xs
xsm
sm
md
lg

อส.โหดตามง้อเมียขอคืนดีไม่พบ จ่อยิงหน้าผากแม่ยายดับ เมียร้องสื่อคดีไม่คืบ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ชุมพร - อส.โหดตามง้อเมียขอคืนดีไม่พบโมโห จ่อยิงหน้าผากแม่ยายดับคาบ้าน ญาติ และชาวบ้านผวาไม่กล้าไปร่วมงานศพเพราะกลัวหวนกลับมาฆ่าล้างครอบครัว เมียร้องสื่อคดีไม่คืบขอให้ตำรวจตามจับเร็วๆ เพราะต้องคอยหลบซ่อนผัวโหดมีปืนถึง 3 กระบอก

เมื่อเวลา 14.00 น.วันนี้ (16 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านงานศพ เลขที่ 45/4 หมู่ 10 ต.สะพลี อ.ปะทิว จ.ชุมพร ซึ่งเป็นบ้านปูนชั้นเดียวอยู่ติดถนนคอนกรีต เป็นที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพของ นางพรเพ็ญ แจะซ้าย อายุ 47 ปี หลังได้รับการร้องเรียนจาก น.ส.พิมพ์นภา หรือกิ๊ฟ ถิ่นวงศ์เกลอ อายุ 29 ลูกสาวผู้ตาย เนื่องจากผู้เป็นแม่ของตนเองถูกสามีซึ่งเป็น อส.มีฐานะเป็นลูกเขยบุกยิงตายคาบ้านตอนกลางดึก แต่คนร้ายยังหลบหนีลอนยนวล พร้อมปืนพกที่มีติดตัวถึง 3 กระบอก และขู่อาฆาตว่าจะยิงให้ตายหมดทั้งครอบครัว จนชาวบ้านไม่กล้ามาร่วมงานศพ ส่วนตนเองและญาติพี่น้องต้องอยู่กันอย่างระหวาดระแวงและต้องหลบซ่อนหนีไปนอนบ้านญาติทุกคืน

น.ส.พิมพ์นภา ลูกสาวผู้ตาย กล่าวว่า คนก่อเหตุลงมือยิงแม่ตนคือ นายฉัตรชัย แสงสวัสดิ์ อายุ 36 ปี เป็นเจ้าหน้าที่ อส.ประจำการ ได้รับการบรรจุอยู่ที่ว่าการอำเภอพะโต๊ะ จ.ชุมพร และเป็นสามีที่จดทะเบียนสมรสของตนเอง โดยตนได้อยู่กินกับสามีมือปืนที่ฆ่าแม่ยายตายมานาน 13-14 ปี มีลูกชายหญิง 2 คน อายุ 9, 11 ปี ซึ่งปู่และย่าเอาไปเลี้ยงไว้ ส่วนตนและสามีได้อาศัยอยู่บ้านพัก อส.ที่ว่าการอำเภอพะโต๊ะ ตนมีอาชีพทำงานเป็นผู้ช่วยผู้จัดการร้านอเมซอนในอำเภอพะโต๊ะ

ต่อมา เมื่อ 4 เดือนที่ผ่านมา ตนได้ตัดสินใจหนีไปอยู่กับญาติและหางานทำใหม่ในพื้นที่ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เนื่องจากทนพฤติกรรมของสามีไม่ไหวชอบใช้ความรุนแรงและหึงหวงจนตนไม่สามารถทำงานได้ เพราะคอยติดตามอยู่ตลอด เมื่อเห็นลูกค้าเข้ามาพูดคุยด้วยก็จะเข้ามาระรานตบตี ถึงขนาดเคยใช้ปืนจ่อหัวตนแล้วลากออกมาจากร้านทุบตีพาขึ้นรถยนต์กลับบ้าน ทั้งๆ ที่ตนไม่เคยมีปัญหาเรื่องชู้สาวเลย

