ศูนย์ข่าวภูเก็ต – 3 ผู้สมัครรับเลือกตั้งนายก อบจ.ภูเก็ต ขึ้นเวทีดีเบตโชว์วิสัยทัศน์ และนโยบาย รวมทั้งแนวทางการแก้ปัญหา เพื่อพาภูเก็ตรอดจากวิกฤตผลกระทบไวรัสโควิด-19 โค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง 20 ธ.ค.นี้
เมื่อวานนี้ (13 ธ.ค.) ที่สนามชัย บริษัทแอร์โรมีเดีย ร่วมกับพันธมิตรองค์กรเครือข่ายภาคประชาชน จัดเวทีดีเบตประชันวิสัยทัศน์ผู้สมัครเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต (อบจ.ภูเก็ต) “โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง อบจ.เปิดนโยบายชิงใจชาวภูเก็ต” ซึ่งมีผู้สมัครเข้าร่วม 3 คน จากผู้สมัครทั้งหมด 5 คน ประกอบด้วย นายเรวัต อารีรอบ ทีมภูเก็ตหยัดได้ ผู้สมัครหมายเลข 2 นายทรงศักดิ์ สวนอักษร กลุ่มภูเก็ตปุ้นเต่ หมายเลข 4 และนายปัญญา ไกรทัศน์ ผู้สมัครหมายเลข 5 ส่วนผู้สมัครอีก 2 หมายเลขที่ไม่ได้เข้าร่วมเวที ได้แก่ นายจิรายุส ทรงยศ ผู้สมัครหมายเลข 1 กลุ่มคนบ้านเรา และนายสรวุฒิ ปาลิมาพันธ์ ผู้สมัครหมายเลข 3 คณะก้าวหน้าภูเก็ต ที่ได้ทำหนังสือแจ้งไปยังผู้จัดว่าไม่สามารถเข้าร่วมเวทีในครั้งนี้ได้
ทั้งนี้ ในส่วนของเวทีดีเบตได้เริ่มจากทางพิธีกรได้แจ้งให้ผู้สมัครทั้ง 3 ราย ทราบถึงกฎกติกาต่างๆ และให้ผู้สมัครทั้ง 3 คน จับสลากหมายเลขลำดับในการพูดแนะนำตัว พร้อมแสดงวิสัยทัศน์ และชี้แจงนโยบาย หากได้รับการเลือกตั้งเป็นนายก อบจ.ภูเก็ต จากนั้นให้ผู้ร่วมดีเบตเลือกประเด็นที่จะต้องพูดด้วยการจับฉลาก ต่อด้วยคำถามจากผู้เข้าร่วมกิจกรรม และปิดท้ายด้วยการให้แต่ละคนสรุปว่า ทำไมต้องเลือกเขาเป็นนายก อบจ.ภูเก็ต ซึ่งต่างเน้นย้ำให้ทุกคนออกมาใช้สิทธิในวันที่ 20 ธันวาคมนี้
เริ่มจาก นายเรวัต อารีรอบ ผู้สมัครหมายเลข 3 กลุ่มภูเก็ตหยัดได้ ได้กล่าวถึงเหตุผลของการลงสมัคร ว่า ที่ผ่านมาในช่วงที่ดำรงตำแหน่ง ส.ส.ภูเก็ต ได้มีการผลักดันงบประมาณในการจัดทำโครงการต่างๆ ให้แก่จังหวัดภูเก็ตมาอย่างต่อเนื่อง เช่น การพัฒนาทางด้านการศึกษา ด้านสาธารณสุข และหลังจากที่ไม่ได้รับการเลือกตั้งในสมัยที่ผ่านมาก็ได้เข้าไปส่วนทำงานในตำแหน่งผู้ช่วยเลขารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดสถานการณ์โควิด-19 ได้ลงพื้นที่และพบเห็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก จึงตัดสินใจที่จะลงสมัครนายก อบจ. เพื่อที่จะได้นำประสบการณ์และความรู้ต่างๆ รวมถึงสายสัมพันธ์ที่ดีกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งในระดับประเทศและในพื้นที่ในการขับเคลื่อนเพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน โดยใช้กลไกของ อบจ. ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการศึกษา ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน การพัฒนาด้านการท่องเที่ยว และอื่นๆ ด้วยการวางแผนการทำงานแบ่งเป็นระยะเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาว เป็นนโยบายที่สามารถที่สามารถทำได้และทำทันที
“การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญมาก อย่าเลือกแค่ความเป็นเพื่อน เป็นญาติ หรือพี่น้อง แต่ภูเก็ตต้องเลือกคนดี มีคอนเน็กชันทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ และที่สำคัญต้องมีประสบการณ์ที่จะนำภูเก็ตภูเก็ตรอด โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่ภูเก็ตได้รับผลกระทบอย่างหนักจากโควิด-19 จะต้องมองถึงอนาคตว่าจะเป็นอย่างไร ซึ่งผมพร้อมที่จะมาทำหน้าที่ตรงนี้ ในการนำพี่น้องชาวภูเก็ตให้ฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้ นอกจากนั้น สิ่งที่จะผลักดันให้เกิดขึ้นในภูเก็ต คือ การสร้างแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ไม่ว่าจะเป็นสะพานกระจก หอไข่มุก สวนพฤกษชาติ และอื่นๆ”
ด้าน นายปัญญา ไกรทัศน์ ผู้สมัครหมายเลข 5 กล่าวว่า จากประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมา โดยเฉพาะการลงพื้นที่และได้เข้าไปช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤต-19 ซึ่งเป็นปัญหาค่อนข้างหนักมาก และถือเป็นหายะทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ จึงตัดสินใจมาลงสมัคร โดยมีเป้าหมายในการนำพาจังหวัดภูเก็ตให้รอดพ้นจากวิกฤตไปให้ได้ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาหนี้สินของภาคประชาชนและภาคธุรกิจ การจัดกิจกรรมส่งเสริมและกระตุ้นการท่องเที่ยว การสร้างแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ยืนยันว่าด้วยประสบการณ์ที่จะสามารถนำพาภูเก็ตให้ผ่านวิกฤตนี้ไปได้ นอกจากนั้น จะผลักดันให้ศูนย์ประชุมและศูนย์แสดงสินค้าเกิดขึ้นที่จังหวัดภูเก็ตให้ได้
ขณะที่ นายทรงศักดิ์ สวนอักษร ผู้สมัครหมายเลข 4 กล่าวว่า ในส่วนของตนได้วางแนวทางในการพัฒนา ว่าจะต้องเป็นนโยบายที่มาจากทุกคน เน้นให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการทำงาน เป็นการดึงแนวคิดจากรากไปสู่ยอด ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาด้านการศึกษา ซึ่งจะเริ่มต้นจากโรงเรียนในสังกัดของ อบจ. ก่อนจะขยายไปยังที่อื่นๆ พัฒนาโรงพยาบาล อบจ.ให้มีศักยภาพให้มากกว่าที่เป็นอยู่ และการออกแบบเมืองให้มีความเหมาะสม สิ่งสำคัญคือ การให้ชาวบ้านเข้ามามีส่วนในการพัฒนาในด้านต่างๆ เช่น การจราจร การใช้รถไฟฟ้าใต้ดินเส้นทางจาก สถานีขนส่งใหม่- วิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ต เป็นต้น ซึ่งแนวคิดมาจากทุกคน ถอดบทเรียนที่ผ่านมา และสู้ไปด้วยกันเพื่อทำให้ภูเก็ตรอด ขณะที่เรื่องของศูนย์ประชุมนานาชาติจะผลักดันให้เกิดขึ้น


