xs
xsm
sm
md
lg

สุดฉงน! “ใคร” คือต้นตอทำ “ด่าน ตม.สะเดา” แตกกระเจิง ดันป่วยใหม่ใต้กระฉูดถึงครึ่งร้อย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวภาคใต้ - ใต้ป่วยใหม่พุ่งพรวด 50 ดันยอดสะสมทะยาน 656 คน ฮือฮาตำรวจระนองรวบ หน.อุทยานฯ และลูกน้องตั้งวงเหล้ารวม 8 ชีวิต ขณะที่ยังสงสัยกันสุดๆ ว่าต้นตอทำ 42 แรงงานต่างชาติติดโควิด-19 ที่สงขลาคือใคร

วันเสาร์ที่ 25 เม.ย.26563 ข่าวที่ถือเป็นไฮไลต์ของวันไม่น่าจะมีอะไรฮือฮาเท่าข่าว “งามหน้า! ตร.รวบ หน.อุทยานน้ำตกหงาวพ่วงลูกน้อง 8 คนที่ระนอง ฐานมั่วสุมดื่มสุราเสี่ยงแพร่เชื้อโรค” ที่ได้รับการเปิดเผยโดย “MGR Online ภาคใต้” เป็นฝีมือการจับกุมของตำรวจ สภ.ราชกูด อ.เมือง จ.ระนอง ซึ่งเป็นที่คาดการณ์กันว่าน่าจะเป็นผลจากมาตรการเอาจริงเอาจังของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่ เนื่องเพราะ จ.ระนอง ยังถือเป็น 1 เดียวของทั้งภาคใต้ที่ยังไม่มีผู้ป่วยติดเชื้อสักรายเดียว

ส่วนข่าวที่ฮือฮารองๆ ลงมาได้แก่ สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย จ.ยะลา ได้ออก ประกาศด่วน! ให้ใครที่ผู้ที่ไปใช้บริการคลินิก “นพ.ก่อเดร์ ชายกุล” ต.สะเตง อ.เมือง ในวันที่ 23 เม.ย.2563 ให้ไปรายงานตัวต่อ จนท.สาธารณสุขใกล้บ้านภายในวันที่ 26 เม.ย.2563 ส่วนที่ “ศูนย์กักตัวผู้ต้องกัก ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสงขลา” ของ ตม.สะเดา จ.สงขลา ที่มี “แรงงานต่างชาติ” ตกค้างอยู่ 115 คน ตรวจพบติดเชื้อโควิด-19 แล้ว 42 คน ด้าน รพ.สะเดา แจ้งผู้ถูกกักตัวที่เป็นผลจากมี ตม.ด่านสะเดา ติดเชื้อ 7 คน มีตัวเลขเพิ่มขึ้นเป็น 122 คนแล้ว แบ่งเป็น จนท.ตม.สะเดา 83 คน ผู้ใกล้ชิดและคนไทยที่กลับจากมาเลเซีย 39 คน อย่างไรก็ตาม ยังมีเรื่องที่ผู้คนสงสัยกันมากว่า “ต้นตอ” ทำด่าน ตม.สะเดาแตกกระเจิงเวลานี้คือ “ใคร”

สำหรับข่าวน่าสนใจอื่นๆ ประกอบด้วย จ.สงขลา ทีมนักวิจัยคณะวิทยาศาสตร์ ม.อ.หาดใหญ่ผลิต “แผ่นกรองเส้นใยนาโน” เพิ่มประสิทธิภาพหน้ากากผ้าการันตีใกล้เคียง N95 และมีราคาถูกกว่าท้องตลาด 2-3 เท่า มีประสิทธิภาพเทียบเท่าหรือใกล้เคียงกับหน้ากากทางการแพทย์ จ.ภูเก็ต แผน กต.ตร.จังหวัดระดม 10 ล้านติดตั้ง “Phuket Smart Check Point” ที่ด่านท่าฉัตรไชยประตูเมืองรับมาตรการเปิดเกาะใกล้จริง เจ้าของโรงแรมเครือกะตะธานีควักประเดิมให้ 3 ล้าน ซึ่งใช้ตรวจคัดกรองได้ทั้งด้านสาธารณสุขและความมั่นคง

