xs
xsm
sm
md
lg

รมว.การท่องเที่ยวลุยฟังความเห็นคนภูเก็ต “เปิดเมืองรับต่างชาติ”

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ศูนย์ข่าวภูเก็ต - รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ลงภูเก็ตฟังความเห็นคนในพื้นที่เปิดเมืองรับต่างชาติ นำเสนอนายกรัฐมนตรีตัดสินใจ ส่วนวันที่ 1 ต.ค.เปิดได้หรือไม่ยังไม่ชัดเจน ขึ้นอยู่กับความต้องการของคนภูเก็ต ที่ขณะนี้ยังมีความเห็นทั้ง 2 ทาง




วันนี้ (6 ก.ย.) ลานจอดรถบ้านกำนัน ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมคณะ รับฟังปัญหาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการด้านท่องเที่ยวในพื้นที่ป่าตองและใกล้เคียง โดยมี น.ส.เฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์ นายกเทศมนตรีเมืองป่าตอง นายปรีชาวุฒิ กี่สิ้น ผู้ประกอบการด้านท่องเที่ยวหาดป่าตอง นายวีรวิชญ์ เครือสมบัติ ประธานชมรมผู้ประกอบการสถานบันเทิงหาดป่าตอง กลุ่มอาชีพต่างๆ ของหาดป่าตอง เช่น ร่มเตียงชายหาด เป็นต้น ร่วมนำเสนอปัญหา

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การมาในครั้งนี้เพื่อรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เพื่อนำไปหาแนวทางการแก้ไข และขอทำความเข้าใจเกี่ยวกับแนวคิดในการนำร่องเพื่อนำนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามาภูเก็ต ภายใต้แนวทางเดียวกับคนไทยที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 

ผู้ที่จะเข้ามานั้นจะต้องมีใบตรวจโควิด-19 เป็นเวลา 72 ชั่วโมง และนำไปยื่นขอวีซ่าขอเดินทางเข้าประเทศจากทางสถานทูต และเมื่อมาถึงสนามบินก็จะต้องมีการสวอปเพื่อหาเชื้อ หากไม่มีปัญหาก็จะเข้าไปยังสถานที่กักตัวตามที่รัฐกำหนดเป็นเวลา 14 วัน และระหว่างนั้นต้องมีการทำสวอปอีก 2 ครั้ง เมื่อครบ 14 วันแล้วก็สามารถเดินทางไปท่องเที่ยวที่ไหนก็ได้ในภูเก็ต แต่หากไปจังหวัดอื่นๆ เมื่อครบ 7 วันก็ต้องทำการสวอปอีกครั้ง


อย่างไรก็ตาม หากคนภูเก็ตไม่เปิดรับก็จะไม่ส่งมา และนายกรัฐมนตรีก็ไม่ฝืนใจคนในพื้นที่ จากเดิมที่บอกว่าจะเปิดรับในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ แต่จากนี้คงจะไม่ขอพูดว่าเปิดรับได้เมื่อใด และคงจะไม่ใช้คำว่าภูเก็ตโมเดล ส่วนจะใช้เวลาอย่างไรคงต้องคุยกันอีกครั้ง เหตุที่เลือกจะนำนักท่องเที่ยวเข้ามาภูเก็ตนั้น เนื่องจากเป็นจังหวัดที่นักท่องเที่ยวนิยมเข้ามา และคนที่จะเข้ามาจะต้องพักในภูเก็ตอย่างน้อย 1 เดือน แต่หากมาแค่ 14 วันแล้วต้องกักตัว 14 วันเชื่อว่าไม่มีใครมาแน่ อย่างน้อยต้อง 1-2 เดือน ซึ่งกลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มที่มีกำลังและต้องการหนีหนาวมาจากประเทศในแถบยุโรปหรืออเมริกา

อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นได้มีกลุ่มผู้ประกอบการต่างได้แสดงความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง ซึ่งส่วนใหญ่ต้องการให้มีการเปิดรับนักท่องเที่ยวภายใต้มาตรการที่ ศบค.กำหนด รวมทั้งเรียกร้องให้พักชำระหนี้เป็นเวลา 1-2 ปี และขอให้ใช้วิกฤตเป็นโอกาสด้วยการเข้ามาพัฒนาพื้นที่ ตลอดจนการแก้ปัญหาในเรื่องของข้อกฎหมายต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคในการพัฒนาการท่องเที่ยว

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา
นายวีรวิชญ์ เครือสมบัติ ประธานชมรมผู้ประกอบการสถานบันเทิงหาดป่าตองที่เสนอ การเปิดสถานบันเทิงได้จนถึงเวลา 04.00 น. การปรับปรุงแก้ไขผังเมือง การสนับสนุนงบประมาณในการจัดทำระบบฟรีไวไฟ เป็นต้น 

ขณะเดียวกัน มีผู้ที่เห็นว่าไม่ควรเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่ควรมาส่งเสริมในส่วนของนักท่องเที่ยวคนไทยให้เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวมากกว่า เพราะไม่ต้องการให้เกิดความเสี่ยง และหากเกิดปัญหารอบใหม่จะส่งผลกระทบค่อนข้างมาก รวมทั้งขอให้มีการทำประชาพิจารณ์สอบถามความเห็นคนภูเก็ตด้วย

ขณะที่นายปรีชาวุฒิ กี่สิ้น ผู้ประกอบการด้านท่องเที่ยวหาดป่าตอง กล่าวว่า สิ่งที่อยากให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือในเรื่องแรก เป็นเรื่องของการเยียวยาเป็นเงินให้เหมาะสมกับคนในพื้นที่ที่มีค่าครองชีพที่สูงเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศเป็นเวลา 3 เดือน อย่างน้อยคนละ 10,000 บาทต่อเดือน 

ถัดมาในเรื่องของการพักชำระหนี้เป็นเวลา 1-3 ปี และการฟื้นฟูเพื่อให้ธุรกิจต่างๆ เกิดการจ้างงาน และเดินหน้าไปได้ โดยการจัดซอฟต์โลนให้เป็นเวลา 5-7 ปี หากทำอย่างต่อเนื่องก็ทำให้ภูเก็ตมีโอกาสที่จะฟื้นได้

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของความปลอดภัย ทั้งการลงทุนทางด้านสาธารณสุขต่างๆ โดยจัดสรรงบประมาณในการจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย และห้องปฏิบัติการในการตรวจหาชื้อให้แก่โรงพยาบาลป่าตอง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นหากเกิดปัญหาการระบาดขึ้นอีก ไม่ว่าจะเป็นโควิด-19 หรือโควิด-20 และลงทุนทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศมีไวไฟฟรี หากเกิดปัญหาขึ้นสามารถที่จะรองรับการศึกษาและอื่นๆ เพื่อลดต้นทุน นอกจากนี้ ยังอยากให้มีการใช้วิกฤตเป็นโอกาส เพื่อการพัฒนารองรับการท่องเที่ยว โดยเฉพาะเรื่องของการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายผังเมือง เพื่อส่งเสริมการลงทุน

นายวีรวิชญ์ เครือสมบัติ ประธานชมรมผู้ประกอบการสถานบันเทิงหาดป่าตอง
“การที่ภูเก็ตจะเปิดหรือไม่เปิดรับนักท่องเที่ยวนั้น หากจะเปิดจะต้องเปิดในลักษณะ 5T หรือตามที่ ศบค.กำหนด เพราะปัจจุบันเรามีการทดลองไปแล้วด้วยการรับคนไทยกลับเข้ามา และหากไม่เกิดเหตุการณ์ที่ จ.ระยอง เราก็จะไม่รู้ว่ามีคนเข้ามา 80,000-90,000 คน ซึ่งเป็นการทดสอบและทำให้ประเทศไทยไม่พบผู้ติดเชื้อเป็นเวลาถึง 100 วัน ซึ่งเป็นการยืนยันให้เห็นถึงความพร้อมด้านสาธารณสุข ไม่ว่าจะเป็นภูเก็ต กรุงเทพฯ หรือพัทยา ซึ่งเหมือนกัน เพียงแต่ว่ากระแสของการตั้งคำถามว่า ทำไมเลือกภูเก็ตเป็นต้นแบบแต่จริงๆ เราไม่ใช่เป็นต้นแบบ แต่เป็นการทดลองระบบครั้งที่ 2 จึงอย่าไปกังวล 

