xs
xsm
sm
md
lg

2 ผัวเมียร้องถูกตำรวจยัดข้อหาสมคบค้ามนุษย์ติดคุก 1 ปี 19 วัน เจอไฟแนนซ์รถฟ้องเรียกค่าเสียหายซ้ำ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



พัทลุง - 2 สามีภรรยาชาว อ.กงหรา จ.พัทลุง เรียกร้องขอความเป็นธรรม หลังสูญเสียอิสรภาพเป็นเวลา 1 ปี 19 วันอยู่ในเรือนจำ ระบุเจอตำรวจยัดข้อหาสมคบค้ามนุษย์ แถมถูกบริษัทไฟแนนซ์รถฟ้องเรียกค่าเสียหายซ้ำ

วันนี้ (22 ก.ย.) นายภานุสิทธิ์ สังข์ทอง อายุ 28 ปี และนางรัชดา บัวแก้ว อายุ 28 ปี 2 สามีภรรยา อยู่บ้านเลขที่ 100 หมู่ 8 ต.ชะรัด อ.กงหรา จ.พัทลุง เข้าร้องขอความเป็นธรรมต่อสำนักงานยุติธรรมจังหวัดพัทลุง และผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดพัทลุง หลังจากที่ครอบครัวมีอาชีพเดินรับซื้อผลไม้ในพื้นที่ จ.ชุมพร แล้วถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองชุมพร เจ้าหน้าที่ชุดสืบภาค 8 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบภาค 9 เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจท่องเที่ยว และเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 434 พัทลุง จับกุมในข้อหาสมคบค้ามนุษย์ อั้งยี่ ซ่องโจร รวม 5 ข้อหา ส่งพนักนักงานสอบสวน สภ.ชุมพร

โดยเหตุเกิดเมื่อเดือนมกราคม 2562 และศาลตัดสินให้เป็นผู้บริสุทธิ์ พร้อมให้รับทรัพย์สินที่ตำรวจยึดไปคืนทั้งหมด ได้แก่ รถยนต์ 4 คัน เงินสด และเงินในบัญชีธนาคารอีกจำนวนหนึ่ง แต่สุดท้ายรถยนต์ 4 คัน กลับหายไป 2 คัน และขณะที่เข้าไปขอรถยนต์คืนต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็ยังถูกเรียกรับเงินอีกคันละ 20,000 บาท แต่ก็ได้เข้าร้องให้อัยการจังหวัดชุมพร เข้าไกล่เกลี่ยตามคำตัดสินของศาล จนได้รถกลับคืนมา 2 คัน ส่วนอีก 2 คัน เจ้าหน้าที่ตำรวจคืนให้บริษัทไฟแนนซ์ตอนที่ทั้งคู่ยังอยู่ในเรือนจำ และบริษัทไฟแนนซ์เกียรตินาคิน และบริษัทโตโยต้าลีสซิ่ง ได้ฟ้องเรียกค่าชดเชยส่วนต่างอีก 1 ล้านกว่าบาท ขณะที่ทั้งคู่อยู่ในเรือนจำ


นายภานุสิทธิ์ สังข์ทอง และนางรัชดา บัวแก้ว กล่าวว่า ก่อนโดนจับ นางรัชดา ได้เดินทางไปดูแลเรื่องรถที่ประสบอุบัติเหตุ ซึ่งทำให้มีชาวต่างชาติเสียชีวิตในพื้นที่ จ.ชุมพร ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนำเข้าเซฟเฮาส์นานหลายวัน แล้วได้ตามมายึดรถยนต์ที่บ้านอีก 3 คัน พร้อมกับนำตัวสามีไปกักตัวไว้ที่ค่าย ตชด.434 พัทลุง ก่อนนำตัวไปควบคุมไว้ยังค่ายทหารในพื้นที่ จ.พัทลุง แล้วส่งตัวต่อมายัง จ.ชุมพร และตั้ง 5 ข้อหา ทั้งที่ตัวเองไม่ได้เกี่ยวข้อง และคัดค้านการประกันตัว ทั้งที่ฝ่ายภรรยาตั้งท้อง และคลอดลูกในเรือนจำ จนศาลตัดสินยกฟ้องคืนความบริสุทธิ์ให้ทั้ง 2 คน โดยทางอัยการจังหวัดชุมพรไม่ยื่นอุทธรณ์ ทำให้ทั้งคู่กลับมาเป็นผู้บริสุทธิ์ทันที

แต่ก็ยังถูกบริษัทไฟแนนซ์รถฟ้องเรียกค่าเสียหายอีก ซึ่งนายภานุสิทธิ์ ยังกล่าวอีกว่า หากไม่ถูกจับกุมตัว เรื่องปัญหาการผ่อนรถก็ไม่เคยมีปัญหากับทางบริษัทแต่อย่างใด แต่เมื่อถูกจำคุกก็ไม่ได้ติดต่อทั้ง 2 บริษัท จนถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย รู้สึกน้อยใจในตัวเอง และอยากเรียกร้องต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กระทำ และจับกุมให้ออกมารับผิดชอบชดเชยค่าเสียหายที่เกิดขึ้น โดยหลังจากที่ไปยื่นร้องต่อยุติธรรมจังหวัด และร้องต่อผู้สื่อข่าวแล้ว คงจะรวบรวมหลักฐานทั้งหมดไปร้องต่อศาลทุจริต เพื่อขอความเป็นธรรมต่อไป

ขณะที่ นางหร้อหมะ บัวแก้ว อายุ 54 ปี ผู้เป็นแม่กล่าวว่า ตลอด 1 ปี 19 วันที่ต้องทุกข์ทรมาน เมื่อเห็นลูกและสามี รวมถึงหลานที่เกิดในเรือนจำ หัวใจแม่แทบสลาย แต่ก็ดีใจที่ลูกสาว สามี และหลานพ้นโทษจากเรือนจำ ทั้งที่พวกเขาไม่ได้ทำอะไรผิด และอยากเรียกร้องให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจออกมารับผิดชอบกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ด้วย






Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...