xs
xsm
sm
md
lg

ผู้ตรวจการแผ่นดินลงพื้นที่ตรังติดตามปัญหาการดูดทราย พบเริ่มคลี่คลายในทางที่ดี

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ตรัง - คณะผู้ตรวจการแผ่นดินลงพื้นที่ ต.ในควน อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง เพื่อติดตามการแก้ปัญหาผลกระทบจากการขุด ตัก ดูดทราย ทำตลิ่งพังและคอสะพานชำรุด โดยพบว่าล่าสุด ทุกอย่างคลี่คลายไปในทางที่ดีแล้ว

วันนี้ (9 ต.ค.) พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมด้วย นายวทัญญู ทิพยมณฑา รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายเมธี มั่นคง ผู้อำนวยการสำนักสอบสวน 1 และคณะ ร่วมกับ นายไพบูลย์ โอมาก รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ลงพื้นที่ติดตามการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากการขุด ตัก ดูดทราย ในพื้นที่อำเภอย่านตาขาว จ.ตรัง

โดยเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหา ทั้งปลัดอำเภอย่านตาขาว อุตสาหกรรมจังหวัดตรัง ตัวแทนโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดตรัง แขวงทางหลวงชนบทตรัง สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาตรัง ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดตรัง คณะกรรมการตรวจสอบการดูดทรายในท้องที่อำเภอย่านตาขาว และผู้นำชุมชน ให้ข้อมูลและลงติดตามสถานที่จริงบริเวณหลังวัดช่องหาย ต.ในควน อ.ย่านตาขาว ที่ได้รับผลกระทบจากการขุด ตัก ดูดทราย ทำตลิ่งพัง คอสะพานชำรุด


โดยก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนมิถุนายน 2562 คณะผู้ตรวจการแผ่นดินได้ลงพื้นที่มาตรวจสอบตามข้อร้องเรียนของประชาชนว่า มีการดูดทรายโดยไม่รับอนุญาต จำนวน 6 บ่อ ในพื้นที่ 3 ตำบล ติดคลองลำพิกุล ซึ่งเป็นแม่น้ำสายสำคัญของชาว อ.ย่านตาขาว ประกอบด้วย ต.ในควน ต.โพรงจระเข้ และ ต.หนองบ่อ จนทำให้ตลิ่งทรุดพังเสียหาย รวมทั้งถนนทรุด และคอสะพานชำรุด โดยพบผู้ประกอบการกระทำการฝ่าฝืนกฎระเบียบ ข้อกฎหมายในหลายข้อ แม้จะดำเนินการในที่ดินกรรมสิทธิ์ของตนเอง และได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการจากกระทรวงอุตสาหกรรม อย่างถูกต้องก็ตาม

เช่น ประกอบกิจการโรงงานโดยไม่แจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบไม่น้อยกว่า 15 วัน ก่อนวันเริ่มการประกอบกิจการ เลิกประกอบกิจการโรงงานโดยไม่มีการแจ้งให้เจ้าพนักงานทราบไม่น้อยกว่า 15 วัน รวมถึงระยะห่างจากขอบบ่อกับคลองลำพิกุลไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ทำให้ดินอ่อนตัว ทรัพยากรธรรมชาติโดยรวมพังเสียหาย ส่งผลต่อทิศทางการไหลเวียนของน้ำหรือไม่ จัดทำเครื่องหมายเพื่อแสดงขอบเขตพื้นที่ที่ได้รับอนุญาต

หลังจากนั้น คณะผู้ตรวจการแผ่นดินได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวให้ถูกต้อง ให้ตรวจสอบบ่อทรายที่หยุดดำเนินกิจการและยังดำเนินกิจการว่ามีจำนวนกี่บ่อ รวมทั้งผลความคืบหน้าในการแก้ไขตามข้อสั่งการ ทั้งนี้ พบว่าหน่วยงานในพื้นที่กำลังเร่งปรับปรุงแก้ไขสะพานข้ามคลองลำพิกุล และสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะตลิ่ง พร้อมย้ำกำกับดูแลการดูดทรายในพื้นที่ให้ถูกต้องนั้น


พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่า วันนี้เป็นการลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนกรณีผลกระทบจากการประกอบกิจการดูดทรายในพื้นที่ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ทำให้ตลิ่ง ถนนทรุดพังเสียหาย และคอสะพานข้ามคลองลำพิกุลชำรุด โดยล่าสุดได้รับรายงานความคืบหน้าว่า อ.ย่านตาขาว ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการดูดทรายในท้องที่ อ.ย่านตาขาว และเข้าตรวจสอบพื้นที่ที่มีการดูดทรายในพื้นที่แล้ว

สรุปผลมีผู้ประกอบกิจการโรงงานขุด ตัก ดูดหรือร่อน คัดขนาดทรายในที่ดินกรรมสิทธิ์ในท้องที่ อ.ย่านตาขาว จำนวน 6 ราย ยังประกอบกิจการโดยอยู่ระหว่างดำเนินการปรับปรุงแก้ไข จำนวน 3 ราย และแจ้งเลิกประกอบกิจการ จำนวน 3 ราย ซึ่งบ่อทรายที่เคยเป็นปัญหาบริเวณที่ตลิ่งพังเสียหาย ได้แจ้งเลิกประกอบกิจการดูดทราย ปัจจุบันได้ปรับเปลี่ยนเป็นพื้นที่เกษตรกรรมสำหรับปลูกปาล์มน้ำมันแล้ว

นอกจากนั้น ทางกรมโยธาธิการและผังเมือง ยังมีโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมคลองลำพิกุล บริเวณหมู่ที่ 1 ระยะทาง 1,457 เมตร งบประมาณ 79 ล้านบาท โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2565 ซึ่งจะช่วยชะลอความเร็วของน้ำและลดความเสียหายในเวลาที่มีน้ำหลากจากเทือกเขาบรรทัด ขณะเดียวกัน ยังมีโครงการขยายถนนและสะพานบริเวณหลังวัดช่องหาย จากเดิมกว้าง 7 เมตร ขยายเป็น 9 เมตร ระยะทางจาก 65 เมตร ขยายเป็น 90 เมตร ขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจและออกแบบโดยกรมทางหลวงชนบท คาดว่าจะได้รับการอนุมัติงบประมาณ จำนวน 24 ล้านบาท ในปี 2565 ซึ่งจะทำให้การสัญจรไปมาสะดวก ปลอดภัย ทนทานต่อสภาพอากาศในพื้นที่นี้มากขึ้น

“เชื่อว่าเมื่อโครงการเหล่านี้สำเร็จในอีก 2 ปีข้างหน้า พื้นที่ตรงนี้จะสามารถรองรับน้ำเมื่อเวลาฝนตกหนักหรือน้ำท่วมมากๆ ได้ และป้องกันความเสียหายจากน้ำกัดเซาะตลิ่งเป็นอย่างดี พร้อมทั้งเชื่อว่าทางจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะยึดเอาแนวทางนี้ไปกำกับดูแลพัฒนาพื้นที่ดูดทรายอื่นๆ โดยกระทำการบนพื้นฐานขององค์ความรู้ ถูกต้องตามกฎหมาย ความเหมาะสม และผลกระทบครอบคลุมทุกด้าน” พล.อ.วิทวัส กล่าว






Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...