xs
xsm
sm
md
lg

เกษตรกรใต้โอดทุเรียนยืนต้นตายเพียบ เสียหายหนักจากอุทกภัย เรียกร้องเยียวยาเหมาะสม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - เกษตรกรในพื้นชายแดนภาคใต้โอดทุเรียนยืนต้นตายเพียบ เสียหายหนักจากสถานการณ์อุทกภัยภาคใต้ พร้อมเรียกร้องการเยียวยาจากภาครัฐอย่างเหมาะสม

วันนี้ (27 ม.ค.) จากกรณีเกิดภัยพิบัติอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ผ่านมา หลายพื้นที่ต้องได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมสูงในรอบหลายสิบปี บางพื้นที่กล่าวได้ว่าเกิดเหตุน้ำท่วมใหญ่ในรอบ 7 ปี บางพื้นที่เป็นน้ำท่วมในรอบ 10 ปีก็ว่าได้ นอกจากนั้นในพื้นที่ยังต้องประสบกับน้ำท่วมขังติดต่อกันนาน 6-7 วัน ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสัตว์เลี้ยง สวนผลไม้ของเกษตรกรเป็นวงกว้าง ในพื้นที่ 3 จังหวัดชานแดนภาคใต้กับ 4 อำเภอของ จ.สงขลา

โดยเฉพาะในพื้นที่ ต.บาเจาะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา ซึ่งเป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่เกิดภัยน้ำท่วมสูงในระดับถึง 2 เมตร และยังเกิดภาวะน้ำท่วมขัง ส่งผลกระทบต่อสวนผลไม้ของเกษตรกรในพื้นที่เป็นวงกว้าง กินพื้นที่ไม่น้อยกว่า 700 ไร่ นับเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่อีกครั้งในรอบ 7 ปี สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจที่เป็นรายได้หลักของเกษตรกรในพื้นที่แห่งนี้ นอกเหนือจากสวนยางพารา

ทีมข่าวชายแดนใต้ได้ลงพื้นที่เพื่อดูสภาพความเสียหายที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ และเข้าให้กำลังใจ พร้อมมอบปัจจัยถุงยังชีพจากธนาคารไทยพาณิชย์ กองทัพอากาศ ร่วมกับ ศอ.บต. และบริษัท ซูเพิร์บครีเอชั่นเฟอร์นิเจอร์ ประเทศไทย จำกัด เพื่อการสร้างขวัญ และกำลังใจในการที่จะเดินหน้าฟื้นฟูจากความเสียหายในครั้งนี้


จากการพูดคุยกับเกษตรกรผู้ที่ได้รับผลกระทบ ระบุว่า สิ่งที่เกษตรกรยอมรับไม่ได้จากภัยพิบัติน้ำท่วมในครั้งนี้ ไม่ได้เกิดจากภัยธรรมชาติเพียงลำพัง แต่เกิดจากการปล่อยน้ำจากเขื่อนที่มีมวลน้ำมหาศาล ไหลข้ามห้วย คลอง ผ่านสวนทุเรียนของชาวบ้าน ไม่ได้ไหลมาทางคลองปกติ จะเห็นได้ว่าบริเวณสวนทุเรียนที่ได้รับผลกระทบ เกิดความเสียหายยืนต้นตายนั้น อยู่ห่างจากคลอง 3-4 กิโลเมตร แต่ทำไมหน่วยงานของ จ.ยะลา ถึงพยายามเบี่ยงเบนว่าไม่ได้เกิดจากสาเหตุปล่อยน้ำจากเขื่อน แต่กลับพยายามพูดให้เข้าใจว่าเกิดจากน้ำป่าไหลหลาก จนทำให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรง

นายบานียามิง อาลีมามะ เปิดเผยว่า เกษตรกรไม่รับการแจ้งเตือนล่วงหน้าว่าจะมีการปล่อยน้ำจากเขื่อน จนกระทั่งเห็นมวลน้ำขนาดใหญ่มีความรุนแรงเอ่อเข้าท่วมสวน เมื่อเวลา 08.00 น. ของวันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับเพจแจ้งเตือนของเขื่อนว่าจะมีการปล่อยน้ำเขื่อน เมื่อเวลา 06.00 น. ของวันเดียวกัน จนเป็นเหตุให้เกิดน้ำท่วมสูงขึ้นเรื่อยๆ จนขึ้นสูงในระดับ 2 เมตร ชาวบ้านในพื้นที่ต้องระดมกำลังช่วยเหลือกันจนถึงยามสอง ไม่หลับไม่นอนกันเลยทีเดียว แล้วยังเกิดภาวะท่วมขังนานถึง 6 วันติดต่อกัน พอน้ำเริ่มลดลง ภาพที่เห็นต้นทุเรียนปลูกมาอายุไม่น้อยกว่า 2 ปี ในพื้นที่ 10 ไร่ ต้องทยอยยืนต้นตายจากไป โดยไร้ความรับชอบใดๆ จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้ยินการแสดงความรับผิดชอบใดๆ แม้แต่คำขอโทษสักคำ


สิ่งที่ชาวบ้านเรียกร้องช่วงนี้ คือเรื่องการเยียวยาที่เหมาะสม ไม่ใช่แค่จ่ายตามหลักเกณฑ์ระเบียบของทางราชการที่กำหนด ในวงเงินที่ไร่ละไม่เกิน 1,600 บาท และไม่เกิน 30 ไร่ เนื่องจากปัจจุบันการลงทุนทำสวนทุเรียนสูงมาก กว่าจะโตได้ไม่ง่ายเลย ต้องดูแลเอาใจใส่อย่างดี ไม่ใช่สวนยางพารา ยิ่งบางรายต้นที่เคยให้ผลผลิตมาแล้วต้องใช้เวลาเกือบ 10 ปี แล้วมานับ 1 ใหม่ ที่สำคัญราชการพยายามอ้างเหตุจากน้ำป่าไหลลาก โทษฟ้าโทษฝนเพียงอย่างเดียว ทั้งๆ ที่เกิดจากการปล่อยน้ำจากเขื่อน

ด้าน นายมูฮำหมัด หะยีสาและ เปิดเผยด้วยว่า น้ำท่วมในครั้งนี้สูงเป็นประวัติการณ์ตั้งแต่มาอยู่ทำสวนที่นี่ และมีความเร็ว น้ำไหลเชี่ยวมาก แรงมาก ทำอะไรไม่ทันจริงๆ มีน้ำท่วมสูงไม่ต่ำกว่า 2 เมตร ท่วมถึงยอดต้นมะพร้าวน้ำหอมหลังบ้าน ส่วนบ้านชั้นล่างถูกน้ำท่วม แต่โชคดีบ้านมี 2 ชั้น จึงขึ้นไปอาศัยกันบนชั้น 2 หลังน้ำลดต้นทุเรียนที่ปลูกในพื้นที่ 8 ไร่ จำนวน 150 ต้น เหลือรอด 2 วันแรกเพียง 30 ต้น แต่ถึงวันนี้เริ่มทยอยตายเพิ่มอีกเหลือเพียง 20 ต้น ไม่รู้ว่าจะตายเพิ่มอีกกี่ต้น

ส่วนการเยียวยาที่ภาครัฐจะช่วยเหลือนั้น ตนเองขึ้นทะเบียนเกษตรกร มีเอกสารสิทธิเป็นโฉนดที่ดินเนื้อที่ 8 ไร่ แต่ยังไม่ได้โอนชื่อเป็นของตัวเอง จึงไม่ได้ยื่นเอกสารเพื่อรับสิทธิการเยียวยาจากภาครัฐ เพราะเจ้าหน้าที่บอกว่าได้หรือไม่ได้รับการเยียวยาก็ไม่แน่ จึงไม่ลงทะเบียน เมื่อไม่ได้ไปลงทะเบียนแล้วไปทำไม






Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...