xs
xsm
sm
md
lg

เกือบครบเดือน! สอบ “ตำรวจชุดกินหอย” ที่พัทลุงไม่คืบ คาดปล่อยเรื่องให้เงียบหายเหมือนเรื่องอื่น (ชมคลิป)

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวภาคใต้ - สภากาแฟ NEWS1 พูดคุยคดี “ส่วยแกะหอยบนโรงพัก จ.พัทลุง..คืบหน้าอย่างไร?” นักข่าวพัทลุงเผยเรื่องยังเงียบ เข้าให้การวันที่ 16 มิ.ย. บอก 2 วันรู้เรื่อง คาดปล่อยเรื่องให้เงียบเหมือนที่ผ่านมา ด้านนายกสมาคม นสพ.ภูมิภาคแห่งประเทศไทยชี้ “ตำรวจชุดกินหอย” มีเส้น หัวหน้าเป็นลูกนักการเมือง ตำแหน่งอยู่จังหวัดอื่นแต่ขอมาช่วยราชการที่บ้านเกิด ต้องทำทุกทางให้พ้นผิด แฉเตรียมฟ้องเอาผิดนักข่าว จึงต้องชิงแจ้งความแม่ค้าหอยก่อน

จากกรณีแม่ค้าหอยร้องเรียนว่า ถูกตำรวจ สภ.เมืองพัทลุง ที่มีนายตำรวจระดับสารวัตร ยศ พ.ต.ท. สภ.เมืองพัทลุง พร้อมลูกน้อง เรียกเงินเพื่อแลกกับการปล่อยตัวจากคดีฝ่าฝืนเคอร์ฟิว ซ้ำยังถูกบังคับให้แกะหอยนางรมแกล้มเหล้าด้วย จนทำให้มีการตั้งกรรมการสอบ แต่ภายหลังแม่ค้าหอยได้กลับคำปัดไม่มีการเรียกรับเงิน สลิปที่ปรากฏเป็นข่าวการโอนเงินคืนเงินที่ยืมจากตำรวจในชุดจับกุม จนทำให้กลุ่มผู้สื่อข่าว จ.พัทลุง เข้าแจ้งความดำเนินคดีแม่ค้าหอยนั้น

วันนี้ (26 มิ.ย.) รายการสภากาแฟช่อง NEWS1 ได้พูดคุยกันเรื่องนี้ในหัวข้อ “ส่วยแกะหอยบนโรงพัก จ.พัทลุง..คืบหน้าอย่างไร?” พูดคุยกับนายไสว รุยันต์ ผู้สื่อข่าวประจำ จ.พัทลุง และนายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งประเทศไทย

นายไสว กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 16 มิ.ย. ที่เข้าไปให้ปากคำต่อคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง เขาบอกภายใน 2 วันก็ทราบเรื่อง จนถึงวันนี้ ตั้งแต่วันที่เกิดเหตุเมื่อต้นเดือน มิ.ย. ข่าวตำรวจชุดกินหอยไปถึงไหนแล้ว เรารอจากตำรวจไปถึงไหนแล้ว สื่อก็ยังไม่ทราบว่า การดำเนินการของผู้บังคับบัญชาเป็นอย่างไร เกิดขึ้นไปหลายวันแล้ว เขาเงียบ แล้วพยายามจะปล่อยให้เงียบไปโดยปริยบาย หลายเคสใหญ่ๆ ในพัทลุงก็ทำแบบนี้ ปล่อยให้เงียบหายไป ตอบสังคมไม่ได้ว่าจะจบอย่างไร

