xs
xsm
sm
md
lg

วิทยาลัยเทคนิคตรังนำน้ำยางพาราผลิตเสาหลักนำทางป้อนรัฐ 3 ปีงบกว่า 8 หมื่นล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ตรัง - วิทยาลัยเทคนิคตรัง นำน้ำยางพารามาศึกษาวิจัยผลิตเสาหลักนำทางได้สำเร็จ พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้สู่สถาบันเกษตรกรไปผลิตเชิงพาณิชย์ป้อนกรมทางหลวงชนบท 3 ปีงบกว่า 8 หมื่นล้าน

วันนี้ (30 มิ.ย.) นายเจษฎา อนันทวรรณ รองผู้อำนวยการทางวิทยาลัยเทคนิคตรัง นายสุรศักดิ์ เทพทอง วิทยฐานะครูเชี่ยวชาญ เทคโนโลยียางและพอลิเมอร์ นางชมพูนุช รักษาวัย ประธานสหกรณ์กองทุนสวนยางสมบูรณ์พัฒนา จำกัด นายทวิช สะเลอาจ ผู้จัดการสหกรณ์กองทุนสวนยางสมบูรณ์พัฒนา จำกัด อ.ปะทิว จ.ชุมพร และนายอนันต์ จันทรรัตน์ ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรบ้านแพรกหา จำกัด อ.ควนขนุน จ.พัทลุง ร่วมกันแถลงถึงความสำเร็จในการผลิตเสาหลักนำทางที่ผลิตมาจากน้ำยางพารา ตามนโยบายของรัฐบาลในการที่ให้มีการนำผลผลิตยางพารามาใช้ในประเทศ โดยที่ทางแผนกวิชาเทคโนโลยียางและพอลิเมอร์ วิทยาลัยเทคนิคตรัง ได้มีการนำน้ำยางพารามาศึกษาวิจัย กระทั่งสามารถประดิษฐ์เป็นเสาหลักนำทางที่ได้มาตรฐานตามแบบของกรมทางหลวงชนบท

นายสุรศักดิ์ เทพทอง วิทยฐานะครูเชี่ยวชาญ เทคโนโลยียางและพอลิเมอร์ กล่าวว่า ตนเองใช้ระยะเวลาศึกษาค้นคว้าและวิจัยประมาณ 4 เดือน ตั้งแต่การนำน้ำยางสดมาทำเป็นน้ำยางข้น ออกแบบแม่พิมพ์ จากนั้นคิดคำนวณสูตรปริมาณส่วนผสม จนผลิตเสาหลักนำทางออกมาได้เป็นนวัตกรรมใหม่ของแผนก และผ่านการตรวจทดสอบมาตรฐานจากสำนักเครื่องมือวิทยาศาสตร์และการทดสอบ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานกระทรวงคมนาคม และพบว่าใช้ต้นทุนต่ำ เหมาะสมที่จะถ่ายทอดให้แก่เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรนำไปต่อยอดการผลิต สร้างมูลค่าเพิ่มให้น้ำยางสดที่มีอยู่


ทั้งนี้ เสาหลักนำทาง 1 ต้น จะต้องใช้น้ำยางสดประมาณ 19-20 กก. รวมเคมีคอมปาวด์แล้วทั้งหมด 23-25 กก. เป็นไปตามมาตรฐานของเสาหลักนำทาง ความสูง 140 ซม. กว้าง 15 ซม. น้ำหนัก 14 กก. เมื่อผลิตได้สำเร็จก็มีการส่งพิสูจน์ทดลอง สามารถนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ได้จริง ส่วนต้นทุนการผลิตเสาหลักนำทาง 1 ต้น หากราคาน้ำยางสด กก.ละ 40 บาท ต้นทุนตกอยู่ระหว่าง 1,100-1,200 บาท/ต้น แต่ยังไม่รวมต้นทุนของระบบการจัดการ โดยมีราคาขายต้นละ 2,500 บาท เพื่อให้เกษตรกรอยู่ได้ และคุ้มทุนที่จะผลิต

ด้าน นางชมพูนุช รักษาวัย ประธานสหกรณ์กองทุนสวนยางสมบูรณ์พัฒนา จำกัด จ.ชุมพร กล่าวว่า ได้ร่วมมือกับสหกรณ์การเกษตรแพรกหา จ.พัทลุง เพื่อเป็นศูนย์ถ่ายทอดความรู้ไปยังสถาบันเกษตรกรอื่นๆ ทั่วภาคใต้ ที่ผ่านมาได้มีการทำ MOU กับรัฐบาล เพื่อผลิตเสาหลักนำทาง แบ่งเป็น 3 ปีงบประมาณ ประกอบด้วย ปีแรกเริ่มงบประมาณ 2563 ผลิตจำนวน 89,000 ต้น ปีที่ 2 (งบ 2564) จำนวน 2 แสนกว่าต้น และปีที่ 3 (งบปี 2565) จำนวน 3 แสนกว่าต้น วงเงินงบประมาณ 8.9 หมื่นล้าน

โดยขณะนี้มีสถาบันเกษตรกรเข้าร่วมโครงการผลิตเสาหลักนำทางแล้วทั้งหมด 12 แห่ง ตั้งเป้าไว้จำนวน 40 กว่าแห่ง ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการใช้ยางพาราในประเทศได้มากถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ดึงปริมาณน้ำยางสดออกจากตลาด ลดการส่งออก และทำให้ราคายางพาราสูงขึ้นได้แน่นอน







Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...