ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - ผลกระทบจากภาวะฝนที่ตกในช่วงนี้ ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงขาวใน ต.เกาะยอ ซึ่งเป็นแหล่งเลี้ยงปลากะพงขาวที่ใหญ่ที่สุดใน จ.สงขลา ต้องเฝ้าดูแลปลาอย่างใกล้ชิด จากการเปลี่ยนแปลงของสภาพน้ำที่เสี่ยงปลาน็อกตายได้
วันนี้ (19 ธ.ค.) จากภาวะฝนที่ตกต่อเนื่องมาในช่วงนี้ ทำให้ระดับน้ำในทะเลสาบสงขลาเพิ่มขึ้น และเริ่มส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงขาวในกระชังในทะเลสาบสงขลารอบเกาะยอ ต.เกาะยอ อ.เมือง จ.สงขลา ซึ่งต้องเฝ้าระวังดูแลปลากะพงขาวอย่างใกล้ชิด เนื่องจากน้ำเปลี่ยนเป็นน้ำจืดมากขึ้น ต้องลดอาหารลง เพราะปลาอาจช็อกตายได้ และอาหารปลาสดเริ่มขาดแคลน หลังคลื่นลมแรงเรือประมงหยุดออกเรือ จนบางครั้งจำเป็นต้องให้อาหารวันเว้นวัน และต้องคอยดูการเปลี่ยนแปลงของสภาพน้ำที่ไหลลงมาจากที่อื่นเข้ามาในพื้นที่บริเวณเกาะยอด้วย
นายจารึก กาลานุสนธิ์ หนึ่งในเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงขาวในกระชังรายใหญ่ใน ต.เกาะยอ ซึ่งเลี้ยงปลากะพงขาวทั้งหมด 10 กระชัง บอกว่า ช่วงนี้ของทุกปีเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงขาวในกระชังในทะเลสาบสงขลา ต้องดูแลปลากะพงอย่างใกล้ชิดจากฝนตก และความเปลี่ยนแปลงของน้ำ ซึ่งเป็นปัจจัยที่อาจทำให้ปลาน็อกตายได้
ขณะที่ศูนย์อุตุนิยมวิทยาฝั่งตะวันออก รายงานสภาพอากาศในวันนี้ (19 ธ.ค.) มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย และภาคใต้มีกำลังค่อนข้างแรง ทำให้ในช่วงวันที่ 19 ธ.ค.63 บริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกตอนล่างยังคงมีฝนหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณจังหวัดดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักถึงหนักมาก และปริมาณฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง
อนึ่ง บริเวณความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณประเทศฟิลิปปินส์ ได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุดีเปรสชันแล้ว กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก มีแนวโน้มจะเคลื่อนลงสู่ทะเลจีนใต้ และจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน ในวันที่ 20 ธ.ค.63 ขณะที่บริเวณความกดอากาศสูง หรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนอีกระลอกหนึ่ง จะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทย และทะเลจีนใต้ ในช่วงวันที่ 20-24 ธ.ค.63 จะทำให้พายุนี้อ่อนกำลังก่อนที่จะเข้าสู่อ่าวไทย