นายไชยยงค์ กล่าวว่า เมื่อข่าวออกมา ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.พัทลุงได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง แล้วบังเอิญว่า ตำรวจชุดนี้มีเส้น หัวหน้าชุดเป็นลูกชายนักการเมืองท้องถิ่น ซึ่งจริงๆ แล้ว มีตำแหน่งประจำอยู่ที่จังหวัดอื่น แต่ถือโอกาสมาช่วยราชการที่บ้านเกิด เมื่อเกิดเรื่องเลยคิดหาทางพ้นผิด ด้วยการบีบบังคับแม่ค้าหอยให้กลับคำให้การ ตำรวจชุดนี้ต้องทำทุกอย่างเพื่อให้แม่ค้ากลับคำให้การ เพราะหากเป็นไปตามข่าวครั้งแรก ตำรวจชุดนี้ต้องออกจากราชการ ซึ่งนอกจากใช้อำนาจข่มขู่ ก็ต้องมีการให้ผลประโยชน์ด้วย ต้องทำทุกอย่างเพื่อให้กลับคำให้การ


นายไชยยงค์ กล่าวว่า นอกจากจะเอาตัวให้พ้นผิด เขาเตรียมการจะฟ้องเอาผิดผู้สื่อข่าว เคยเกิดเรื่องแบบนี้ที่ จ.พัทลุง หลายปีก่อน นักข่าวของสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่งถ่ายตำรวจรับส่วยรถบรรทุก มีการตั้งกรรมการสอบ ขณะนั้นมีนายตำรวจกับฝ่ายปกครองชั้นผู้ใหญ่ ที่มีบุญคุณกับนักข่าวคนนั้น มาขอให้นักข่าวไปกลับคำให้การ ทำให้ตำรวจที่รับส่วยพ้นผิด แต่หลังจากนั้น ตำรวจยศ ร.ต.อ.เอาเรื่องไปฟ้องศาลด้วยตนเองว่า นักข่าวทำให้เขาเสียหาย คดีนี้ ตนต้องไปคุยกับผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ในขณะนั้น ขอให้ไปบอกตำรวจคนนี้ไปถอนฟ้อง ตนจึงบอกให้นายไสวไปแจ้งความแม่ค้าไว้ก่อน

“ตำรวจเขาคิดอะไรตื้นๆ ไม่คิดว่าผู้สื่อข่าวไปแจ้งความเอาผิดแม่ค้า เข้าใจว่า กลับคำให้การก็สรุปสำนวน เขาเตรียมชงเองกินเอง กรรมการสอบก็พิมพ์คำให้การเสร็จก็ส่งเจ้านาย เจ้านายก็เห็นชอบ ไม่ผิด ก็จบ” นายไชยยงค์ กล่าว

นายไชยยงค์ กล่าวว่า พัทลุงเป็นเมืองแปลก เมื่อปลายปี 2562 ผู้สื่อข่าวกลุ่มหนึ่งก็ถูกคุกคามกรณีการทำเวทีรับฟังความคิดเห็นการทำเหมืองหิน วัฒนธรรมของพัทลุง ยังอยู่กับวัฒนธรรมเก่าๆ คือ ใช้อิทธิพล ใช้อำนาจหน้าที่กันอยู่ เมื่อวานก็มีข่าว ตชด.พัทลุงพาผู้ต้องหาไปขังที่เซฟเฮาส์ ภายในค่าย ตชด. เมืองนี้เป็นเมืองที่จะต้องถอดบทเรียนข้าราชการเพื่อแก้ปัญหา ต้องนำเสนอข่าวแบบนี้ให้มากกว่านี้ อย่าไปละเลย อย่ากลัวอิทธิพล เพื่อให้คนพัทลุงรู้สึกตื่นตัว ให้เขารู้ว่า ยังมีเรื่องแบบนี้อยู่ในเมือง คนพัทลุงต้องช่วยกันแก้ไข

“ถ้ายังมีความคิดแบบนี้ เรื่องแบบนี้ยังต้องเกิดอยู่ ที่ จ.พัทลุง เกิดเรื่องราวมามากมาย ตั้งแต่เรื่องถีบลงเขา เผาถังแดง จอมโจรไข่หมูก มีเรื่องมากมาย จนกลายเป็นหน้าประวัติศาสตร์” นายไชยยงค์ กล่าว




Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...