xs
xsm
sm
md
lg

กฟผ.หนุนงบ 14 ล้าน มอบ ม.อ.ภูเก็ต ศึกษาวิจัยพัฒนาอ่าวพารา ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ-ส่งเสริมอาชีพเพิ่มรายได้ประมงพื้นบ้าน

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์





ศูนย์ข่าวภูเก็ต - กฟผ.สนับสนุนงบ 14 ล้านบาท ให้ ม.อ.ภูเก็ต ทำโครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาแบบบูรณาการเพื่อการพัฒนาอ่าวพารา-อ่าวพังงา อย่างยั่งยืน ด้วยการศึกษาวิจัย ฟื้นฟู ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมชายฝั่งทะเล พร้อมส่งเสริมอาชีพและสร้างรายกลุ่มประมงพื้นบ้าน


เมื่อเวลา 09.30 น.วันนี้ (24 พ.ย.) ที่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต รศ.ดร.พันธ์ ทองชุมนุม รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต เป็นประธานในพิธีมอบเงิน จำนวน 14 ล้านบาท และลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาแบบบูรณาการเพื่อการพัฒนาอ่าวพารา-อ่าวพังงา อย่างยั่งยืน ระหว่างคณะเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วีระพงศ์ เกิดสินา คณบดี และ น.ส.พนา สุภาวกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการพัฒนาระบบส่ง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และ นายนรินทร์ มีวงศ์ ประมงจังหวัดภูเก็ต โดยมีผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ กฟผ. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต ตัวแทนชาวประมงพื้นบ้านในพื้นที่อ่าวพารา ต.ป่าคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เข้าร่วม


โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาแบบบูรณาการเพื่อการพัฒนาอ่าวพารา-อ่าวพังงา อย่างยั่งยืน เป็นความร่วมมือระหว่างคณะเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ม.อ.ภูเก็ต กับ กฟผ.และประมงจังหวัดภูเก็ต ในการเข้าไปศึกษาวิจัยและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติชายฝั่งทะเลอ่าวพาราและอ่าวพังงา รวมถึงส่งเสริมสร้างอาชีพและเพิ่มรายได้แก่ประมงพื้นบ้านใน 8 หมู่บ้าน ทางชายฝั่งตะวันออกของเกาะภูเก็ต ซึ่งประกอบด้วย บ้านแหลมทราย บ้านพารา บ้านอ่าวกุ้ง เกาะนาคา บ้านอ่าวปอ บ้านบางโรง บ้านป่าคลอก และบ้านยามู

ดังนั้น เพื่อลดผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ได้ดำเนินการก่อสร้างสายไฟฟ้าแรงสูงขนาด 500 กิโลวัตต์ และขยายสายไฟฟ้าแรงสูงขนาด 230 กิโลวัตต์ ซึ่งสายไฟฟ้าแรงสูงดังกล่าวต้องพาดผ่านป่าชายคลองท่ามะพร้าวและคลองท่าเรือ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของระบบส่งไฟฟ้าและส่งเสริมการขยายตัวธุรกิจท่องเที่ยวในภาคใต้ในระยะยาว หลังจากเกิดไฟฟ้าดับในพื้นที่ภาคใต้เมื่อปี 2556 ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจท่องเที่ยวภูเก็ตอย่างมาก ซึ่งการก่อสร้างสายส่งไฟฟ้าดังกล่าว ทาง กฟผ.ได้จัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (IEE) และได้รับความเห็นชอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรียบร้อยแล้ว


เพื่อเป็นการลดผลกระทบที่เกิดขึ้น และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างระบบสายส่งดังกล่าว กฟผ.จึงได้กำหนดให้โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาแบบบูรณาการเพื่อการพัฒนาอ่าวพารา-อ่าวพังงา อย่างยั่งยืน เป็นหนึ่งในมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมในรายงาน IEE โดยทาง กฟผ.ได้สนับสนุนงบประมาณ จำนวน 14 ล้านบาท ให้แก่ทางคณะเทคโนโลยีฯ ม.อ.ภูเก็ต เข้าไปศึกษาวิจัยและฟื้นฟู ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมชายฝั่งทะเล รวมถึงส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้ให้แก่ชาวประมงพื้นบ้าน ในระยะเวลา 5 ปี ตั้งแต่ปี 2564-2568