เมื่อมีระบบดีที่กรุงเทพฯ แล้ว เชื่อว่าภูเก็ตทำได้เพราะเรามีศักยภาพไม่เป็นรองใคร เพราะคนที่ยังอยู่ในภูเก็ตขณะนี้ 80-90% เป็นคนหาเช้ากินค่ำ หากไม่มีการทดลองเราก็ไม่มีการเรียนรู้ในการดูแลและจัดการกับปัญหาที่จะเกิดขึ้น สำคัญคือ การ์ดอย่าตก” นายปรีชาวุฒิ กล่าว

ด้าน น.ส.เฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์ นายกเทศมนตรีเมืองป่าตอง กล่าวว่า ในเรื่องของการปรับปรุงผังเมืองเพื่อรองรับการส่งเสริมธุรกิจไมซ์นั้น ได้มีการดำเนินการมาแล้วยังไม่สำเร็จ เนื่องจากมาเจอโควิด-19 เสียก่อน ส่วนความกังวลของคนภูเก็ตกรณีที่จะให้ชาวต่างชาติเข้ามานั้นก็เข้าใจเพราะที่ผ่านมาเรามีผู้ติดเชื้อเป็นอันดับ 2 รองจากกรุงเทพฯ แต่ความร่วมมือของทุกฝ่าย โดยเฉพาะในพื้นที่ป่าตองซึ่งมีกลุ่มเสี่ยงเข้ากักตัวประมาณ 200 คน พบผู้ติดเชื้อเพียง 8 คน และในครั้งนั้นเราก็ยังไม่มีความรู้ในเรื่องของโควิด-19 มากนัก แต่ในครั้งนั้นเราสามารถป้องกันได้ โดยเฉพาะการสวมใส่หน้ากากอนามัย

นายปรีชาวุฒิ กี่สิ้น ผู้ประกอบการด้านท่องเที่ยวหาดป่าตอง
ในส่วนของภูเก็ตโมเดลนั้น จากการพูดคุยกับหลายภาคส่วน อยากบอกว่าไม่ต้องตกใจ เพราะในช่วงที่ผ่านมาอาจจะยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน แต่ขณะนี้มีข้อสรุปที่ชัดเจนแล้ว และทราบว่าทางจังหวัดอยู่ระหว่างการทำความเข้าใจกับทุกภาคส่วน 

ทั้งนี้ หากคนภูเก็ตส่วนใหญ่ยังยืนยันว่าจะไม่เอานายกรัฐมนตรีก็คงไม่เปิด และรัฐบาลคงไม่บังคับ แต่อยากฝากว่า รายได้ของภูเก็ตประมาณ 80-90% มาจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ แม้เราจะมีนักท่องเที่ยวคนไทยเข้ามาท่องเที่ยว แต่คงไม่สามารถเติมในส่วนที่ขาดไปได้ ซึ่งจากมาตรการที่กำหนดนั้นค่อนข้างชัดเจนที่เราจะรับนักท่องเที่ยวที่มีความเสี่ยงต่ำ และมีการจัดตั้งกองทุนเพื่อมาดูแลกรณีเกิดปัญหาขึ้น โดยให้รัฐบาลสนับสนุนส่วนหนึ่ง และส่วนหนึ่งเก็บจากนักท่องเที่ยวที่เข้ามา ซึ่งในส่วนนี้น่าจะช่วยบรรเทาความกังวลไปได้ สิ่งสำคัญเราจะต้องการ์ดอย่าตก

อย่างไรก็ตาม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ตนได้รับมอบหมายจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ลงพื้นที่มาเก็บข้อมูลในประเด็นการเปิดรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเข้ามาในประเทศเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งอาจจะเปิดในอนาคตอันใกล้นี้ ว่า คนจังหวัดภูเก็ตมีความคิดเห็นอย่างไร และพร้อมจะต้อนรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศหรือไม่ 

