ศูนย์ข่าวภูเก็ต - นายกรัฐมนตรีประชุมร่วมภาคท่องเที่ยวภูเก็ต หารือแนวทางฟื้นเศรษฐกิจจากผลกระทบโควิด-19 ระบุรัฐบาลรับทราบปัญหาและกำลังหาแนวทางช่วยเหลือ พร้อมรับข้อเสนอตามที่ภาครัฐและเอกชนเสนอเพื่อฟื้นฟูการท่องเที่ยว
วันนี้ (2 พ.ย.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ตรวจติดตามความพร้อมของจังหวัดภูเก็ตในการเปิดรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวภูเก็ตด้วยวีซ่า STV เพื่อฟื้นฟูการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยได้ตรวจติดตามความพร้อมการรับนักท่องเที่ยวที่สนามบินภูเก็ตและขั้นตอนการตรวจหาเชื้อโควิด-19 นักท่องเที่ยวที่สนามบินภูเก็ต ตั้งแต่ที่นักท่องเที่ยวลงจากเครื่องบิน ผ่านการตรวจเอกสารต่างๆ ตามที่กำหนด ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง ศุลกากร และการรับนักท่องเที่ยวจากอาคารผู้โดยสารต่างประเทศมายังอาคาร X-Terminal เพื่อทำการสวอปสารคัดหลั่งในการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ที่ทางกรมควบคุมโรคติดต่อได้ติดตั้งห้องปฏิบัติการตรวจหาเชื้อโควิด-19 หรือห้องแล็บไปก่อนหน้านี้ โดยสามารถตรวจหาเชื้อได้รอบละ 96 ตัวอย่าง ทุกๆ 3 ชั่วโมง พร้อมทั้งมีการแจ้งผลแบบออนไลน์ภายใน 3 ชั่วโมง เมื่อทำการสวอปแล้วเสร็จนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางต่อไปยังโรงแรม ALQ ได้ทันที
จากนั้นได้เดินทางต่อไปเป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการฟื้นฟูเศรษฐกิจในภาคการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต กับ ทางผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ภาคเอกชน หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ผู้ว่าราชการจังหวัดในฝั่งอันดามัน ณ โรงแรมดวงจิตต์ รีสอร์ท แอนด์ สปา หาดป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต
ทั้งนี้ ก่อนเปิดประชุมอย่างเป็นทางการนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวทักทายผู้เข้าร่วมประชุมถึงความตั้งใจของรัฐบาลในการแก้ปัญหา ซึ่งรัฐบาลรับทราบปัญหาเป็นอย่างดี กำลังหาแนวทางที่เหมาะสมในการแก้ปัญหาเป็นระยะๆ คือ จะทำอย่างไรให้ธุรกิจ และประชาชนอยู่ได้ก่อน จะทำอย่างไรให้สามารถมีรายได้เพิ่มขึ้น ทั้งโดยทางตรงและทางอ้อม
“เมื่อช่วงเช้าที่ผ่าน ได้ไปที่สมุย ได้เห็นสภาพความเป็นไปในบริเวณเกาะสมุย ก็เข้าใจดีว่าทางภูเก็ตอาจจะหนักมากกว่า เพราะว่าเป็นพื้นที่ที่มีรายได้หลักทางเดียวจากการท่องเที่ยว เพราะฉะนั้น เราต้องหาแนวทางว่าจะทำอย่างไรให้ภูเก็ตมีสถานการณ์ที่ดีขึ้น วันนี้หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ข้อมูลเพื่อที่จะหาทางออกให้แก่ทุกฝ่ายได้” นายกรัฐมนตรี กล่าว
ด้าน นายดนุชา พิชญานันท์ เลขาธิการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) แถลงผลการหารือแนวทางการฟื้นฟูเศรษฐกิจในภาคการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต ว่า การประชุมในวันนี้ทางนายกรัฐมนตรีได้หารือร่วมกับภาคเอกชนด้านการท่องเที่ยวของภูเก็ต เพื่อร่วมกันหาแนวทางในการให้การช่วยเหลือและฟื้นฟูการท่องเที่ยวของภูเก็ต จากที่ภูเก็ตต้องประสบความยากลำบากจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เนื่องจากเศรษฐกิจหลักของภูเก็ตมาจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยทางจังหวัดภูเก็ตได้นำเสนอโครงการพัฒนาภูเก็ตในระยะปานกลางและระยะยาว ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบหลักการตามที่เสนอ คือ โครงการพัฒนาคุณภาพการคัดกรองด่านตรวจภูเก็ตเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านความปลอดภัย โครงการก่อสร้างทางหลวงแนวใหม่ เส้นเมืองใหม่-เกาะแก้ว ระยะทาง 24 กิโลเมตร โดยได้มอบหมายให้หน่วยงานที่รับผิดชอบไปศึกษาและจัดสรรงบประมาณที่เหมาะสมต่อไป ส่วนโครงการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจังหวัดภูเก็ตสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลกนั้น นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้สภาพัฒน์เข้าไปศึกษารายละเอียดและหาช่องทางในการดำเนินการซึ่งอาจจะดำเนินการในลักษณะของการให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุน (PPP) เพื่อความยั่งยืนของโครงการ
ในส่วนของภาคเอกชนนั้น ได้นำเสนอให้มีการปรับปรุงเงื่อนไขและสิทธิประโยชน์ของโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” เช่น ลดหย่อน 50% ในช่วงวันธรรดา ลดหย่อนค่าตั่วเครื่องบิน การจัดประชุมสัมมนาในพื้นที่ภูเก็ต มาตรการการเงิน มาตรการภาษี มาตรการแรงงาน เป็นต้น ซึ่งในส่วนข้อเสนอภาคเอกชนนั้น ทางนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีรับไปพิจารณาจัดทำเป็นข้อเสนอในการฟื้นฟูท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของภูเก็ตและพื้นที่อื่นๆ ต่อไป
สำหรับโครงการที่สามารถทำได้ก่อนก็พร้อมจะเดินหน้า เช่น การจัดการอบรม สัมมนาของหน่วยงานภาครัฐ นายกรัฐมนตรีย้ำว่า ภาครัฐและเอกชนจะต้องร่วมมือกันจัดลำดับความสำคัญในการเข้าไปช่วยเหลือ รัฐบาลวันนี้ต้องการส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ ให้คนไทยท่องเที่ยวข้ามจังหวัด เพื่อประคองอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย สิ่งสำคัญ คือ รัฐบาลจะต้องดูแลทุกคน ประชาชน ผู้ประกอบการ เกษตรกร ทุกภูมิภาค คำนึงถึงการใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุด สร้างภูมิคุ้มกันให้ไทยสามารถเผชิญกับวิกฤตใหม่ๆ ในอนาคตได้
อย่างไรก็ตาม ในวันพรุ่งนี้ (3 พ.ย.) นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีจะประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ (ครม.สัญจร จ.ภูเก็ต) พร้อมทั้งเป็นประธานการประชุมการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน และเป็นประธานสักขีพยานในโอกาสที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหนังสือให้เข้าทำปะโยชน์หรืออยู่อาศัยในพื้นที่เป้าหมายการจัดการที่ดินทำกินให้ชุมชนพื้นที่ภาคใต้ฝั่งอันดามัน แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ระนอง และ ตรัง จำนวน 6 ฉบับ ก่อนที่จะเดินทางมาเยี่ยมชมสถาปัตยกรรมชิโนโปรตุกีส และพบปะผู้ประกอบการย่านเมืองเก่าภูเก็ต บริเวณถนนถลาง อ.เมือง จ. ภูเก็ต