 


โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาแบบบูรณาการเพื่อการพัฒนาอ่าวพารา-อ่าวพังงา อย่างยั่งยืน เป็นการดำเนินการใน 9 กิจกรรม ด้วยกัน คือ 1.โครงการวิจัยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อหญ้าทะเลเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรหญ้าทะเล อ่าวพารา จ.ภูเก็ต 2.โครงการส่งเสริมอาชีพชุมชนประมงชายฝั่งสู่การสร้างมูลค่าเพิ่ม เช่น การแปรรูปปลาช่อนทะเล ที่บ้านแหลมทราย ในปีแรก เป็นต้น 3.ศึกษาปริมาณและปัจจัยที่ส่งผลต่อการลดขยะทะเลในชุมชนชายฝั่ง เพื่อความปลอดภัยของสัตว์ทะเลหายาก เช่น เต่าทะเล โลมา ที่อาจจะกินขยะเหล่านี้เข้าไปจนทำให้ตายในที่สุด 4.โครงการวิจัยและฟื้นฟูป่าชายเลน โดยการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัย หรือดาวเทียมมาสำรวจป่าชายเลน หากพบว่าจุดใดถูกทำลายหรือเสื่อมสภาพจะเข้าไปดำเนินการในการปลูกทดแทน

5.การบริหารจัดการและฟื้นฟูแนวปะการัง โดยเฉพาะที่บริเวณอ่าวกุ้ง ที่มีแนวปะการังเขากวางที่ยังสมบูรณ์ สีเหลืองอร่าม ที่ขณะนี้ ทางกรม ทช.ได้มีการวางทุ่นไว้แล้ว อาจจะมีวางทุนเพิ่มเติมหรือแนวทางอื่นใดที่เหมาะสมเพื่อไม่ได้แนวปะการังได้รับความเสียหาย 6.ความหลากหลายทางชีวภาพและการใช้ประโยชน์บ้านปลา ซึ่งจะเข้าไปต่อยอดในส่วนของบ้านปลา หรือซั้งกอ ที่ประมงพื้นบ้านได้นำไม้ไผ่ไปวางเพื่อสร้างเป็นบ้าน หรือ สร้างบ้านปลาเพิ่มในจุดที่เหมาะสมในพื้นที่ต่างๆ เพื่อเพิ่มปริมาณสัตว์น้ำ


7.ธนาคารปู ที่ขณะนี้มีการดำเนินการแล้วในหลายพื้นที่ และจะดำเนินการต่ออีกหลายๆพื้นที่ เช่น บ้านแหลมทราย บ้านอ่าวกุ้ง เกาะนาคา รวมไปถึงการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เพื่อลดค่าไฟฟ้าที่ใช้ในธนาคารปู เป็นต้น 8.การศึกษาคุณภาพน้ำและแพลงก์ตอนและสัตว์น้ำวัยอ่อน และ 9.การวิจัยและพัฒนาเพื่อเพิ่มปริมาณสัตว์น้ำ โดยการจัดทำโรงเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำวัยอ่อน การสับเปลี่ยนเครื่องมือประมง การปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำวัยอ่อนตามความเหมาะสมของพื้นที่นั้นๆ

อย่างไรก็ตาม ภายหลังสิ้นสุดโครงการภายในระยะเวลา 5 ปี คาดว่าทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงป่าชายเลนจะได้รับการฟื้นฟู สัตว์น้ำในทะเลจะเพิ่มปริมาณมากขึ้น อาชีพประมงพื้นบ้านจะมีความมั่นคง มีการแปรรูปสัตว์น้ำและมีมูลค่าเพิ่มขึ้น เพื่อนำไปสู่ทรัพยากรมั่นคง คนมั่งคั่งต่อไป




Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...