xs
xsm
sm
md
lg

จับแล้วแม่ใจร้าย! ทิ้งทารกที่ป่าตอง ที่แท้เป็นสาวพม่านั่งรถมาจากสุราษฎร์ฯ อ้างไม่มีเงินเลี้ยงดู ถูกสามีทอดทิ้ง

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์





ศูนย์ข่าวภูเก็ต - จับแล้วสาวพม่า แม่เด็กทารกถูกวางทิ้งบนม้านั่งหลังธนาคารกรุงไทย สาขาป่าตอง ก่อนนั่งรถโดยสารหลบหนีไป จ.สุราษฎร์ธานี สารภาพทำไปเพราะสามีไม่ยอมรับต้องเลี้ยงเดี่ยว รายได้น้อย ต้องส่งเงินไปเลี้ยงลูกอีกคนที่พม่าจึงต้องนำลูกมาทิ้ง

จากกรณีเมื่อเวลาประมาณ 06.15 น.ของวันที่ 23 ก.ย.63 เจ้าหน้าที่ศูนย์วิทยุ สภ.ป่าตอง ได้รับแจ้งจากพลเมืองดี ว่า พบเด็กทารกถูกนำมาทิ้งไว้บริเวณด้านหลังธนาคารกรุงไทย  สาขาป่าตอง ถนนราษฎร์อุทิศ 200 ปี ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต จึงประสานร้อยเวรป้องกันปราบปราม (ร้อยเวร 20) เจ้าหน้าที่สายตรวจ และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลป่าตอง และเจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้สอบสวนหาเบาะแส พร้อมตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียง จนพบภาพวงจรปิดบุคคลต้องสงสัยจากกล้องในบริเวณใกล้เคียง 2 จุด คาดว่าเป็นมารดาของเด็กทารก ขณะที่กำลังเดินผ่านเข้าไปยังจุดที่พบทารก โดยเป็นหญิงสาวสวมเสื้อแขนยาวสีแดง สวมกระโปรง ที่หลังสะพายกระเป๋า ซึ่งคาดว่าพักจะอยู่ในบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง แต่เมื่อตรวจสอบอย่างละเอียด พบว่า ผู้ต้องหาน่าจะเดินทางกลับไปจังหวัดสุราษฎร์ธานี ชุดสืบสวนจึงเดินทางไปตรวจสอบและจับกุมได้ในที่สุด

สำหรับความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ (29 ก.ย.) ที่ สภ.ป่าตอง พ.ต.อ.อกนิษฐ์ ด่านพิทักษ์ศาสน์ ผกก.สภ.ป่าตอง พร้อมด้วย พ.ต.ท.เจษฎา แสงสุรีย์ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.ป่าตอง พ.ต.ท.นฤบดินทร์ ปังหลีเส็น รองผกก.สส.สภ.ป่าตอง พ.ต.ท.จงเสริม ปรีชา รอง ผกก.กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.ภ.8 และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ร่วมแถลงผลการจับกุมตัว MRS.EI EI PHYU (อี อี พิว) อายุ 40 ปี สัญชาติพม่า ผู้ก่อเหตุ ซึ่งเป็นมารดาของเด็กทารกที่ถูกนำมาทิ้งไว้ หลังจับกุมตัวได้ที่แคมป์คนงานแห่งหนึ่งใน ต.ตะปาน อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมของกลาง เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า และโทรศัพท์มือถือที่ใช้ในวันเกิดเหตุ

พ.ต.ท.นฤบดินทร์ ปังหลีเส็น รองผกก.สส.สภ.ป่าตอง เปิดเผยว่า การจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ป่าตอง ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุว่า ได้มีคนพบเด็กทารก โดยนำไปวางไว้ที่บริเวณม้านั่ง หลังธนาคารกรุงไทย สาขาป่าตอง ถนนราษฎร์อุทิศ 200 ปี ต.ป่าตอง อ.กะทู้ หลังได้รับแจ้งจึงทำการสืบสวนหาตัวผู้ที่ก่อเหตุ หลังจากที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดและพยานบุคคลก็ทราบตัว ว่า ผู้ที่นำมาวางคืน นางอี อี พิว เป็นชาวพม่า ซึ่งเคยทำงานอยู่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในบริเวณใกล้เคียง ก่อนตรวจสอบพบว่า นางอี อี พิว ได้เดินทางมาจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี มาด้วยรถโดยสารประจำทางมาลงที่ บขส.2 จังหวัดภูเก็ต ก่อนเกิดเหตุเพียง 1 วัน จากนั้นเดินทางต่อด้วยรถประจำทาง ป่าตอง-เมืองภูเก็ต มายังพื้นที่ป่าตองเพื่อนำเด็กมาทิ้งไว้ จากนั้นได้เดินทางด้วยรถสายดังกล่าวไปยัง บขส.2 ต.รัษฎา และเดินทางต่อด้วยรถโดยสารประจำทางไปที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี


จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า นางอี อี เพียว ได้ลงรถที่บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ ใน ต.บางมะเดื่อ อ.พุนพิน เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงประสานกับเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนภูธรภาค 8 และ สภ.บางมะเดื่อ เพื่อติดตามตัว และจากการนำพาสปอร์ตของผู้ก่อเหตุไปให้โรงพยาบาลท่าโรงช้าง ตรวจสอบ ทางโรงพยาบาลยืนยันว่า เป็นบุคคลคนเดียวกันที่มาคลอดบุตรในโรงพยาบาลเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2563 จึงขอที่อยู่จากโรงพยาบาลก่อนติดตามตัวได้ที่แคมป์คนงาน ใน ต.ตะปาน อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี ในเวลาต่อมา

จากการสอบถามนางอี อี พิว สารภาพว่า ตนได้ก่อเหตุจริง โดยก่อนหน้านี้ เคยทำงานที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในพื้นที่ป่าตอง และตนเองมีลูกแล้ว 1 คน เมื่อตั้งท้องลูกคนที่ 2 ปรากฏว่าสามีไม่ยอมรับจึงแยกทางกัน และส่งลูกคนแรกกลับไปประเทศพม่า ก่อนออกจากงานที่ป่าตอง และย้ายไปอยู่ที่ จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อคลอดลูกคนที่ 2 ปรากฏว่า ประสบปัญหาทางการเงิน จากสภาพเศรษฐกิจไม่ดี ทำให้มีรายได้น้อย และต้องส่งเงินไปให้บุตรคนแรก และไม่มีมีเงินเพียงพอเลี้ยงดูบุตรคนที่ 2 ได้จึงตัดสินใจนั่งรถจาก จ.สุราษฎร์ธานี มายัง จ.ภูเก็ต และนำบุตรมาวางไว้ที่จุดดังกล่าว หวังว่าจะมีผู้มาพบและรับตัวไปเลี้ยงดูต่อไป

ด้าน พ.ต.อ.อกนิษฐ์ ด่านพิทักษศาสน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า คดีในลักษณะดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นบ่อยในประเทศไทย และ จ.ภูเก็ต มีการนำเด็กไปทิ้งในสถานที่ต่างๆ ซึ่งถ้าหากเด็กทารกเสียชีวิต หากจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้จะถูกดำเนินคดี ปัญหาก็จบตามกระบวนการ แต่ถ้าเด็กยังมีชีวิตเด็กก็จะเติบโตขึ้น หากติดตามตัวไม่ได้ เราก็จะไม่รู้เลยว่าเด็กคนนี้มีพ่อแม่เป็นใคร มีสัญชาติอะไร ในอนาคตเราจะเป็นตราบาปสำหรับเขา ซึ่งถ้าหากเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ใส่ใจ หรือไม่สนใจติดตามตัว มันก็เป็นผลเสียต่อเด็ก ทางเรามีความตระหนักในการติดตามสืบหาตัวบุคคลที่นำเด็กมาทิ้ง ซึ่งในคดีนี้ก็มีสลับซับซ้อนอยู่มาก เนื่องจากว่าผู้ต้องหาอาศัยอยู่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ต้องนั่งรถมาทิ้งเด็กแล้วกลับไป เจ้าหน้าที่ถึงต้องใช้เวลาในการสืบสวนทั้งภาพจากกล้องซีซีทีวีและบุคคลต่างๆ สุดท้ายก็สามารถติดตามตัวได้ ขณะนี้เด็กอยู่ในความดูแลของโรงพยาบาลป่าตอง ส่วนในอนาคตว่า เด็กทารกนั้นจะมีใครเป็นผู้รับเลี้ยงหรือไม่ หรือแม่เด็กอาจจะกลับใจนำเด็กไปเลี้ยงเองหลังสิ้นสุดคดี นั้นก็ยังไม่ทราบได้ ซึ่งก็ต้องว่ากันตามกฎหมาย ก่อนหาแนวทางร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง

ทั้งนี้ ฝากถึงผู้ที่จะคิดทำในลักษณะดังกล่าวว่า ข้ออ้างไม่มีความพร้อมแล้วนำเด็กไปทิ้งไว้เช่นนี้นั้นมีความผิดตามกฎหมาย หากไม่มีความพร้อมควรปรึกษาญาติๆ หรือหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องไม่ควรทิ้งเด็กตามยถากรรม

อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหา “ทอดทิ้งเด็กอายุยังไม่เกิน 9 ปี เพื่อให้เด็กนั้นพ้นไปเสียจากตน โดยประการที่ทำให้เด็กนั้นปราศจากผู้ดูแล” โดยมีโทษ จำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พร้อมนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ป่าตอง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...