สุราษฎร์ธานี - พ่อค้าแม่ค้า ชาวบ้านบนเกาะสมุย ต่างตอบรับแห่ไปใช้สิทธิ "คนละครึ่ง" ซื้อของกิน ของใช้ ของในครัวเรือนกันอย่างคึกคัก อยากให้รัฐขยายเวลาโครงการออกไปอีกเรื่อยๆ
วันนี้ ( 20 พ.ย.) บรรยากาศที่ตลาดสดในอำเภอเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นตลาดชุมชนขนาดใหญ่ แหล่งจำหน่ายอาหาร ของกินของใช้ เสื้อผ้า ของใช้ในครัวเรือ แม่ค้าเร่ ในวันนี้ บรรยากาศคึกคักไปด้วยประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อสินค้า อาหาร ซึ่งร้านค้าเกินกว่าครึ่งภายในตลาดสดที่ได้ร่วมเข้าโครงการคนละครึ่ง ที่ทางรัฐบาลได้ขยายโครงการ พ่อค้าแม่ค้า รวมทั้งรถเร่ขายสินค้า ได้เข้าร่วมโครงการกันอย่างคึกคัก และทำให้ประชาชนที่ได้เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ต่างแห่เข้าไปใช้สิทธิ จับจ่ายซื้อสินค้ากันเป็นจำนวนมาก ทำให้ประชาชนสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนได้เป็นอย่างมาก
อย่างเช่น น.ส.ลภัสลดา ศรีนคร ซึ่งทำงานเป็นผู้จัดการโรงแรมแห่งหนึ่งในอำเภอเกาะสมุย และถูกพิษโควิด-19 จนต้องผันตัวเองมายึดอาชีพแม่ค้า จำหน่ายสินค้าในครัวเรือนและเสื้อผ้าภายในตลาดสด เปิดเผยว่า ได้เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งกับทางรัฐบาลด้วยเช่นกัน ซึ่งบอกว่าโครงการคนละครึ่งเห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่าลูกค้าที่เข้ามาจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ที่มาใช้บริการซื้อสินค้าในครัวเรือน โดยลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาวบ้าน และคนมีรายได้น้อย จะมาใช้บริการในช่วงตอนเย็นๆ และพบว่าลูกค้าเกิน 80% ที่มาใช้จ่ายในโครงการคนละครึ่ง ซึ่งตัวเองมองว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ดีมาก ซึ่งประชาชนในชุมชนยังสามารถเข้าถึง เช่น คนแก่ พ่อบ้าน แม่บ้าน คนในวัยทำงานที่มาใช้บริการ ขณะที่ประชาชนที่ลงแอปพิเคชันแล้วแต่ยังไม่ค่อยเข้าใจ ทางตนก็จะอธิบายให้คำแนะนำ และทำความเข้าใจให้ลูกค้าพึงพอใจ จนลูกค้ากลับมาใช้บริการในภายหลังอีกครั้ง จึงอยากให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขยายโครงการคนละครึ่งไปนานๆ และให้มีต่อเนื่อง ซึ่งจะทำให้การกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชนได้เป็นอย่างดี
ขณะที่ น.ส.สรญา เซ้งเต้ง แม่ค้ารถเร่ จำหน่ายปลาสดบนรถยนต์กระบะเร่ขาย เปิดเผยว่า ตนเป็นแม่ค้าจำหน่ายบนรถเร่ขายมาตั้งแต่ก่อนเกิดโควิด-19 แต่ภายหลังเกิดสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ยอดจำหน่ายตกลงไปเรื่อยๆ แต่พอมีโครงการคนละครึ่งขึ้นมา ตนได้เข้าร่วมโครงการ ทำให้ยอดจำหน่ายดีขึ้นเรื่อยๆ จากเมื่อก่อนจำหน่ายได้เพียงวันละ 1,000 กว่าบาท แต่พอเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ทำให้ยอดจำหน่ายเพิ่มขึ้นตกวันละ 3,000 กว่าบาท
จึงอยากให้รัฐบาลจัดสรรโครงการคนละครึ่งไปอีก เช่น ยืดระยะเวลาออกไป จะทำให้แม่ค้าที่เป็นรายย่อยสามารถเข้าถึง และชาวบ้านก็เข้าถึงได้ง่าย รวมทั้งประชาชนเข้าถึงโครงการในเรื่องของปากท้องเป็นสิ่งจำเป็น และโครงการคนละครึ่งคนมีรายน้อยก็มีกำลังที่จะซื้อ ซึ่งลูกค้าที่มาใช้บริการคนละครึ่งและร่วมโครงการคนละครึ่ง นำโทรศัพท์มายิงแอปพิเคชันได้ง่าย หากลูกค้าไม่เข้าใจตนจะช่วยเหลือให้คำแนะนำ
ด้าน นางลำไพ ภมรศรี ชาวบ้านที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ที่เดินทางมาซื้อสินค้า กล่าวว่า ตั้งแต่มีโครงการคนละครึ่งตนมองว่าดีมาก เพราะจากที่เคยจ่ายเต็มก็เหลือเพียงครึ่งเดียว สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนไปได้เยอะ จึงอยากให้โครงการนี้มีต่อเนื่องก็จะดีมากเลย ไม่ยุ่งยากในการใช้แอปพลิเคชัน ตนกลับมองว่าสะดวกดี ขอบคุณรัฐบาลที่มีโครงการนี้ขึ้นมาเพราะช่วยประชาชนได้มาก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โดยภาพรวมพ่อค้าแม่ค้า ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการสิทธิคนละครึ่ง ต่างพูดกันเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นโครงการที่ตอบโจทย์คนมีรายได้น้อย สามารถเลี้ยงชีพในครอบครัวได้ จึงอยากให้รัฐบาลขยายเวลาออกไปเรื่อยๆ จนกว่าจะพ้นวิกฤตโควิด-19 และเศรษฐกิจดีขึ้น