น.ส.พิมพ์นภา กล่าวต่อว่า นอกจากนั้น จะตรวจสอบการใช้โทรศัพท์มือถือตนทั้งการโทร.เข้าออก ไลน์ เฟซบุ๊ก ก็ต้องเปิดดูได้ตลอดเวลา เพราะกลัวว่าจะมีลูกค้ามาติดพัน นอกจากนั้น ยังคอยติดตามเบสคลื่นสัญญาณโทรศัพท์มือถือตนอยู่ตลอดเวลาด้วยว่าตนไปติดต่องานหรือทำอะไรอยู่ไหนอย่างไร เพราะสามีตนเป็นเจ้าหน้าที่ อส.ประจำการ เป็นคนกว้างขวางเพราะออกจับกุมกวาดล้างอาชญากรรมและยาเสพติดประจำจึง รู้วิธีการติดตามคลื่นสัญญาณมือถือ จนตนไม่สามารถทำงานอยู่กับเพื่อนร่วมงานได้อีกต่อไป

จนกระทั่งเมื่อเกือบ 4 เดือนที่ผ่านมา ตนตัดสินใจหนีไปอยู่กับญาติและหางานทำที่ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี แล้วเปลี่ยนซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือใหม่ แต่สามีตนก็ไปตามหาและอาละวาดกับเพื่อนๆ ที่สนิทกับตนแล้วข่มขู่ว่าจะฆ่าให้ตายทั้งครอบครัว

น.ส.พิมพ์นภา กล่าวต่อว่า จนเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ตนได้กลับบ้านมาหาแม่ที่บ้านหลังเกิดเหตุ แต่สามีตนสืบรู้ว่าตนกลับมาหาแม่ จึงขับรถยนต์กระบะมิตซูบิชิ ตอนครึ่งสีดำ ทะเบียน บฉ 3532 ระนอง เวียนมาหาตนอยู่ 3-4 ครั้ง บางครั้งก็เอาลูกทั้ง 2 คนมาด้วย แต่เมื่อตนเห็นรถยนต์ขับเข้ามาตนก็จะวิ่งไปแอบในป่าข้างบ้าน เพราะไม่ต้องการเผชิญหน้ากัน แต่บ้างครั้งหนีไม่ทันก็ต้องเจอกันตนก็ทำใจดีสู้เสือ สามีก็พยายามง้อขอร้องให้กลับไปอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม และข่มขู่ว่าไม่เช่นนั้นจะฆ่าให้ตายทั้งครอบครัว

จนคืนเกิดเหตุเวลา 00.30 น.ของวันที่ 14 ธ.ค.63 สามีตนขับรถกระบะคันดังกล่าวเข้ามาจอดหน้าบ้านอย่างรวดเร็ว เสียงเอะอะโวยวายคล้ายคนเมาเหล้าแล้วเรียกให้ตนและแม่เปิดประตู โดยแม่ตนตอนนั้นนอนอยู่อีกห้องกับพ่อเลี้ยงและหลานสาววัย 3 ขวบ ซึ่งเป็นลูกของน้องสาวตนฝากให้แม่เลี้ยงไว้ ส่วนตนนอนอยู่ห้องติดกัน เมื่อตนรู้ว่าเป็นสามีจึงรีบออกจากห้องนอนไปซ่อนตัวอยู่ในห้องเก็บของที่อยู่ติดกับห้องน้ำที่อยู่ด้านหลัง

เมื่อไม่มีใครเปิดประตูให้สามีตนก็ถีบประตูหน้าบ้านหลายครั้งแต่เปิดไม่ได้ จากนั้นจึงใช้เหล็กงัดหน้าต่างข้างบ้านซึ่งตรงกับห้องนอนตนจนพังแล้วเข้าไปภายในบ้านหาตนไม่เจอจึงตะโกนเรียกชื่อเล่นตนว่า “ไอ้กิ๊ฟ” อยู่ไหน แม่ตนได้เปิดประตูห้องออกมาดูแล้วบอกไปว่า “ลูกอย่ามาทำแบบนี้ในบ้านแม่เลย” ครูต่อมาได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด ส่วนตนแอบซ่อนตัวเงียบอยู่ในห้องเก็บของคิดว่าสามีตนยิงปืนขู่ขึ้นฟ้า ต่อมา มีสุนัขเพื่อนบ้านบริเวณใกล้เคียงได้ยินเสียงปืนส่งเสียงเห่าหอนดังกังวานไปทั่ว จากนั้นได้ยินเสียงสามีตะโกว่า “ไอ้กิ๊ฟมึงหนีกูไปแล้วใช่ไหม” แล้วสามีก็วิ่งออกไปติดเครื่องรถยนต์กระบะขับออกไปอย่างรวดเร็ว สักครู่ใหญ่ๆ ตนเห็นว่าปลอดภัยแล้วจึงออกมาเห็นแม่นอนหงายจมกองเลือดอยู่ตรงประตูห้องน้ำใกล้กับห้องเก็บของ โดยมีรอยกระสุนจ่อยิงเข้ากลางหน้าผาก 1 นัด ทราบภายหลังว่าเป็นกระสุนขนาด 9 มม. ส่วนพ่อเลี้ยงตนซึ่งเป็นคนหูหนักมากพูดจาต้องตะโกนดังๆ เมื่อเห็นแม่ถูกยิงตายจึงรีบอุ้มหลานสาววัย 3 ขวบวิ่งหนีเข้าป่าไปอย่างรวดเร็วทำให้รอดตายมาได้ จากนั้นตนรีบคว้าโทรศัพท์วิ่งไปในป่าเพราะสามีย้อนกลับมาอีกแล้วโทรศัพท์แจ้งตำรวจดังกล่าว

