ศูนย์ข่าวภูเก็ต - “พัชทรี โฮลดิ้ง” ทุ่มอีก 120 ล้าน ต่อเรือไฟฟ้าเพิ่มอีก 4 ลำ ให้บริการนักท่องเที่ยวตั้งแต่เดือน ต.ค.มั่นใจนักท่องเที่ยวเข้ามาแน่เดือน เผยชาวต่างชาติสนใจใช้บริการ ขณะที่เดือน เม.ย.เริ่มมียอดจอง เชื่อการท่องเที่ยวดีขึ้นแน่
นายไชยา ระบือพล กรรมการผู้จัดการบริษัท พัชทรี โฮลดิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทนำเที่ยว และผู้บริหารจัดการท่าเรืออ่าวปอ รวมทั้งตัวแทนจำหน่ายเรือไฟฟ้า กล่าวถึงการท่องเที่ยวในช่วงสงกรานต์ รวมทั้งการเตรียมความพร้อมของผู้ประกอบการท่องเที่ยวทางทะเลเพื่อรองรับการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ว่า สำหรับสถานการณ์การท่องเที่ยวของภูเก็ตเริ่มดีขึ้นอีกครั้งหลังจากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. งเป็นตนไปพบว่ามีนักท่องเที่ยวจองเที่ยวทางทะเลจำนวนเพิ่มมากขึ้น โดยที่ท่าเทียบเรืออ่าวปอพบว่า มีบริษัทนำเที่ยว 4-5 บริษัทที่เริ่มเปิดให้บริการอีกครั้ง โดยช่วงดังกล่าวมีเรือออกจากท่าประมาณวันละ 10 ลำ นักท่องเที่ยวอยู่ที่ประมาณ 300-400 คน คิดว่าถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงแนวโน้มการท่องเที่ยวจะดีขึ้นอย่างแน่นอน
ส่วนเดือน ก.ค. ที่รัฐบาลนำร่องเปิดรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ คิดว่าจะมีเรือวิ่งให้บริการนักท่องเที่ยวได้ประมาณ 50 ลำ จำนวนนักท่องเที่ยวก็จะอยู่ที่ประมาณ 500-600 คน ซึ่งจำนวนผู้ใช้บริการก็จะอยู่ที่ประมาณ 30% ของจำนวนนักท่องเที่ยวก่อนเกิดโควิด-19 ระบาด โดยช่วงนั้นจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาใช้บริการวันละประมาณ 2,000-3,000 คน โดยในช่วงนี้ยอดที่จองเข้ามาส่วนใหญ่ยังคงเป็นนักท่องเที่ยวคนไทย และกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มากับเรือยอชต์ แต่เชื่อว่าหลังจากมีการเปิดเมืองรับนักท่องเที่ยวจริงๆ จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาแน่นอน โดยนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการท่าเทียบเรืออ่าวปอส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางไปท่องเที่ยวอ่าวพังงา เกาะยาว เกาะไข่
สำหรับในเรื่องของการเตรียมความพร้อมในส่วนของภาคเอกชนนั้นขณะนี้ถือว่าพร้อมแล้วในการที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยว แต่จะทำอย่างไรให้โรงแรมที่ปิดอยู่ได้เปิดให้บริการในช่วงที่มีการเปิดประเทศ เพราะถ้าเปิดประเทศจริงๆ เชื่อว่าในเดือน ต.ค.นักท่องเที่ยวเข้ามาล้นแน่นอน ทางภาครัฐควรจะเข้าไปช่วยเหลือเพื่อให้โรงแรมที่ยังปิดอยู่ให้สามารถเปิดบริการได้ เพื่อที่จะเตรียมความพร้อมในการรับนักท่องเที่ยว เพราะเชื่อว่าเดือน ต.ค.นี้นักท่องเที่ยวเข้าแน่แม้ว่าจะไม่ดีเหมือนปี 62 แต่รายได้คิดว่าไม่น่าจะลดลงไปมากนักเพราะกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเชื่อว่าน่าจะเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง
สำหรับในส่วนของตนนั้นเพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือกับนักท่องเที่ยวและพัฒนาศักยภาพในการให้บริการนักท่องเที่ยว ตนได้สั่งต่อเรือไฟฟ้าอีก 4 ลำ เพื่อมาให้บริการนักท่องเที่ยวในเดือน ต.ค.นี้ รับผู้โดยสารได้ 90 คนจำนวน 2 ลำ และ 120 คน 2 ลำ ซึ่งใช้งบประมาณในการดำเนินการประมาณ 120 ล้าน ส่วนลำแรกที่ต่อมาก่อนหน้านี้ ตอนนี้นำไปวิ่งให้บริการที่ อ.สิชล จ.นครศรีธรรมชาติ ที่กล้าลงทุนเพิ่มในส่วนของเรือไฟฟ้า เพราะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่พักโรงแรม 5 ดาว ในพื้นที่ถลาง แจ้งความจำนงมาอย่างชัดเจนว่าในการท่องเที่ยวทางทะเลจะต้องเป็นเรือไฟฟ้าเท่านั้นเพราะเป็นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ไม่ทำลายชั้นบรรยากาศ เป็นพลังงานสะอาด
นายไชยา กล่าวต่อไปว่า เรื่องของการอนุรักษ์นั้นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก จึงเลือกที่จะใช้เรือไฟฟ้าในการเดินทาง ที่สำคัญการใช้เรือไฟฟ้ายังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายจำนวนมาก เดิมเดินเรือแต่ละเที่ยวต้องเสียค่าใช้จ่ายเฉพาะค่าน้ำมันตกอยู่หลักมื่น แต่พอเปลี่ยนมาเป็นเรือไฟฟ้าสามารถลดค่าใช้จ่ายลงไปได้จำนวนมาก เหลือจ่ายแค่เที่ยวละหลักพันเท่านั้นเอง ถึงตอนนี้คิดว่ามีความจำเป็นแล้วที่ผู้ประกอบการเรือควรจะหันมาใช้เรือไฟฟ้าให้บริการนักท่องเที่ยวมากขึ้น เพราะนอกจากจะช่วยลดภาระค่าชายใช้ในเรื่องของต้นทุนแล้วยังเป็นการช่วยรักษาเรื่องของสิ่งแวดล้อมด้วย


