xs
xsm
sm
md
lg

สกย.หนองครกนำน้ำยางข้นทำ “เสาหลักนำทาง” สำเร็จ ช่วยเกษตรกรแก้ปัญหาราคาตกต่ำ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ตรัง - สกย.หนองครก อ.รัษฎา จ.ตรัง ต่อยอดผลิตภัณฑ์ใหม่จากน้ำยางพารา ด้วยการนำมาทำ “เสาหลักนำทาง” ได้สำเร็จเป็นแห่งแรกของไทย เพื่อประโยชน์ในการจราจร และช่วยเกษตรกรแก้ปัญหาราคาตกต่ำ

สหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านหนองครก จำกัด ต.หนองปรือ อ.รัษฎา ซึ่งเป็นโรงงานผลิตหมอนยางพาราส่งออกรายเดียวใน จ.ตรัง โดยล่าสุด พนักงานได้มีการคิดค้นสูตรน้ำยางข้น เพื่อผลิต “เสาหลักนำทาง” จนสามารถสร้างเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ และต่อยอดผลผลิตจากยางพาราได้สำเร็จ ซึ่งจะเกิดประโยชน์แก่ประชาชน ทั้งลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุบนท้องถนน และสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่เกษตรกร เพื่อแก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำ

นายยุทธพงษ์ หมวดเมือง อายุ 27 ปี พนักงานประจำสหกรณ์บ้านหนองครก ผู้คิดค้นงานวิจัยเสาหลักนำทาง กล่าวว่า ตนได้นำน้ำยางข้น 60% มาผสมกับสารเคมี แล้วนำเข้าเครื่องตีผสมให้เป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นนำเทลงใส่แม่พิมพ์ ก่อนนำเข้าตู้นึ่งประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วนำเข้าตู้อบด้วยความร้อนสูงให้แห้ง จากนั้นนำมาตกแต่ง และนำไปทาสีก็จะได้เสาหลักนำทาง ส่วนตัวได้คิดสูตรน้ำยางข้นดังกล่าวอยู่นาน เพราะไม่เหมือนกับการทำหมอนยางพารา ซึ่งมีสูตรที่แน่นอนแล้ว แต่เสาหลักนำทางต้องลองผิดลองถูกหลายครั้ง เพื่อไม่ให้อ่อนตัวหรือแข็งตัวเกินไป พร้อมทั้งส่งให้มหาวิทยาลัยต่างๆ ช่วยทดสอบ รวมเวลาในการคิดสูตรนานถึง 6 เดือน กระทั่งสุดท้ายก็ได้สูตรที่ลงตัวจนประสบความสำเร็จ ถือเป็นแห่งแรกของประเทศไทย

ด้านนายประทบ สุขสนาน ประธานเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางภาคใต้ตอนกลาง กล่าวว่า จากนโยบายรัฐบาลที่ต้องการนำยางพารามาใช้ภายในประเทศ และกรมทางหลวงชนบท ก็ได้ให้ทางมหาวิทยาลัยต่างๆ ช่วยทำงานวิจัยคิดค้นสูตรขึ้นมา แต่มุ่งเน้นไปที่ยางแห้ง จนกระทั่งทาง สกย.บ้านหนองครก จำกัด ได้ประชุมร่วมกับสถาบันเกษตรกรหลายๆ แห่ง และเป็นโรงงานผลิตหมอนยางพาราอยู่แล้ว จึงคิดว่าน้ำยางพาราสด หรือน้ำยางพาราข้น น่าจะสามารถตอบโจทย์เสาหลักนำทางเพราะมีความยืดหยุ่นสูงกว่า


ดังนั้น สกย.บ้านหนองครก จำกัด จึงได้เริ่มลงมือวิจัยคิดค้นสูตร โดยเอาน้ำยางข้นเป็นส่วนผสมสำคัญ จนกระทั่งออกมาได้สำเร็จ และกรมทางหลวงชนบท ก็ติดต่อมาที่ สกย.บ้านหนองครก เพื่อให้นำไปทดสอบ ปรากฏว่า ก้าวหน้าจนประสบความสำเร็จ จากนั้น สกย.บ้านหนองครก จึงได้เรียกประชุมสถาบันเกษตรกรใน จ.ตรัง เพื่อร่วมจัดตั้งเป็นเครือข่าย เพื่อระดมทุนในการผลิตเสาหลักนำทางรวม 11 สถาบัน ทั้งจากในพื้นที่ อ.ห้วยยอด สิเกา วังวิเศษ รัษฎา และเมืองตรัง จนตอนนี้เริ่มทำการผลิตแล้ว แต่ยังติดขัดเรื่องวิธีการจัดการ เนื่องจากพวกตนมาจากระบบสหกรณ์ บางครั้งจึงมีหน่วยงานซึ่งรับผิดชอบดูแลสถาบัน ระบุว่า การกระทำดังกล่าวถือว่าไม่ถูกต้อง ทั้งๆ ที่ทางเครือข่ายก็ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว เหลือแต่เฉพาะขั้นตอนที่กรมทางหลวงชนบท จะมาเซ็นสัญญากับ สกย.บ้านหนองครกเท่านั้น

ทั้งนี้ จากการที่ตัวแทนเครือข่ายได้เดินทางไปพูดคุยเจรจากับกรมทางหลวงชนบท โดยให้แนวทางว่าให้ทางสถาบันซื้อน้ำยางสดจากเกษตรกรในราคาที่สูงกว่าท้องตลาด เพื่อนำมาผลิตเสาหลักนำทาง จากนั้นให้เครือข่ายส่งน้ำยางข้นไปยังโรงงานของการยางแห่งประเทศไทย ที่ จ.นครศรีธรรมราช เพื่อนำน้ำยางสดไปแปรรูปเป็นน้ำยางข้น ก่อนส่งกลับมาที่ สกย.บ้านหนองครก เพื่อนำน้ำยางข้นมาผลิตเป็นเสาหลักนำทาง คาดว่าจะมีกำลังการผลิตวันละประมาณ 300 ต้น อย่างไรก็ตาม จากการติดตามนโยบายของกรมทางหลวงชนบท ทราบว่ามีนโยบายที่จะซื้อเสาหลักนำทางประมาณกว่า 270,000 ต้น

ส่วน นายมนัส หมวดเมือง ผู้จัดการสหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านหนองครก จำกัด กล่าวว่า การผลิตเป็นเสาหลักนำทาง ในเบื้องต้นคาดว่าจะสามารถดึงน้ำยางสดมาใช้ได้ประมาณวันละ 15,000 กิโลกรัม หรือคิดเป็นน้ำยางข้นวันละ 6 ตัน ซึ่งจะช่วยดูดซับปริมาณยางพาราที่ล้นตลาดได้มากพอสมควร และถือเป็นสหกรณ์แห่งแรกในประเทศไทย ที่สามารถผลิตเสาหลักนำทาง จากน้ำยางสดหรือน้ำยางข้น ที่มีประสิทธิภาพในการใช้งานได้ประสบผลสำเร็จ และขณะนี้ก็มีหลายสหกรณ์เริ่มขยับจะผลิตเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ หากหน่วยงานใดต้องการเสาหลักนำทางเพื่อไปติดตั้งริมถนน สามารถติดต่อได้ที่ โทร.08-6940-2165








Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...