พัทลุง - ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุงเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางแผนการดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ที่กำลังระบาดในหลายจังหวัด โดยขณะนี้ยังไม่มีผู้ติดเชื้อในจังหวัด ย้ำหากมีการแพร่ระบาดในจังหวัดใกล้เคียงจะสั่งล็อกดาวน์ทันที เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ระบาดในจังหวัดพัทลุง
วันนี้ (22 ธ.ค.) ที่ห้องประชุมโนรา ชั้น 7 โรงพยาบาลพัทลุง นายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธุ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดพัทลุง และคณะกรรมการดำเนินงานศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19 ) จังหวัดพัทลุง เพื่อวางแผนการดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคติดต่ออันตราย ที่กำลังแพร่ระบาดระลอกใหม่ในหลายจังหวัดของประเทศไทย ไม่ให้เข้าสู่พื้นที่ของจังหวัดพัทลุง โดยเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมด่วน
โดยในที่ประชุมมีแนวทางหามาตรการที่เข้มข้นเพื่อป้องกันไม่ให้โรคโควิด-19 เข้ามาแพร่ระบาดระลอกใหม่ในพื้นที่ของจังหวัดพัทลุง ซึ่งมาตรการเริ่มจากการตรวจสอบสถานที่ทำงานที่มีแรงงานต่างด้าว โดยเฉพาะแรงงานที่มาจากประเทศพม่าเข้าทำงาน หรือการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองของแรงงานด้าวอย่างเข้มข้น
นอกจากนั้น ได้ให้เจ้าหน้าที่คณะกรรมการโรคติดต่อ ร่วมกับ อสม.ทุกพื้นที่ของจังหวัดพัทลุง ลงพื้นที่สแกนบุคคลที่เดินทางจากพื้นที่เสี่ยงที่เกิดโรคโควิด-19 เข้าออกหมู่บ้านหรือชุมชน โดยให้เฝ้าระวังอาการบุคคลดังกล่าวอย่างใกล้ชิด
และหากโรคดังกล่าวแพร่ระบาดในจังหวัดใกล้เคียงหรือจังหวัดที่มีพื้นที่ติดต่อกับจังหวัดพัทลุงเป็นจำนวนมากนั้น เพื่อเป็นการป้องกันและวางมาตรการสูงสุด ทางจังหวัดพัทลุงอาจจะมีคำสั่งล็อกดาวน์พื้นที่ของจังหวัดพัทลุงอีกครั้ง สำหรับจังหวัดพัทลุงพบเชื้อผู้ป่วยรายสุดท้ายเมื่อวันที่ 9 เมษายน หลังจากนั้นไม่พบผู้ป่วยรายใหม่มาเป็นเวลา 256 วัน
นายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธุ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง กล่าวว่า ขณะนี้พื้นที่ของจังหวัดพัทลุงไม่พบผู้ป่วยโรคโควิด-19 ระลอกใหม่แต่อย่างใด เพื่อเป็นการป้องกันโรคดังกล่าวไม่ให้เข้ามาแพร่ระบาดในพื้นที่ของจังหวัดพัทลุง ขอให้พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดพัทลุงที่เดินทางมาจากจังหวัดกลุ่มเสี่ยง หรือสถานที่เสี่ยงของโรคโควิด-19 รายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่เป็นการด่วน
นอกจากนั้น ให้ทุกคนสวมใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ เข้าออกสถานที่ต่างๆ ให้ใช้แอปพลิเคชัน “ผู้พิทักษ์ไทยชนะ” ทุกครั้ง หลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีคนแอดอัด ซึ่งขณะนี้ได้กำชับหน่วยงานราชการทุกแห่งยกระดับมาตรการเข้มข้น ตรวจไข้ และห้ามบุคคลที่ไม่สวมใส่หน้ากากอนามัยเข้าสถานที่ราชการทุกแห่ง


