พังงา - ไม่ท้อ! แม่ค้าซาลาเปาใน จ.พังงา ช่วงโควิด-19 ยอดขายตก หันมาปลูกผักสลัดในตะกร้าขาย สร้างรายได้เสริมในครอบครัว
จากสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลกระทบไปทุกหย่อมหญ้า แม้แต่แม่ค้าขายซาลาเปาก็ไม่เว้น ยอดขายตก แต่ไม่ท้อเดินหน้าสู้ชีวิตต่อไป โดยที่บ้านเลขที่ 11/1 ม.4 บ้านนบหลวง ต.โคกเจริญ อ.ทับปุด จ.พังงา นางสมพรรัตนา ประกอบแสง อายุ 48 ปี แม่ค้าซาลาเปารสเด็ดที่ขายในตลาดทับปุด ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ระบาด เนื่องจากยอดขายตกรายได้ไม่เพียงพอ แต่ไม่ท้อหันมาปลูกผักสลัดส่งขายทำรายได้ดี
โดย นางสมพรรัตนา ปลูกสลัดหลากหลายชนิดในตะกร้าผลไม้ ไม่ว่าจะเป็น ผักเรดโอ๊ค กรีนโอ๊ค ผักกาดแก้ว ผักกาดหอมบัตเตอร์เฮด ผักกาดคอส ขึ้นฉ่ายฝรั่ง รวมถึงผักสวนครัวทั่วไป โดยใช้พื้นที่รอบบริเวณบ้านเป็นแปลงผัก และเป็นการผลิตแบบเกษตรอินทรีย์ปลอดสารเคมี ทำให้มีกลุ่มคนรักสุขภาพแวะเวียนมาซื้อถึงที่บ้านกันเป็นประจำ
บางครั้งก็จะเอาผักใส่ท้ายรถกระบะไปขายตามตลาดและริมถนนในชุมชนต่างๆ ซึ่งจะจำหน่ายถุงละ 300 กรัม ในราคา 50 บาท พร้อมทั้งขายแบบผักอยู่ในตะกร้าเอาไปดูแลต่อและทยอยเก็บกินเองที่บ้าน แถมมีการรับจัดผักตามที่ลูกค้าต้องการ ปลูกในตะกร้าให้ลูกค้าเอาไปดูแลต่อในราคาตะกร้าละ 80 บาท
นางสมพรรัตนา เปิดเผยว่า ปกตินั้นมีอาชีพทำซาลาเปาส่งขายอยู่ในตลาดทับปุด ช่วงนี้ยอดขายตกลงอย่างมากจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และเมื่อก่อนทดลองปลูกผักสลัดไว้กินในครัวเรือนคนผ่านไปมาเห็นก็แวะมาขอซื้อ ลองผิดลองถูกเรื่อยมา ประกอบกับที่ผ่านมา มีการขุดลอกบึงน้ำใกล้บ้านเอาพวกจอกแหนผักตบไปกองทับถมไว้ที่สวนปาล์มริมบึงน้ำ ก็เลยไปเอามาทำเป็นดินปลูกแทนดินที่ซื้อมาจากท้องตลาด
ซึ่งพบว่าได้ผลดีเป็นอย่างมาก ผักสลัดชอบและเติบโตเร็วมาก ทำให้ประหยัดต้นทุนในการทำดิน รวมถึงการใช้จุลินทรีย์ อีเอ็ม ปุ๋ยคอก ช่วยให้ผักมีรสชาติหวานกรอบอร่อย โดยจะร่วมกันทำดูแลแปลงผักกับแฟนที่ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ และลูกสาวที่ตกงานจากสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งพบว่าทำเป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้เข้าสู่ครัวเรือนได้เป็นอย่างดี ซึ่งขณะนี้ผลผลิตยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า


