นราธิวาส - นายอำเภอสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส นำกำลัง 3 ฝ่าย จับกุมแรงงานต่างด้าวชาวพม่า 11 คน ขณะลักลอบข้ามแดนบริเวณบ้านกวาลอซีลา ก่อนนำตรวจเข้มโควิด-19 หวั่นนำเชื้อเข้ามาระบาดในไทย
วันนี้ (25 ธ.ค.) นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร นายอำเภอสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองกำลัง 3 ฝ่าย ได้นั่งรถยนต์ลาดตระเวนเพื่อสกัดกั้นแรงงานต่างด้าวลักลอบข้ามแดนตามช่องทางข้ามธรรมชาติในพื้นที่รับผิดชอบ ริมแม่น้ำสุไหงโก-ลก เมื่อถึงบริเวณช่องทางข้ามธรรมชาติบ้านกวาลอซีลา หมู่ 7 ต.ปาเสมัส ซึ่งอยู่เยื้องกับสำนักงานขนส่งจังหวัดนราธิวาส สาขาอำเภอสุไหงโก-ลก พบแรงงานต่างด้าวสัญชาติพม่า จำนวน 11 คน ที่หอบหิ้วกระเป๋าสัมภาระกำลังทยอยกันเดินขึ้นจากเรือยนต์รับจ้างข้ามฟากของประเทศมาเลเซีย เจ้าหน้าที่จึงได้จอดรถยนต์ และได้แสดงตัวเพื่อเข้าจับกุม ทำให้คนขับเรือยนต์รับจ้างข้ามฟากของประเทศมาเลเซีย รีบขับเรือยนต์ข้ามฟากหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว
ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวแรงงานต่างด้าวสัญชาติพม่าทั้ง 11 คน ขึ้นมานั่งรวมกลุ่มกับที่บริเวณฝั่ง โดยได้มีการประสานไปยัง พ.ต.ท.อัสรี ต่วนเพ็ง รอง ผกก.สส.สภ.สุไหงโก-ลก พ.ต.ต.สุเมธ กนกเหมพันธ์ สว.ตม.นราธิวาส พ.ท.ทวีรัตน์ เบญจาทิกุล ผบ.ฉก.นราธิวาส 30 นายมะยุรี เจะโซะ สาธารณสุขอำเภอสุไหงโก-ลก เพื่อร่วมกันตรวจสอบ โดยเฉพาะการคัดกรองเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่กลุ่มแรงงานต่างด้าวสัญชาติพม่าจะนำมาแพร่ระบาดในพื้นที่ จากการตรวจสอบในเบื้องต้นทั้ง 11 คน มีอุณหภูมิร่างกายปกติ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะนำตัวไปคัดกรองเป็นรายบุคคลอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมทั้งสอบประวัติ ซึ่งทราบในเบื้องต้นเป็นกลุ่มแรงงานต่างด้าวที่เข้าไปประกอบอาชีพด้านการประมงในพื้นที่ประเทศมาเลเซีย โดยแรงงานต่างด้าวสัญชาติพม่าทั้ง 11 คน ไม่มีหนังสือเดินทาง
นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร นายอำเภอสุไหงโก-ลก เปิดเผยว่า จากการประเมินการจับกุมแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบข้ามแดนจากช่องทางธรรมชาติ จากพื้นที่รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย หลายครั้งที่ผ่านมา หลังจากที่เชื้อไวรัสโควิด-19 ระบาดอย่างหนักในพื้นที่ประเทศมาเลเซีย กลุ่มนายหน้าของประเทศมาเลเซียจะเก็บเอกสารหลักฐานหนังสือเดินทางของกลุ่มแรงงานต่างด้าวที่จะลักลอบเข้ามายังประเทศไทยไว้ เพื่อหลีกเลี่ยงการติดตามสืบสวนสอบสวนจับกุมของเครือข่าย ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มขบวนการค้ามนุษย์ของทั้ง 2 ประเทศ ที่นำพากลุ่มบุคคลต่างด้าวเหล่านี้ลักลอบเข้ามายังประเทศไทย ที่เจ้าหน้าที่จะมีตรวจยึดโทรศัพท์มือถือของแรงงานต่างด้าวเหล่านี้นำไปตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ว่ามีความเกี่ยวโยงติดต่อประสานงานกับคนไทยคนใด ในการติดตามจับกุมมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้