ถ้าถามว่าทำไมต้องใช้คำว่า “ภูเก็ตโมเดล” ในช่วงแรกเล็งเห็นแล้วว่าจังหวัดภูเก็ต มีทั้งสนามบินนานาชาติ และเป็นเกาะ รวมถึงรายได้ของจังหวัดกว่า 90% มาจากการท่องเที่ยว ทำให้ต้องมุ่งเน้นมาที่จังหวัดภูเก็ตเป็นพื้นที่แรก ซึ่งที่ผ่านมา อาจมีการสื่อสารผิดพลาดกับประชาชนจนก่อให้เกิดกังวล โดยต่อไปจะไม่ใช้คำว่าภูเก็ตโมเดลแล้ว จะมีการปรับเปลี่ยนเป็นลักษณะของคำอื่นแทน

นางสาวเฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองป่าตอง
สำหรับการรับนักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศไทย ซึ่งจากการรับฟัง ชาวจังหวัดภูเก็ตได้มีข้อเรียกร้องขอให้มีการทำประชาพิจารณ์ เพราะมีทั้งส่วนที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วยในเรื่องของเปิดรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศที่ใช้จังหวัดภูเก็ตเป็นพื้นที่นำร่อง โดยส่วนนี้ตนขอให้เป็นหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทยดำเนินการต่อ ซึ่งทำให้การเริ่มนำร่องรับท่องเที่ยวในวันที่ 1 ตุลาคม 2563 นี้ ยังไม่สามารถตอบได้แน่ชัดว่าจะมีการเปิดรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศหรือไม่ โดยปัจจัยทุกอย่างคงขึ้นอยู่ที่ความพร้อมของหลายภาคส่วน ทั้งในส่วนที่จะนำนักท่องเที่ยวเข้ามา และความพร้อมของสถานที่รองรับ ถึงแม้รัฐบาลได้วางมาตรการไว้อย่างรัดกุมตามกระบวนการที่ ศบค.กำหนดในทุกขั้นตอนแล้ว


ส่วนการส่งเสริมเรื่องของการท่องเที่ยวภายในประเทศนั้น ตนในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้มีการเตรียมแผนสำหรับการนำกลุ่มเอ็กซ์แพต หรือกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทยมาตั้งแต่ก่อนโควิด-19 ระบาด และกลุ่มนักการทูตมาเที่ยวที่จังหวัดภูเก็ต และจังหวัดอื่นๆ เนื่องมาจากว่า เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนได้มีการนำกลุ่มดังกล่าวไปท่องเที่ยวคุ้มบางกระเจ้า อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยขณะนี้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้แต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อประสานกับกลุ่มเอ็กซ์แพตทั้งหมด และประสานไปยังบริษัททัวร์ที่นำเที่ยวต่างประเทศให้ปรับเปลี่ยนเป็นการจัดทริปภายในประเทศแทน โดยจะจัดแพกเกจท่องเที่ยว ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปยังจังหวัดภูเก็ต และจังหวัดต่างๆ ซึ่งจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด


สำหรับในส่วนของผู้ประกอบการภาคธุรกิจต่างๆ และประชาชนในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตที่ได้มีการสะท้อนปัญหาในวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการขอพักชำหนี้เพิ่มเติมในระยะเวลาที่นานขึ้น การขอ soft loan และการขอให้ช่วยเหลือผู้ประกอบการด้าน SMEs โดยตนจะเก็บข้อมูลทั้งหมดนำไปสรุปเสนอต่อนายกรัฐมนตรี ขอให้พี่น้องประชาชนได้สบายใจ และรอให้ทางนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ให้คำตอบว่าจะมีแนวทางแก้ไขปัญหาให้แก่คนภูเก็ตได้อย่างไรบ้าง ยืนยันว่ารัฐบาลจะไม่ทอดทิ้ง ขอให้พี่น้องประชาชนคลายความกังวลได้


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...