xs
xsm
sm
md
lg

ศึกแย่งลูกหอยแครงซัดกันนัว ชาวบ้านแฉมีการยึดพื้นที่แบ่งขายราคาสูง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์




สุราษฎร์ธานี - ศึกแย่งลูกหอยแครงซัดกันนัว ชาวประมงนำเรือปิดอ่าว ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดออกประกาศให้ผู้บุกรุกรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง อาคาร ภายใน 60 วัน ขณะที่ชาวบ้านแฉมีการยึดพื้นที่แบ่งขายราคาสูง



ปัญหาการแย่งขุมทรัพย์หอยแครงอ่าวบ้านดอน อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี กลับมาร้อนระอุอีกครั้ง เมื่อมีกลุ่มชาวประมงพื้นบ้านได้นำเรือกว่า 50 ลำ ปิดร่องน้ำอ่าวบ้านดอน จนเรือทุกชนิดผ่านไม่ได้ เป็นวันที่ 2 หลังจากเมื่อวาน (11 มิ.ย.) ได้ปิดมาแล้วครั้งหนึ่ง โดยกลุ่มชาวประมงระบุว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาเกิดกระทบกระทั่งกันระหว่างผู้ประกอบการเลี้ยงหอยและชาวประมง เนื่องจากกลุ่มชาวประมงต้องการที่จะลงทะเลจับลูกหอยในพื้นที่ตำบลลีเล็ด แต่ถูกกลุ่มผู้ประกอบการขับไล่ จึงรวมตัวมาปิดปากอ่าว

ล่าสุด นายวิชวุทย์ จินโต ผวจ.สุราษฎร์ธานี ได้มอบหมายให้ นาวาเอกวศากร สุนทรนันท์ รอง ศรชล.ประจำ จ.สุราษฎร์ธานี ลงพื้นที่ไปเจรจากับกลุ่มชาวประมงที่นำเรือประมงมาปิดอ่าวเนื่องจากไม่พอใจภาครัฐที่ร้องขอไม่ให้พ่อค้าแม่ค้ารับซื้อหอย และร้องขอไม่ให้ชาวประมงพื้นบ้านเก็บลูกหอยในช่วงนี้ เพราะอยู่ในระหว่างการดำเนินการแก้ไขปัญหาของภาครัฐ ซึ่งมาตรการดังกล่าวทำให้ชาวประมงไม่พอใจเนื่องจากไม่มีรายได้ ร่วมทั้งบางช่วงยังมีเจ้าของคอกหอยในเขต 1,000 เมตร ยังออกมาข่มขู่ชาวบ้านที่เข้าใกล้คอกหอย ทั้งที่บางคนไปเพื่อวางอวนดักปลาดุก ดักปู แต่เข้าใกล้คอกหอยไม่ได้

ซึ่งการเจรจาในครั้งนี้ นาวาเอกวศากร สุนทรนันท์ รอง ผอ.ศรชล.สุราษฎร์ธานี ได้ขอเวลาให้รัฐแก้ปัญหา โดยยืนยันว่าภายใน 2 เดือนนี้ ทั้งใน อ.เมือง และ อ.พุนพิน จะไม่มีคอกหอย ทำให้ชาวบ้านที่นำเรือมาปิดอ่าวพอใจ และแยกย้ายกันกลับในเวลา 13.00 น.

อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลา 17.00 น. วันเดียวกัน นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ออกประกาศจังหวัดให้ผู้บุกรุกพื้นที่ชุ่มน้ำอ่าวบ้านดอน ดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง อาคาร (ขนำเฝ้าหอยและโฮมสเตย์) หรือสิ่งใดๆ ที่ได้ก่อสร้างหรือติดตั้งในที่จับสัตว์น้ำบริเวณทะเลอ่าวบ้านดอน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับตั้งแต่วันที่ประกาศ (12 มิถุนายน 2563) หากพ้นกำหนดวันเวลาดังกล่าว ผู้ว่าราชการจังหวัดจะใช้อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 103 แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 และแก้ไขเพิ่มเติม รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการรื้อถอนตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดไว้โดยเคร่งครัดต่อไป