น.ส.พิมพ์นภา กล่าวว่าตอนนี้งานศพแม่ตนตั้งบำเพ็ญกุศลตามประเพณีระหว่างวันที่ 14-20 ธ.ค.63 ชาวบ้านและญาติไม่ค่อยมีใครกล้ามางานศพ ส่วนตนและคนที่มาก็ต้องนั่งกันอย่างหวาดระแวงกลัวว่าสามีตนจะย้อนกลับมายิงล้างครัวในงานศพแม่ เมื่อเสร็จพิธีสวดพระอภิธรรมศพก็ต้องรีบกลับทันที ส่วนตนซึ่งเป็นเป้าหมายหลักก็ต้องรีบไปนอนบ้านญาติที่อยู่ห่างไกลออกไป เพราะสามีตนเป็น อส. ประจำการ ชอบเล่นปืนมีปืนติดตัวมากถึง 3 กระบอก ซึ่งตนก็ไม่รู้ว่าปืนมีทะเบียนหรือไม่ ส่วนคดีก็ไม่มีความคืบหน้าเมื่อโทร.ไปถามตำรวจก็ได้รับคำตอบว่าออกหมายจับแล้วกำลังติดตามจับกุมอยู่

“ตอนนี้ตนคิดว่าจะยังไม่เผาศพแม่จะเก็บไว้จนกว่าตำรวจจะจับคนร้ายได้และคิดว่าจะเดินทางไปร้องต่อตำรวจกองปราบปราม ที่กรุงเทพมหานคร เพื่อให้ช่วยเรื่องคดีและจับคนร้ายด้วย เพราะสามีตนมีพฤติกรรมโหดเหี้ยมและเป็นคนกว้างขวางรู้จักข้าราชการระดับสูงหลายคน ดังนั้นไม่วันใดวันหนึ่งตนและครอบครัวคงถูกตามมาฆ่าตายหมดแน่” น.ส.พิมพ์นภา กล่าว

ด้าน นายฉัตรชัย แสงสวัสดิ์ อายุ 36 ปี สามีใหม่ผู้ตายกล่าวว่า ตนเป็นคนหูหนักมากต้องตะโกนดังๆ ถึงจะได้ยิน คืนเกิดเหตุตนนอนอยู่ในห้องกับ นางพรเพ็ญ แจะซ้าย ผู้ตาย และหลานสาววัย 3 ขวบ ตนไม่ค่อยรู้เรื่องว่ามีการพูดคุยอะไรกันบ้าง เมื่อตนออกมาเห็นภรรยาตนถูกยิงตายนอนจมกองเลือดอยู่จึงรีบหันหลังกลับเข้าไปอุ้มหลานในห้องแล้ววิ่งหนีออกมาทางประตูหน้าบ้านอย่างไม่คิดชีวิตโดยเข้าไปแอบซ่อนอยู่ในป่ามืด ส่วนมือปืนหันมาเห็นตนวิ่งหนีก็วิ่งตามออกมาแต่ไม่ทัน แล้วขับรถยนต์หลบหนีออกไปอย่างรวดเร็ว