ตรัง - น้องชาย ส.ส.สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ซึ่งลงสมัครชิง “นายก อบจ.ตรัง” แถลงอัดยับเลือกตั้งครั้งนี้ “ทุจริต” ซื้อเสียงกันอย่างครึกโครม เดินหน้าร้องคัดค้านการประกาศผล และให้นับคะแนนใหม่ในทุกหน่วย
วันนี้ (23 ธ.ค.) ที่ทำการศูนย์การเลือกตั้งทีมตรังพัฒนาเมืองตรัง นายสาธร วงศ์หนองเตย น้องชายของ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง เขต 2 พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะหัวหน้าทีมตรังพัฒนาเมืองตรัง พร้อมทีมบริหาร และผู้สมัครชิงตำแหน่งสมาชิกสภา อบจ.ตรัง ในสังกัด ร่วมแถลงข่าวถึงผลการเลือกตั้งที่ออกมาว่า ขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่ร่วมกันเปลี่ยนตรัง สร้างสรรค์การเมืองตรัง ยืนยันในทีมทุกคนยังไม่ท้อถอย ตราบใดที่คนตรังลุกขึ้นสู้กับอิทธิพลมืดด้วยกัน ตราบนั้นตรังก็ยังมีความหวัง แม้วันนี้ผลการเลือกตั้งยังเปลี่ยนตรังไม่ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะจบลงตามนั้น การเลือกตั้งที่ผ่านมา มีทั้งด้านดี และด้านมืด ด้านดีคือคนตื่นตัวที่ลุกขึ้นมาแสดงพลังของคนตรัง ต้องการสร้างอนาคตไว้กับลูกหลาน ต้องการเปลี่ยนตรังให้ดีกว่าเดิม แต่ด้านมืดทั้งเรื่องการข่มขู่ การใช้อิทธิพลกับคู่แข่ง รวมทั้งกับประชาชนผู้ใช้สิทธิ แม้การเลือกตั้งจะผ่านไปแล้ว แต่การข่มขู่ประชาชนที่ออกมาเลือกตั้งก็ยังมีอยู่
ทั้งนี้ คนตรังมีความเคลือบแคลงใจในผลการเลือกตั้ง และตั้งข้อสังเกตการเลือกตั้งครั้งนี้มีการซื้อสิทธิขายเสียงกันอย่างโจ๋งครึ่ม เย้ยกฎหมายในทุกพื้นที่ จนทำให้ จ.ตรัง เสียชื่อเสียงอย่างมาก เพราะ จ.ตรัง จังหวัดเดียวที่มีการจับกุมคนซื้อเสียงได้ พร้อมของกลางเงินที่ใช้ซื้อเสียง โพยรายชื่อ และมีการรับสารภาพว่าซื้อเสียงให้ “ทีมกิจปวงชน” จึงเกิดความคลางแคลงใจของคะแนนว่าชัยชนะได้มาอย่างสุจริตหรือไม่ รวมทั้งสงสัยในขั้นตอนการทำงานของ กกต. และเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยว่ามีความสุจริตในการนับ และรวมคะแนนหรือไม่ เพราะที่พบทั้งการจัดคูหายากในการสังเกตการณ์ในหลายพื้นที่ รูปภาพของผู้สมัครของทีมบางหน่วยก็ไม่มี ต้องทักท้วงเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยจึงนำมาติดให้ รวมทั้งรูปภาพของตนเองก็สูญหายไปในบางหน่วย ทั้งๆ ที่มีพลาสติกห่อหุ้มอยู่
นอกจากนั้น ขณะทำการนับคะแนนบางหน่วยกาบัตรเบอร์ 2 แต่ขานเป็นคะแนนเบอร์ 1 ทำให้เกิดการทักท้วงของผู้สังเกตการณ์ เจ้าหน้าที่จึงยอมนับใหม่ทั้งหมด เช่น ที่หมู่ 5 ต.บ่อหิน อ.สิเกา และมาถึงขั้นตอนการรวมผลคะแนนได้อย่างล่าช้าผิดปกติ ซึ่งในตอนแรกก็ทราบว่าคะแนนเบอร์ 2 นำ แต่อยู่ๆ ผลหน้าจอคะแนนที่นับเสร็จแล้วมาจากผู้สมัครอีกคนหนึ่ง กลายเป็นเบอร์ 2 แพ้ พอมีคนทักท้วง กกต. ตอนรายงานก็พบว่าคอมพิวเตอร์เสีย 3 เครื่อง ซึ่ง จ.ตรัง เป็น 1 ใน 4 จังหวัดจาก 77 จังหวัดทั่วประเทศที่ระบบคอมพิวเตอร์ล่ม ซึ่งเป็นการผิดสังเกต และส่อพิรุธ ทำให้เชื่อได้ว่าเป็นการเลือกตั้งที่ไม่สุจริต ส่วนตัวไม่ใช่ขี้แพ้ชวนตี หรือว่าไม่มีน้ำใจนักกีฬา แต่ตนเองยอมรับได้ถ้าเป็นการเลือกตั้งที่สุจริต และยุติธรรม ต่อให้แพ้เพียงเสียงเดียวก็พร้อมจะยินดีกับผู้ชนะทันที
นายสาธร กล่าวอีกว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด และทำหนังสือเพื่อเตรียมจะยื่นต่อ กกต.เพิ่มเติมภายใน 30 วัน นับจากวันเลือกตั้ง ส่วนที่ร้องเดิมคือร้องคัดค้านการประกาศผลการเลือกตั้ง และขอให้ กกต.นับคะแนนใหม่ทั้งจังหวัด สำหรับหลักฐานที่จับกุมได้กรณีการซื้อเสียงจะสามารถเอาผิดไปถึงผู้สมัครนายก อบจ.ได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการทำสำนวนของเจ้าหน้าที่ และทราบว่าผู้สมัครนายก อบจ.เบอร์ 3 ก็เข้าร้องเรียน กกต.ให้ทำการสอบสวนใหม่ ให้เอาผิดไปถึงผู้สมัครนายก อบจ. แต่ตนเองก็ไม่ได้ก้าวล่วงไปถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ และไม่ได้คุยกับผู้สมัครเบอร์ 3 ส่วนตัวก็เชื่อในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ กกต. แต่กระบวนการที่จับได้ ก็คือผู้สมัครของทีมกิจปวงชน และทุกคนก็รู้ว่าการกระทำแบบนั้นสื่อถึงอะไร