ขณะที่ นายประเสริฐ ชันจุกรณ์ กำนันตำบลลีเล็ด กล่าวว่า ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเกิดจากผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ออกมาระบุว่าหอยที่เกิดจากธรรมชาติชาวบ้านไม่ได้ผสมพันธุ์มันเกิดโดยธรรมชาติชาวบ้านสามารถไปเอาได้ แล้วไหนบอกว่าใช้ร่วมกัน ตนก็ไม่อยากรบกับชาวบ้านทุกวันก็ไม่ได้รบและไม่ได้ไปจับเขา ถ้าผู้ประกอบการถูกลิดรอนสิทธิก็ว่ากันไปเป็นแปลงๆ ผมเองก็เป็นผู้ประกอบการและเป็นผู้นำและอยู่ทั้งฝ่ายผู้ประกอบการ และชาวบ้าน


ส่วนการที่ทางภาครัฐกำหนด 60 วัน ให้เวลารื้อขนำกลางทะเลนั้นไม่เห็นด้วย และทำไม่ทัน ดังนั้น จะต้องยื่นอุธรณ์ ขอเวลา 1 ปี หรือ 1 ปี 8 เดือน พร้อมยืนยันไม่ได้เป็นผู้มีอิทธิพล ไม่ได้จับจองพื้นที่นำไปขายใคร แค่ทำเองโดยมีอยู่ 2 แปลง ที่ผ่านมายื่นขออนุญาตการเพาะเลี้ยงหอยแครงกับทางประมงจังหวัดอย่างถูกต้องมาตั้งแต่ปี 2557 แต่ก็ไม่ได้รับอนุญาต

ซึ่งกฎหมายมาตรา 175 ผู้ใดยื่นคำขอต่อนายทะเบียนแล้ว ก็สามารถดำเนินการเพาะเลี้ยงสัตว์ต่อไปได้ จนกว่าจะประกาศไม่อนุญาต แต่ทางประมงจังหวัดไม่เคยมาประกาศหรือแจ้งว่าพื้นที่ไม่อนุญาตให้กระทำการเพาะเลี้ยงหอยแครง ดังนั้น ผู้ประกอบการในพื้นที่จึงได้ยึดหนังสือขึ้นทะเบียนนี้มารองรับการเลี้ยงหอยในพื้นอย่างถูกกฎหมายไปจนกว่ามีประกาศไม่อนุญาต พร้อมระบุว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดไม่เป็นธรรม ศรชล.มาไม่มีข้อมูล จนทำให้ผู้ประกอบการเลี้ยงหอยเสียหายหลายร้อยล้านบาท

ขณะที่ นายสันติ นวลเสน ผู้ก่อเหตุขับเจ็ตสกียิงปืนขู่ชาวบ้าน ระบุว่า ตนซื้อสิทธิจากชาวบ้านโดยได้ดำเนินการเปลี่ยนชื่อครอบครองพื้นที่ที่ประมงอำเภออย่างถูกต้อง ประมงอำเภอดำเนินการเหมือนกับการโอนทะเบียนเล่ม และยื่นคำขอรับใบอนุญาตการเลี้ยงหอย ตนก็มั่นใจว่าต้องเลี้ยงได้เพราะมีการยื่นคำขอไปกับหน่วยงานที่ดูแล และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีต้องรับผิดชอบ ที่สั่งนายอำเภอมาจับตนจนชาวบ้านแห่เข้าไปจับหอยไปจนหมด ตนจะยื่นฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อเอาผิดต่อไป

ด้านนายสม (นามสมมติ) ชาวประมงพื้นบ้านรายหนึ่ง ได้ออกมาเปิดเผยกับผู้สื่อ ว่า ในพื้นที่อำเภอเมือง มีกำนันคนหนึ่งที่มีคนมีสีอยู่เบื้องหลัง ได้ครอบครองพื้นที่ทางทะเลและจัดแบ่งขายเป็นแปลง แปลงละ 200 ไร่ ในราคา 30 ล้าน เพื่อครอบครองลูกหอยที่เกิดขึ้นเองไม่ได้จะมาเพาะเลี้ยงหอยเนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเลี้ยงหอยไม่ได้

ประกอบกับปีนี้มีลูกหอยเกิดมากจึงได้รุกไปครอบครองพื้นที่ในเขต 1,000 เมตร ที่ชาวประมงพื้นบ้านใช้เป็นที่ทำมาหากิน จนเกิดปัญหากระทบกระทั่งขึ้น หลังจากชาวบ้านเก็บลูกหอยในพื้นที่บางตาแล้วจึงได้สร้างแกนนำยุงยงให้ชาวบ้านบุกเข้าไปจับหอยในพื้นที่อำเภอพุนพินจนเป็นเหตุปะทะกันและลุกลามเป็นเรื่องใหญ่ ทั้งที่ผู้ประกอบการในพื้นที่อำเภอพุนพินมาซื้อลูกหอยจากชาวบ้าน


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...