ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - คนไทยในมาเลเซียที่วีซ่าขาด หรืออยู่เกินระยะเวลาที่กำหนด รวมถึงกรณีอาศัยแบบผิดกฎหมาย ต่างทยอยเดินทางกลับประเทศทางด่านพรมแดนสะเดา และด่านพรมแดนเบตง ซึ่งเปิดรับคนไทยกลุ่มนี้ 2 วัน ตั้งแต่วันที่ 19 กับ 21 เม.ย.นี้ โดยมีการคัดกรองโควิด-19 สูงสุด และกักตัว 14 วัน
วันนี้ (19 เม.ย.) บรรยากาศที่ด่านพรมแดนสะเดา อ.สะเดา จ.สงขลา ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา เริ่มมีกลุ่มคนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศมาเลเซีย และวีซ่าขาด หรืออยู่เกินระยะเวลาที่กำหนด รวมถึงกรณีอาศัยแบบผิดกฎหมาย ทยอยเดินทางกลับประเทศอย่างต่อเนื่องเป็นวันแรก ซึ่งคนไทยกลุ่มนี้มีอยู่ทั้งหมด 300 คน โดยจะเปิดให้เดินทางกลับประเทศ 2 วัน คือวันที่ 19 กับวันที่ 21 เม.ย.นี้ และเฉพาะวันนี้มี 119 คน ส่วนที่เหลืออีก 181 คน จะเดินทางกลับมาในวันที่ 21 เม.ย.นี้
ซึ่งเป็นผลมาจากที่ประเทศมาเลเซีย ประกาศขีดเส้นตายให้ชาวต่างชาติที่อยู่ในประเทศเกินระยะเวลาที่กำหนดต้องเดินทางออกจากประเทศมาเลเซียให้หมดภายในวันที่ 21 เม.ย.นี้ และเป็นมาตรการที่มีผลพวงมาจากการระบาดของโควิด-19 ในประเทศมาเลเซีย หลังจากผ่อนผันมาหลายครั้ง
สำหรับกลุ่มคนไทยที่เดินทางกลับมาจากประเทศมาเลเซียทุกคนจะต้องผ่านกระบวนการคัดกรองโควิด-19 สูงสุดจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ กรณีกลุ่มเสี่ยงเป็นไข้จะถูกคัดแยกส่งต่อไปยังโรงพยาบาลทันที ซึ่งมีรถพยาบาลฉุกเฉินมาเตรียมพร้อมที่ด่าน ส่วนอาการปกติจะส่งไปกักตัวที่โรงแรมสยามธนา บ้านด่านนอก เขตเทศบาลตำบลสำนักขาม ซึ่งเป็นสถานที่ที่รัฐจัดให้
สำหรับคนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศมาเลเซียอย่างถูกต้อง นอกเหนือจากกลุ่มนี้ยังคงสามารถลงทะเบียนเดินทางกลับประเทศทางด่านพรมแดนสะเดาได้สัปดาห์ละ 3 วัน คือวันจันทร์ วันพุธ และวันศุกร์
ส่วนที่ด่านพรมแดนเบตง อ.เบตง จ.ยะลา ภายหลังเจ้าหน้าที่ทั้ง 2 ประเทศเปิดประตูด่านพรมแดนเพื่อเปิดรับกลุ่มคนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศมาเลเซีย และวีซ่าขาด หรืออยู่เกินระยะเวลาที่กำหนด รวมถึงกรณีอาศัยแบบผิดกฎหมาย ทยอยเดินทางกลับประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งวันแรกมีคนไทยกลุ่มนี้ จำนวน 30 คน


