สตูล - กลุ่มชาติพันธุ์ “มานิ” กลุ่มเปราะบางใน จ.สตูล ที่เชื่อว่าสิทธิการเข้าถึงการรักษาพยาบาล มากับการได้สัญชาติไทย และมีความจำเป็นพอๆ กับการหาอาหารเลี้ยงชีพ
วันนี้ (23 พ.ย.) ที่ว่าการอำเภอละงู จ.สตูล นายกิตติพงศ์ ประเสริฐ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 10 บ้านวังนาใน ต.น้ำผุด อ.ละงู จ.สตูล นำเฒ่าเปรียว รักษ์ละงู อายุ 87 ปี กลุ่มชาติพันธุ์มานิ ที่ยังตกหล่นในการรับสัญชาติไทย มาจัดทำบัตรประจำตัวประชาชน ซึ่งเป็นหนึ่งในการแก้ไขปัญหาเรื่องสถานะบุคคลของชนเผ่ามานิ เนื่องจากได้อพยพมาจาก อ.ทุ่งหว้า มาอยู่ยังบ้านวังนาใน และยังไม่มีชื่อในทะเบียนบ้าน และไม่มีการแจ้งเกิด
จากปัญหากลุ่มชาติพันธุ์มานิ ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ จ.สตูล ตรัง และ จ.พัทลุง แนวเทือกเขาบรรทัด ซึ่งมีการโยกย้ายถิ่นฐาน ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงสิทธิการรักษา หรือการดูแลจากภาครัฐได้ เนื่องจากเป็นบุคคลไร้สัญชาติ
หลังจากทาง อ.ละงู สำรวจ พบว่า ยังมีชาวมานิ ที่ตกหล่นอพยพจากพื้นที่อื่นมาอยู่ จำนวน 17 คน ได้ตรวจสอบ และจัดทำแผนผังครอบครัว ก่อนเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน และจัดทำบัตรประชาชนให้ทุกคนในครั้งนี้ ที่เชื่อว่าเป็นชุดสุดท้ายที่อยู่ในพื้นที่ อ.ละงู ที่ได้รับสัญชาติไทย
นายธานี หะยีมะสาและ นายอำเภอละงู ยอมรับว่า ขณะนี้มาชาวมานิอาศัยในพื้นที่ รวมทั้งชุดทำบัตรประชาชนในวันนี้ จำนวน 73 คน บนพื้นที่ 2 ไร่ที่เริ่มแออัด โดยเตรียมหาแนวทางขยับขยาย หากมีการอพยพมาอยู่อีกของชาวมานิ พร้อมเตรียมจัดหาแหล่งน้ำ การเข้าถึงสาธารณูปโภค และระบบสาธารณสุขเพื่อดูแลการเจ็บป่วย
“เฒ่าไข่” หรือกำนันไข่ ศรีมะนัง ที่ชาวมานิให้การยอมรับบอกว่า ชุดนี้ถือว่าเป็นชุดสุดท้ายที่มาทำบัตรประชาชน โดยเดิมทีเคยอยู่ที่ อ.ละงู ก่อนอพยพไปอยู่ที่อื่น เมื่อไม่มีอาหารก็กลับมาอยู่ที่ อ.ละงู อีกครั้ง อีกทั้งอยากได้บัตรประชาชนเพื่อให้เข้าถึงระบบการรักษาพยาบาล ซึ่งมีความสำคัญ และจำเป็นกับพวกเราชาวมานิมาก
ทั้งนี้ ชาวมานิใน จ.สตูล กระจายในพื้นที่ 3 อำเภอ คือ อ.มะนัง 36 คน อ.ทุ่งหว้า 37 และ อ.ละงู 73 คน รวมที่เข้ารับสิทธิสัญชาติไทยแล้ว 146 คน


