สุราษฎร์ธานี - มัคคุเทศก์หนุ่มใหญ่วัย 58 เมืองย่าโมสุดช้ำ หลงเชื่อนักท่องเที่ยวสาวไนจีเรียที่รู้จักทางเฟซบุ๊ก กล่อมไปเปิดบัญชีธนาคารให้อ้างว่าจะโอนเงินค่าใช้จ่ายเข้ามาพักไว้ หลังหมดโควิด-19 จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว ล่าสุด รับหมายเรียกจากตำรวจถึง 2 โรงพักโร่แจงข้อเท็จจริง
วันนี้ (27 ก.ค.) นายสมยศ แขกช้อย อายุ 58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1/1 ต.ปากช่อง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ประกอบอาชีพมัคคุเทศก์และเปิดบริษัทนำเที่ยว ชื่อ เขาใหญ่โยโย่ทัวร์ ได้เข้าให้ปากคำต่อ ร.ต.อ.บรรณดิษฐ์ อินทชัย พนักงานสอบสวน สภ.พุนพิน หลังได้รับหมายเรียกจากพนักงานสอบสวน ในข้อกล่าวหา ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์โดยแสดงตนเป็นคนอื่น ที่มี น.ส.ดำ (นามสมมติ) ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ถูกแก๊งมิจฉาชีพชาวต่างชาติหลอกลวงให้โอนเงินเข้าบัญชีหมายเลข 621-282059-1 ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัดสาขาอำเภอปากช่อง รวมเป็นเงิน 153,000 บาท
นายสมยศ เปิดเผยว่า เมื่อประมาณวันที่ 24 เมษายนที่ผ่านมา ตนได้รู้จักผู้ที่อ้างตัวว่าชื่อ Michel Francis ทางเฟซบุ๊ก พร้อมระบุว่า เป็นชาวไนจีเรีย ทำงานอยู่ประเทศอังกฤษ จะเข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทย หลังจากหมดโควิด-19 มีความประสงค์ที่จะโอนเงินเข้ามาพักในบัญชีไว้ก่อน ตนเห็นว่าหากให้หมายเลขบัญชีธนาคารที่ตนใช้อยู่ประจำอาจมีความวุ่นวายหรืออาจถูกหลอกได้ จึงไปเปิดบัญชีใหม่กับธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด โดยก่อนโอนเงิน ทาง Michel ขอให้ตนถ่ายสำเนาบัตรประชาชน ถ่ายสำเนาหมายเลขบัญชีธนาคาร และรหัสบัตร ATM ซึ่งตนเห็นว่าเป็นเงินนักท่องเที่ยวและไม่มีเงินของตนเข้าไปเกี่ยวข้องจึงให้ไป หลังจากนั้น Michel ได้ปิดเฟซบุ๊ก ไม่สามารถติดต่อได้อีก
ต่อมา เมื่อวันที่ 15 ก.ค.63 ตนได้รับหมายเรียกของ สภ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี ก็ตกใจ จึงรีบไปติดต่อกับทางธนาคารและปรับสมุดบัญชีและขอรายละเอียดจากพนักงาน พบว่า เมื่อวันที่ 25 พ.ค.63 เวลา 07.47 น. มีเงินโอนเข้าบัญชีหลายรายการรวมเป็นเงิน 1,487,836 บาท และมีการโอนเงินออกโดยใช้แอปจากโทรศัพท์ยี่ห้อ Iphone7 ไปยังธนาคารกสิกร ชื่อบัญชี นางปภาพร คำภูแสน ในวันเดียวกัน
ตนทำธุรกิจท่องเที่ยวและมัคคุเทศก์มาแล้ว 27 ปี และเจอปัญหาแบบนี้เป็นครั้งแรก เคยได้ยินข่าวแต่ก็เป็นแบบอื่น ซึ่งได้ระมัดระวังมาตลอด แต่เจอปัญหาเข้าจนได้ และอาจตกเป็นผู้ต้องหาในคดีรับจ้างเปิดบัญชีธนาคาร ซึ่งขณะนี้มีเจ้าทุกข์หรือผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์แล้ว 2 คน โดยตนได้รับหมายเรียกจาก สภ.พุนพิน และหมายเรียกจาก สน.ปากคลองสาน กทม.ซึ่งคาดว่าอาจจะมีเพิ่มเติมมาอีก ขณะนี้ตนวิตกกังวลมากเนื่องจากตนประกอบธุรกิจการท่องเที่ยวมานาน จึงฝากเตือนถึงผู้ประกอบอาชีพมัคคุเทศก์และบริษัทนำเที่ยวทั่วประเทศไทยโปรดระมัดระวัง ขณะนี้มีนักท่องเที่ยวหลายรูปแบบและรวมไปถึงกลุ่มมิจฉาชีพที่จะเข้ามาทำให้เราเสื่อมเสียหรือว่าได้รับความเดือดร้อนรวมไปถึงประชาชนทั่วไปด้วย ให้ดูคดีของตนเป็นตัวอย่างเอาไว้
ด้านพนักงานสอบสวนระบุว่า ในเบื้องต้นได้สอบปากคำกันไว้เป็นพยานก่อน หากสืบสวนสอบสวนพบหลักฐานว่ามีส่วนพัวพันหรือมีส่วนได้เสียก็จะแจ้งข้อกล่าวอีกครั้ง ส่วนผู้เสียหายนั้นจากการสอบปากคำทราบว่า พฤติกรรมของมิจฉาชีพจะมาในคราบมีชายหนุ่มรูปหล่อชาวต่างชาติมีการติดต่อพูดคุยแบบชู้สาวกันทางเฟซบุ๊ก จนมีความสนิทสนม จนเหยื่อสาวหลงเชื่อว่าจะส่งของเข้ามาให้ แต่หลอกล่อว่าสิ่งของที่ส่งมานั้นตกค้างอยู่ที่สนามบินจำเป็นต้องใช้เงินในการนำสิ่งของเข้าประเทศ จึงถูกหลอกโอนเงินให้ถึง 3 ครั้ง โดยครั้งที่ 1 โอนให้ 35,000 บาท ครั้งที่ 2 โอนให้ 60,000 บาท ครั้งที่ 3 โอนให้ 30,000 บาทในวันเดียวกัน จึงฝากเตือนให้ประชาชนมีความระมัดระวังกลุ่มมิจฉาชีพที่แฝงตัวมาในคราบต่างๆ ทางโซเชียลแล้วหลอกให้มีการทำธุรกรรมหรือหลอกให้โอนเงินไปให้ก่อน ซึ่งที่ผ่านมา เกิดมาแล้วหลายคดีจนไปถึงขั้นการจับกุมและมีข่าวออกมาทางสื่อเป็นระยะ


