xs
xsm
sm
md
lg

ต่อลมหายใจให้ภูเก็ต “จุรินทร์” ประสานขอ 6 ล้าน จัด 3 อีเวนต์ส่งเสริมท่องเที่ยว

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์




ศูนย์ข่าวภูเก็ต - “จุรินทร์” ช่วยต่อลมหายใจให้ท่องเที่ยวภูเก็ต ประสานหน่วยงานเกี่ยวข้องหนุนงบ 6 ล้านบาท จัด 3 อีเวนต์ ส่งเสริมการท่องเที่ยว เอกชนขอร้องรัฐบาลเหลียวแลบ้างอย่าปล่อยให้ตายอยู่ในห้องไอซียู



เมื่อเวลา 13.30 น. วันนี้ (26 ก.ค.) นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ร่วมประชุมหารือด้านเศรษฐกิจกับหน่วยงานราชการและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางในการแก้ปัญหาพื้นฟูด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว โดยมีนายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนภาคเอกชน โดยจังหวัดภูเก็ตมีรายได้จากการท่องเที่ยวเป็นศูนย์ ดังนั้น จังหวัดภูเก็ตต้องเร่งฟื้นฟู ส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวไทยเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต

นายธนูศักดิ์ พึ่งเดช ประธานหอการค้าจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า จากสถานการณ์ Covid-19 ทำให้กลุ่มแรงงานในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตว่างงาน และตกงานเป็นจำนวนมาก โดยจังหวัดภูเก็ตมีแรงงานที่อยู่ในประกันสังคม จำนวน 160,000 คน กลุ่มแรงงานยื่นขอรับสิทธิ 62% จาก ประกันสังคม จำนวน 130,000 คน ได้รับเงินเยียวยาไปแล้ว 110,000 คน แม้ว่าขณะนี้สถานการณ์ Covid-19 คลี่คลายแต่กลุ่มแรงงานเหล่านี้ยังคงไม่มีรายได้เนื่องจากยังไม่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาในจังหวัดภูเก็ต

ดังนั้น จึงอยากจะขอให้รัฐบาลดำเนินการขยายเวลาการรับเงินชดเชยจากการว่างงานซึ่งเดิมประกันสังคมให้ 62% เป็นจำนวน 90 วัน ขอให้รัฐบาลขยายเวลาให้เงินชดเชยเพิ่มจาก 90 วันเป็น 180 วัน เพื่อช่วยเหลือเยียวยาแรงงานระดับรากหญ้าที่ตกงาน


ในส่วนของผู้ประกอบการธุรกิจขอให้รัฐบาลช่วยเหลือ โดยขยายเวลาการชำระหนี้เพิ่มเป็น 3 ปี และลดดอกเบี้ยเงินกู้เดิมจาก 7% ให้เหลือ 2% เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ และขอให้รัฐบาลประสานธนาคารแห่งประเทศไทย ให้ผ่อนปรนเงื่อนไขการขอกู้เงิน เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้ได้

สำหรับการส่งเสริมการท่องเที่ยวอยากให้จังหวัดภูเก็ตเป็นพื้นที่ Quarantine รับนักท่องเที่ยวโดยตรงจากต่างประเทศ โดยผลักดันให้เป็นภูเก็ตโมเดลเพื่อรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติโดยตรง และเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต ทางภาคเอกชนมีความเห็นร่วมกันว่าภูเก็ตควรที่จะมีการจัดอีเวนต์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวขึ้น ในช่วงเดือนสิงหาคม-ตุลาคม 2563


ซึ่งทางภาคเอกชนต้องการให้รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว เพื่อฟื้นฟูการท่องเที่ยว ภายใต้แคมเปญ "ภูเก็ตเด็ดทั้งเกาะ" ใน 3 กิจกรรมๆ ละ 2 ล้านบาท รวมจำนวน 6 ล้านบาท ประกอบด้วย กิจกรรมที่ 1"Phuket Seafood & Gastronomy Festival" กำหนดจัดงานต่อเนื่อง 5 สัปดาห์ คือ 1.วันที่ 15-16 สิงหาคม 2563 ณ บริเวณสวนสาธารณะปลายแหลมสะพานหิน 2.วันที่ 22-23 สิงหาคม จัดที่พื้นที่ตำบลราไวย์ 3.วันที่ 29-30 สิงหาคม พื้นที่ตำบลป่าตอง 4.วันที่ 5-6 กันยายน จัดที่พื้นที่ตำบลกะรน 5.วันที่ 12-13 กันยายน จัดที่บริเวณชุมชนย่านเมืองเก่าภูเก็ต กิจกรรมที่ 2 การแข่งขันกีฬาโต้คลื่นในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ในเดือนกันยายน 2563 และ กิจกรรมที่ 3 ประเพณีถือศีลกินผัก ในเดือนตุลาคม 2563


นายธนูศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของการฟื้นฟูด้านเศรษฐกิจเพื่อสร้างการจ้างงาน ขอให้รัฐบาลส่งเสริมอุตสาหกรรมทูน่า โดยขอให้รัฐบาลแก้กฎหมายเพื่อรับสิทธิการจับปลาทูน่าในทะเลอันดามัน ขอเช่าที่ขององค์การสะพานปลาทำตลาดปลา เพื่อจัดทำเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่

