจากหมู่บ้านหายไปเกินครึ่ง หลังเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด ประกาศปิดแหล่งท่องเที่ยวทุกแห่ง และเส้นทางธรรมชาติ ด้านผู้ประกอบธุรกิจล่องแก่งยอมรับบรรยากาศการท่องเที่ยวชะงักจากพิษโควิด-19 และความอดอยาก
วันนี้ (21 เม.ย.) ที่หมู่บ้านชาวมานิ ชนกลุ่มน้อยซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านวังนาใน หมู่ 10 ต.น้ำผุด อ.ละงู จ.สตูล วันนี้เงียบเหงาไม่มีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมวิถีชีวิตชาวบ้านเหมือนก่อน หลังทางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด ได้ประกาศปิดแหล่งท่องเที่ยว และเส้นทางธรรมชาติทุกแห่ง ซึ่งรวมทั้งหมู่บ้านชาวมานิด้วย เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างไม่มีกำหนด
ส่งผลให้ชาวมานิที่เคยได้สิ่งของบริจาค และปัจจัยจากนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมหดหายไปด้วย เงินจากภาครัฐที่เคยเยียวยาจากโครงการเราชนะก็หมดแล้ว เนื่องจากคนในหมู่บ้านชาวมานิเป็นครอบครัวใหญ่ มีเด็กๆ เยอะทำให้ต้องมีการแบ่งปันกันกิน และทุกวันนี้ต้องออกไปหาหัวมัน และเผือกมาเผากินเพื่อประทังชีวิต
“เฒ่าไข่” หรือกำนันไข่ ผู้นำในหมู่บ้านชาวมานิ ยอมรับว่า นอกจากนักท่องเที่ยวจะลดน้อยลง และหายไปในที่สุด หลังมีการประกาศมาตรการป้องกันโควิด-19 นั้น หลายครอบครัวทั้งคนหนุ่มสาวชาวมานิก็อพยพครอบครัวเข้าป่าไปหาอาหาร เพราะที่หมู่บ้านอาหารไม่เพียงพอ หลายครอบครัวออกเข้าป่าไปครั้งละ 1-2 เดือน หรือจนกว่าจะได้ข่าวว่าหมู่บ้านมีอาหารที่เพียงพอก็จะกลับมาอีกครั้ง ทุกวันนี้กินเผือกกินหัวมันเผาจากที่หามาประทังชีวิต หากมีนักท่องเที่ยวมาบ้างก็จะมีรายได้บ้างจากการเยี่ยมชมวิถีชีวิต แต่ถึงอย่างไรหากรัฐบาลเยียวยาอีกก็คงจะดี
ด้าน น.ส.สุชีพ ชูชุม ผู้ประกอบการล่องแก่งโฮมสเตย์ ยอมรับว่า การท่องเที่ยวส่งผลกระทบต่อหมู่บ้านชาวมานิเช่นกัน เพราะที่ผ่านมานักท่องเที่ยวจะเอาข้าวสาร อาหารแห้ง และปัจจัยใจมาให้ที่เข้ามาเที่ยวชม แต่เมื่อไม่มีก็จะขาดรายได้เช่นกัน เท่าที่เห็นจะอพยพออกจากหมู่บ้านแห่งนี้ไปจำนวนมากแล้ว จนเกือบจะไม่มีใครอยู่แล้ว
สำหรับหมู่บ้านชาวมานิ มีคนหนุ่มสาว และครอบครัวชาวมานิอยู่ร่วม 100 คน มาวันนี้อาศัยอยู่เพียงไม่เกิน 20 คน เพราะความอดอยาก และโรคภัยไข้เจ็บที่ระบาด ทำให้ต้องอพยพเข้าป่าเพื่อไปหาเลี้ยงชีพ


