ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - เจ้าของร้านขายเสื้อผ้ากลางเมืองหาดใหญ่สุดทน ถูกโจรย่องเบาเข้าลักทรัพย์ 4 ครั้งใน 1 ปี เข้าแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่ก็ไม่มีความคืบหน้าในคดีเลยแม้มีหลักฐานชัดเจน จึงเข้าร้องสื่อเพื่อให้ช่วยกระตุ้นในการตามคนร้าย
วันนี้ (28 ม.ค.) นายธนกฤต จันทร์บูลย์ อายุ 37 ปี อยู่ที่ 28 ซอยโชคสมานคุณ ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้เข้าร้องเรียนต่อผู้สื่อข่าวว่า ตนเองเปิดร้านขายเสื้อผ้าอยู่ที่บ้านเลขที่ 120 ถนนนิพัทธ์อุทิศ 2 หาดใหญ่ ซึ่งเป็นย่านธุรกิจกลางใจเมือง ได้รับความเดือดร้อนจากการที่ถูกโจรเข้ามาลักทรัพย์ภายในบ้านถึง 4 ครั้งใน 1 ปี โดยครั้งแรกเมื่อต้นปี 2563 คนร้ายได้เข้ามาลักทรัพย์เป็นรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า คลิก ไป 1 คัน ได้มีการไปแจ้งความที่ สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พร้อมนำภาพวงจรปิดไปให้ร้อยเวรเจ้าของคดีด้วย แต่หลังจากที่ลงบันทึกประจำวัน จนถึงวันนี้ ร้อยเวรยังไม่เคยเรียกไปสอบปากคำ
ต่อมา เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.63 เวลาประมาณ 05.00 น. ได้มีคนร้ายแอบเข้ามาลักทรัพย์เป็นมีดและกุญแจภายในร้าน โดยมีภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกภาพคนร้ายได้ชัดเจน และตนได้ไปแจ้งความที่ สภ.หาดใหญ่ เมื่อวันที่ 29 ธ.ค.63 มี ร.ต.อ.สมชาย ซุ่นซิม เป็นร้อยเวร ซึ่งมีเพียงการลงบันทึกประจำวัน แต่ไม่เคยเรียกเจ้าทุกข์ไปสอบเพื่อการติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุ และหลังเกิดเหตุก็ไม่เคยมีตำรวจสายสืบหรืองานป้องกันมาดูที่เกิดเหตุหรือเพื่อรวบรวมหลักฐานในการติดตามคนร้ายแต่อย่างใด
และเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2564 คนร้ายก็ได้เข้ามาลักทรัพย์เป็นโทรศัพท์มือถือ Oppo หมายเลข 06-4909-6353 จำนวน 1 เครื่อง ราคาประมาณ 7,000 บาท จากภายในร้าน ซึ่งกล้องวงจรปิดได้บันทึกภาพของคนร้ายได้อย่างชัดเจนอีกเช่นกัน ตนได้ไปแจ้งความที่ สภ.หาดใหญ่ ในวันที่ 27 มกราคม 2564 ต่อพนักงานสอบสวนชื่อ ร.ต.อ.กำพล ภัทรพงศ์พันธุ์ มีการลงบันทึกประจำวันเป็นหลักฐาน แต่พนักงานสอบสวนยังไม่ได้เรียกไปสอบปากคำในฐานะผู้เสียหาย และไม่มีการมาตรวจที่เกิดเหตุ ทั้งที่มีหลักฐานภาพคนร้ายจากกล้องวงจรปิดของร้าน และมีรอยเท้าที่เป็นร่องรอยของคนร้ายทิ้งอยู่ในที่เกิดเหตุ
สรุปคือในรอบ 1 ปี คนร้ายลักทรัพย์จากร้านค้าของตนเอง 4 ครั้ง มีการแจ้งความเป็นหลักฐาน 3 ครั้ง แต่ไม่ได้แจ้งความ 1 ครั้ง แต่ที่เหมือนกันคือ ทั้ง 3 คดีที่ไปแจ้งความที่ สภ.หาดใหญ่ ไม่มีความคืบหน้า ไม่มีการจับกุมคนร้าย ไม่มีการส่งเจ้าหน้าที่มาสืบสวน และมีพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ รวมทั้งกล้องวงจรปิด ซึ่งมีร่องรอยมีภาพของคนร้ายที่ชัดเจน ตนเปิดร้านกลางใจเมืองหาดใหญ่ซึ่งเป็นย่านชุมชน แต่ไม่ได้รับการดูแลในเรื่องของความปลอดภัยของทรัพย์สิน จึงได้มาร้องเรียกต่อสื่อ เพื่อขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หาดใหญ่ ได้ให้ความสนใจในการติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุ และป้องกันอย่าให้มีการก่อเหตุซ้ำซ้อนอย่างที่เกิดขึ้น