ขณะที่นางเชิญพร กาญจนสายะ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า การจัดอีเวนต์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวทั้ง 3 อีเวนต์นั้นขณะนี้ยังไม่มีงบประมาณ ซึ่งจะต้องใช้ทั้งหมด 6 ล้านบาท ขณะนี้มีเงินตั้งต้นจากพาณิชย์ประมาณ 450,000 บาท อยากให้ทางรัฐบาลเข้ามาสนับสนุน เพราะในส่วนของภาคเอกชนเองที่ผ่านมาก็ได้มีการบริจาคและสนับสนุนงบประมาณในการต่อสู้กับโรคระบาดไปหมดแล้ว ตอนนี้ทุกคนกำลังจะตาย เงินจำนวนนี้เอกชนไม่มีแต่เอกชนพร้อมที่จะเข้าไปช่วยเหลือในการดำเนินโครงการจึงอยากให้รัฐบาลเข้ามาช่วยสนับสนุนงบประมาณ อย่างไรก็ตามสำหรับการจัดอีเวนต์ในครั้งนี้เป็นการเริ่มต้น ในปี 64 มองว่าจะต้องมีการมีการจัดต่อไป โดยจะจัด 2 เดือนครั้ง ใช้งบประมาณในการดำเนินการ 12 ล้านบาท

ขณะที่นายสรายุทธ มัลลัม ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ณ วันนี้อยากให้รัฐบาลหันมาเหลียวแลภูเก็ตบ้าง ตอนนี้ภูเก็ตกำลังป่วยหนัก อย่าปล่อยให้ภูเก็ตอยู่ในห้องไอซียูโดยไม่มีการเหลียวแลหรือช่วยเหลือ ในแต่ละปีภูเก็ตส่งรายได้เข้ารัฐมหาศาล แต่เมื่อถึงเวลาที่ภูเก็ตต้องการความช่วยเหลือกลับไม่ได้รับการเหลียวแล


ขณะที่ผู้เข้าร่วมประชุมอีกหลายรายได้นำเสนอปัญหาของแต่ละภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการโรงแรม รถแท็กซี่ และอื่นๆ เพื่อขอให้ทางรัฐบาลเร่งแก้ปัญหาให้แก่ภูเก็ต ให้แยกการแก้ปัญหาของภูเก็ตออกจากภาพรวมของประเทศ เพราะภูเก็ตมีความแตกต่างจากที่อื่น

ขณะที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า จากการหารือร่วมกับหลายภาคส่วนรูู้สึกเห็นใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับการท่องเที่ยวซึ่งทุกจังหวัดที่เป็นจังหวัดท่องเที่ยวได้รับผลกระทบหมด แต่ภูเก็ตได้รับผลกระทบมากเพราะเป็นแม่เหล็กทางการท่องเที่ยว แต่ตอนนี้นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศยังไม่เข้ามา นักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีอยู่ก็เป็นนักท่องเที่ยวตกค้าง การมุ่งเน้นไทยเที่ยวไทยจึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะเป็นการช่วยจังหวัดท่องเที่ยวได้


การจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเป็นเรื่องที่จำเป็นมาก เช่น ในส่วนของจังหวัดพังงา ก็จะมีการจัดกิจกรรมโรดโชว์เพื่อเดินทางไปพื้นที่ต่างๆ ในการชักชวนให้นักท่องเที่ยวคนไทยเดินทางมาท่องเที่ยวที่จังหวัดพังงา รวมทั้งการเตรียมการให้จังหวัดพังงาเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และท่องเที่ยวชุมชน


ส่วนที่จังหวัดภูเก็ตนั้นในการประชุมได้มีการนำเสนอและของบประมาณในการจัดอีเวนต์ จำนวน 3 อีเวนต์ด้วยกัน ในช่วง 3-4 เดือนนี้ ประกอบด้วย 1.Phuket Seafood & Gastronomy Festival 2.การแข่งขันกีฬาโต้คลื่นในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตในเดือนกันยายน 2563 และ 3.ประเพณีถือศีลกินผักในเดือนตุลาคม2563 ซึ่งจะต้องใช้งบประมาณประมาณ 6 ล้านบาท หวังว่า 3 อีเวนต์นี้จะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวคนไทยเข้ามาจำนวนมาก แต่ยังขาดเรื่องบประมาณ ซึ่งจะต้องใช้เงินอีเวนต์ละ 2 ล้านบาท ที่ผ่านมามีเงินอยู่แค่ 950,000 บาท

แต่จากการประชุมในวันนี้ และประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ททท. จังหวัด เทศบาล และหน่วยงานในกระทรวงพาณิชย์ ปรากฏว่าขณะนี้ได้งบประมาณมาครบแล้ว จำนวน 6 ล้านบาทในการจัดทั้ง 3 อีเวนต์ ในช่วงระยะเวลา 3 เดือนนี้ ซึ่งคาดว่าจะช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดจากผลกระทบโควิด-19 ไปได้บ้าง ซึ่งจะช่วยต่อลมหายใจให้ภูเก็ตได้อีกระยะหนึ่งจนกว่าการท่องเที่ยวจะกลับมา


ส่วนข้อเรียกร้องอื่น ไม่ว่าจะเป็นเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ การขอลดดอกเบี้ย ชะลอการผ่อนชำระ และอื่นๆ นั้นตนจะรวบรวมปัญหาทั้งหมดไปนำเสนอในการประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อหามาตรการช่วยเหลือต่อไป


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...