xs
xsm
sm
md
lg

เกษตรภูเก็ตเร่งเพิ่มคุณภาพการปลูกสับปะรดภูเก็ตให้ผ่านเครื่องหมาย GI-มาตรฐาน GAP ดันขายในห้างสรรพสินค้า

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวภูเก็ต - เกษตรจังหวัดภูเก็ต จัดโครงการนำสื่อมวลชนดูงานการผลิตสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์สับปะรดภูเก็ต พร้อมเร่งเพิ่มคุณภาพการปลูกสับปะรดภูเก็ตให้ได้มาตรฐาน GAP และเครื่องหมาย GI เพื่อเพิ่มช่องทางจัดจำหน่ายในห้างฯ เผยมูลค่าสูงกว่าปีละ 80 ล้านบาท จากพื้นที่ปลูก 1.4 พันไร่

นายชาลี สิตบุศย์ เกษตรจังหวัดภูเก็ต
เมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้ (21 ม.ค.) สำนักงานเกษตรจังหวัดภูเก็ต นำโดยนายชาลี สิตบุศย์ เกษตรจังหวัดภูเก็ต จัดกิจกรรมนำสื่อมวลชนดูงานการผลิตสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์สับปะรดภูเก็ต โครงการพัฒนาศักยภาพการผลิตสินค้าเกษตร ผลิตภัณฑ์ และนวัตกรรมเกษตร ให้มีศักยภาพในการแข่งขันและสนับสนุนการท่องเที่ยว โดยมี นายวิชัย แช่ตัน ประธานวิสาหกิจชุมชนสับปะรดภูเก็ต นายระวิ รองแก้ว รองประธานและเจ้าของสวนคุณวี นายจิรายุทธ์ กี่ประเสริฐพงศ์ รองประธานสื่อมวลชนเข้าร่วม ณ สวนสับปะรดนายระวิ รองแก้ว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต


โดยได้นำเสนอขั้นตอนการผลิตสินค้าบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์สับปะรดภูเก็ต โดยกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่สับปะรดภูเก็ต การจัดแสดงนิทรรศการ เรื่องการแปรรูปสับปะรดภูเก็ต การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร และสาธิตกระบวนการแปรรูปสับปะรดภูเก็ต พร้อมทั้งเยี่ยมชมจุดจำหน่ายสับปะรดภูเก็ต ถนนเทพกระษัตรี ฝั่งขาเข้า (บ้านป่าครองชีพ ตรงข้ามกับโตโยต้าเน็ก) อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นจุดจำหน่ายสับปะรดภูเก็ตที่ได้รับเครื่องหมาย GI (Geographical Indication) ซึ่งเป็นเครื่องหมายที่ใช้กับสินค้าที่มาจากแหล่งผลิตที่เฉพาะเจาะจง และมาตรฐาน GAP (Good Agricultural Practices) การปฏิบัติการเกษตรที่ดีเพียงจุดเดียวในภูเก็ต เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคว่าเป็นสับปะรดที่ผลิตในภูเก็ต ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือ หอม หวาน กรอบ และแกนสามารถรับประทานได้


นายชาลี สิตบุศย์ เกษตรจังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงการส่งเสริมการปลูกสับปะรดภูเก็ต ว่า ทางสำนักงานเกษตรจังหวัดภูเก็ตได้เข้าไปส่งเสริมให้เกษตรกรที่ปลูกสับปะรดภูเก็ต ทั้ง 58 ราย ในขณะนี้ พัฒนาการปลูกให้ผ่านการรับรองเครื่องหมาย GI ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ ได้มีการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการเข้าสู่กระบวนการผลิตเพื่อให้ได้เครื่องหมาย GI และมาตรฐาน GAP หรือ การปฏิบัติการเกษตรที่ดี เพื่อให้ผลผลิตสับปะรดภูเก็ตเป็นผลผลิตที่มีคุณภาพดีและปลอดภัยตามมาตรฐานที่กำหนด ตั้งแต่กระบวนการผลิตจนถึงมือผู้บริโภค ตั้งแต่ปัจจัยการผลิต การผลิต การเก็บเกี่ยว การจัดการหลังการเก็บเกี่ยว การบรรจุหีบห่อ และการขนส่ง เป็นต้น เพื่อให้สับปะรดภูเก็ตเป็นสินค้าที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานผู้บริโภคบริโภคได้อย่างมั่นใจ รวมไปถึงเพื่อเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายและการตลาด


เนื่องจากในขณะนี้ สับปะรดภูเก็ตได้ถูกนำไปจำหน่ายในท็อปส์ซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วประเทศ ซึ่งการที่สับปะรดภูเก็ตจะถูกจัดส่งไปจำหน่ายในห้างสรรพสินค้า หรือซูเปอร์มาร์เกตได้นั้น จะต้องเป็นสินค้าที่ได้รับการรับรอง GI และผ่านมาตรฐาน GAP จึงจำเป็นที่จะต้องส่งเสริมให้แปลงปลูกสับปะรดของเกษตรกรในภูเก็ตได้รับเครื่องหมายดังกล่าว ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มช่องทางทางการตลาดต่อไปในอนาคต โดยขณะนี้มีเกษตรกรที่ได้รับเครื่องหมาย GI แล้วจำนวน 4 ราย และจะต้องผลักดันให้ทุกรายได้รับเครื่องหมาย GI และมาตรฐาน GAP เพื่อช่องทางในการวางจำหน่ายตามห้างสรรพสินค้าต่างๆ ได้

นอกจากนี้ ยังเพิ่มช่องทางในการจำหน่ายทั้งในพื้นที่ภูเก็ต ทั้งที่ห้างตลาด ห้างบิ๊กซี ตลาดหน้าสำนักงานเกษตรจังหวัดภูเก็ต ทุกวันพุธและวันพฤหัสฯ และจุดหน่ายสับปะรดภูเก็ต ที่บริเวณถนนเทพกระษัตรี ฝั่งขาเข้า เป็นต้น


นายชาลี กล่าวต่อว่า สำหรับพื้นที่ปลูกสับปะรดในภูเก็ตนั้น จากข้อมูลปี 2563 มีพื้นที่ปลูกประมาณ 1,400 ไร่ พื้นที่เก็บเกี่ยว 1,262 ไร่ ผลผลิตตลอดทั้งปีอยู่ที่ประมาณ 3.5-4 ล้านลูก โดยราคาจำหน่ายในช่วงปกติที่ไม่มีการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ผลละ 25-15 บาท แต่ในช่วงนี้เกิดการแพร่ระบาดทำให้ราคาลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 20-15 บาท สร้างรายได้กว่าปีละ 80 ล้านบาท ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับพื้นที่ปลูกแล้วจะเห็นว่าการปลูกสับปะรดภูเก็ตนั้น เกษตรกรสามารถจำหน่ายได้ในราคาที่สูง สามารถจำหน่ายได้ทุกส่วน ตั้งแต่ผล หน่อ ต้นที่เก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วขายเป็นอาหารช้าง รวมไปถึงการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เป็นต้น


อย่างไรก็ตาม การปลูกสับปะรดภูเก็ตก็มีข้อจำกัดในเรื่องพื้นที่ที่เหลือน้อยมากในภูเก็ต จากการเติบโตของเมืองที่มีการพัฒนาพื้นที่ภาคการเกษตรสู่ด้านการท่องเที่ยวและที่อยู่อาศัย เกษตรกรจะปลูกที่เป็นแปลงใหญ่ และ ปลูกเสริมในร่องยางพารา ซึ่งในช่วงที่ความต้องการมีสูงจากการท่องเที่ยวเติบโตเกษตรกรสามารถจำหน่ายได้ในราคาที่ดีและผลผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการ แต่ขณะนี้ที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นักท่องเที่ยวเข้ามาน้อย เกษตรกรอาจจะได้รับผลกระทบบ้างจากราคาที่ต่ำลงจากความต้องการที่มีน้อยลง ทางสำนักงานเกษตรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้หารือกันในการที่จะหาช่องทางในการจำหน่ายมากขึ้น เพื่อให้เกษตรกรได้รับผลกระทบน้อยที่สุด