xs
xsm
sm
md
lg

หอการค้าภาคใต้ห่วงหนี้ครัวเรือนพุ่ง คาดปีนี้สูงถึง 80 เปอร์เซ็นต์ แบงก์ไม่ยอมปล่อยกู้

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวภาคใต้ - 8 ภาคีเครือข่ายจัดประชุมโต๊ะกลม “คิดใหม่ ไทยก้าวต่อ” แบงก์ชาติชี้เทรนด์โลกเปลี่ยนหลังโควิด-19 ธุรกิจต้องเข้าหาแรงงาน สภาอุตสาหกรรมภาคใต้เชื่ออีก 3 เดือน ภาคอุตสาหกรรมจะกลับมาดีขึ้น ขอรัฐบาลเร่งมาตรการช่วยเหลือให้มีผลโดยไว หอการค้าภาคใต้ห่วงหนี้ครัวเรือน เร่งปรับท่องเที่ยวรับรูปแบบใหม่

วันนี้ (28 ส.ค.) สถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระสืบสานแนวพระราชดำริร่วมกับ 7 ภาคีเครือข่าย จัดการประชุมโต๊ะกลม โครงการ "คิดใหม่ ไทยก้าวต่อ" โดยมีการบรรยายสรุปสถานการณ์ในพื้นที่ภาคใต้ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สภาพปัญหา อุตสาหกรรม และการค้า

นายณัฐนนท์ พงษ์ธัญญะวิริยา ประธานหอการค้าจังหวัดปัตตานี ตัวแทนประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคใต้ หอการค้าไทย กล่าวว่า เดิมภาคใต้มีนักท่องเที่ยวมาเลเซียปีละประมาณ 5 ล้านคน ตอนนี้หายไปหมดแล้ว ส่งออกหายไป 30% ก็คงต้องเที่ยวกันเองในโซนพื้นที่ใกล้กันก่อน เมื่อไปมาได้ดีขึ้น ค่อยโปรโมตในภูมิภาคติดกัน นอกจากนี้ ยังมีปัญหาการว่างงาน 33% ไม่รวมจบใหม่ อีกปัญหาคือ หนี้ครัวเรือน ปี 2563 ทำนายว่าอาจปรับเป็น 80% ต่อจีดีพี เป็นภาระหนักมากของประเทศไทย

นายณัฐนนท์ พงษ์ธัญญะวิริยา ประธานหอการค้าจังหวัดปัตตานี
“หนี้ครัวเรือนของไทยอยู่อันดับต้นๆ เป็นสาเหตุหลักที่ธนาคารไม่อยากปล่อยสินเชื่อ บางธนาคารปิดโครงการ ให้เหตุผลว่าเงินหมด แต่คนเข้าถึงน้อย ไม่แปลกว่าทำไมสายการบินและโรงแรมจึงตัดสินใจปิด อุตสาหกรรมรถยนต์ ท่องเที่ยว และอสังหาริมทรัพย์ 3 ตัวนี้เป็นคนที่เหนื่อยมาก กว่าจะฟื้นน่าจะมากกว่า 2 ปี หวังว่าในปี 64 จะฟื้นตัวเป็นอย่างช้า เพราะราชการเริ่มใช้งบฯ ได้ปลายปี 2563 ช่วงก่อนตุลา ทำได้ยากมาก”

นายณัฐนนท์ กล่าวว่า ควรกระตุ้นท่องเที่ยวชุมชน ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ไทยจะได้เปรียบ จ.ภูเก็ต น่าจะเป็นจังหวัดนำร่อง เป็นโมเดลที่ดี นอกจากนี้ การท่องเที่ยวต้องการรูปแบบใหม่ๆ เช่น การช่วยสอนหนังสือในชุมชน ทดลองทำเกษตร ซึ่งต้องเข้าใจพฤติกรรมการท่องเที่ยวของคนไทย เช่น อยากจะไปญี่ปุ่น แต่ยังไปไม่ได้ ก็มีโรงแรมจัดสวนแบบญี่ปุ่นให้ไปพักไปเที่ยว มีจัดทัวร์อาหารต่างประเทศ

นายสันติ รังสิยาภรณ์รัตน์ ผอ.อาวุโส ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคใต้
นายสันติ รังสิยาภรณ์รัตน์ ผอ.อาวุโส ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคใต้ กล่าวว่า เศรษฐกิจของภาคใต้ในไตรมาสที่ 2 หดตัวค่อนข้างมาก ซึ่งเป็นผลมาจากการระบาดของโควิด-19 ซึ่งขณะนี้มีพระเอกคือการใช้จ่ายภาครัฐเพียงตัวเดียวเท่านั้นที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจของภาคใต้เอาไว้ไม่ให้หดตัวสูง

ทั้งนี้ ปัจจุบันโลกมีการเปลี่ยนแนวคิดด้านธุรกิจ จากเดิมที่แรงงานจะเคลื่อนที่ไปที่มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจ แต่เมื่อเกิดการระบาดของโควิด-19 ทำให้แรงงานอยู่กับที่ กลายเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจต้องเคลื่อนไปที่แรงงาน ทำให้แรงงานกลายเป็นทรัพยากรที่หายากมากขึ้น

นายสมบูรณ์ พฤกษานุศักดิ์ ที่ปรึกษาสภาอุตสาหกรรมภาคใต้ กล่าวว่า หลังการปลดล็อก ที่ได้ล็อกดาวน์ไปช่วงการระบาดของโควิด-19 ภาคอุตสาหกรรมมีความเชื่อมั่นมากขึ้น เริ่มมีการใช้สินค้ามากขึ้น เช่น การซื้่อของมาเพื่อซ่อมส่วนที่เสียหายของบ้าน การจัดโปรโมชัน เส้นเลือดใหญ่คือสภาพคล่อง เพราะนอกจากจะไม่มีรายได้แล้ว ยังต้องจ่ายหนี้ ที่ผ่านมา รัฐบาลมีมาตรการดีพอสมควร มาตรการเร็ว แต่ติดขัดในเรื่องการปฏิบัติที่มีปัญหาและล่าช้า ส่งออกดีขึ้น เริ่มเปิดท่าเรือ

“เชื่อว่าในอีก 3 เดือนข้างหน้าน่าจะกลับมาดีขึ้น อุตสาหกรรมขนาดย่อมจะมีปัญหามากหน่อย แต่เริ่มมีแสงสว่างอยู่รำไร ส่วนขนาดใหญ่ไม่ต้องห่วง ปรับตัวได้ อย่างไรก็ตาม เริ่มมีความกังวลในเรื่องสถานการณ์การเมืองและราคาน้ำมันที่ขยับสูงขึ้น ข้อเสนอแนะคือ ภาครัฐควรขยายมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ ทำออกมาเยอะๆ และมีผลในทางปฏิบัติให้เร็วขึ้น เพราะที่ผ่านมาช้า ส่วนเรื่องหลักทรัพย์ลืมไปได้เลย เพราะไม่มีให้ไปวางแล้ว การเบิกจ่ายที่มีการจ้างงานจำนวนมากควรเร่งดำเนินการ” นายสมบูรณ์ กล่าว

นายสมบูรณ์ พฤกษานุศักดิ์ ที่ปรึกษาสภาอุตสาหกรรมภาคใต้


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...