จ.นครศรีธรรมราช ที่เทศบาลนครนครศรีธรรมราช ประธานสภานำทีม ส.ท.บุกยื่นหนังสือจี้ นายเชาว์นวัศ เสนพงศ์ นายกเทศมนตรีให้เร่งช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ พร้อมตั้งข้อสงสัยว่าส่อถังแตก เพราะกว่า 120 วันยังไร้มาตรการช่วยเหลือใดๆ ขณะที่นายเชาว์วัศ อ้างกลัวการตรวจสอบจาก สตง.และมอบให้ปลัดเทศบาลรับหนังสือแทน ด้านสหกรณ์ จ.นครฯ ได้ตรวจรับมะม่วงกว่า 7.4 ตัน ที่ถูกส่งมาจากสหกรณ์นิคมวังทอง จ.พิษณุโลกแล้ว ตามมาตรการช่วยเหลือเกษตรการ

ด้านสถานการณ์ใน 14 จังหวัดภาคใต้ ทุกฝ่ายยังคงจัดระเบียบตลาดรับเดือนรอมฎอน ทั้งด้านความสะอาดและการเว้นระยะห่าง ขณะที่หน่วยงานภาครัฐและเอกชนก็ยังระดมให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบในทุกพื้นที่ อย่างที่ จ.สงขลา เจ้าของโรงแรมในเมืองหาดใหญ่แจกถุงยังชีพกว่า 1,000 ชุดเป็นครั้งที่ 2 ที่ จ.สตูล แม่ค้าข้าวแกงระดมทุนทำขนมจีนแจกกว่า 200 ชุด และที่ จ.ชุมพร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) นำแอลกอฮอล์บรรจุแกลลอน รวม 800 ลิตรมอบให้ สนง.สาธารณสุขจังหวัด เป็นต้น

สำหรับความเคลื่อนไหวใน 13 จังหวัดภาคใต้ที่ถูกเชื้อโควิด-19 เจาะเข้าสู่ร่างกายคนได้แล้วนั้น วันนี้ (25 เม.ย.) มีผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นสูงถึง 50 คน ดันยอดผู้ป่วยสะสมรวมทะยานสู่ 656 คน โดย จ.สงขลา ได้สร้างปรากฏการณ์ผู้ติดเชื้อรายใหม่พุ่งพรวดพราดถึง 42 คน แต่ก็ไม่ควรตกใจเพราะยังจำกัดวงอยู่ในกลุ่มแรงงานต่างชาติที่ถูกกักกันตัวไว้เป็นอย่างดี ตามด้วย จ.ยะลา ก็เพิ่มแบบต้องจับตาถึง 7 คน ขณะที่ จ.ภูเก็ต ในฐานะเป็นแชมป์และถูกเฝ้ามองมาตลอดเพิ่มแค่ 1 คน ตามรายละเอียดดังนี้

จ.ภูเก็ต มีผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 จำนวนสะสม 202 ราย (เพิ่มขึ้น 1 ราย) รักษาหายแล้ว 160 ราย เหลือรักษาตัวในโรงพยาบาล 42 ราย และมีผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์เฝ้าระวังโรคสะสม จำนวน 7,556 ราย ส่งตรวจแล้วไม่พบเชื้อ 7,396 ราย รอผลตรวจ 54 ราย

จ.ยะลา มีผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 จำนวนสะสม 114 ราย (เพิ่มขึ้น 7 ราย) รักษาหายแล้ว 75 ราย เสียชีวิต 2 ราย เหลือรักษาตัวในโรงพยาบาล 36 ราย และมีผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์เฝ้าระวังโรคสะสม จำนวน 1,323 ราย ส่งตรวจแล้วไม่พบเชื้อ 1,124 ราย รอผลตรวจ 85 ราย

จ.สงขลา มีผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 จำนวนสะสม 105 ราย (เพิ่มขึ้น 42 ราย มาจากกลุ่มแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองทั้งหมด) รักษาหายแล้ว 40 ราย เหลือรักษาตัวในโรงพยาบาล 65 ราย และมีผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์เฝ้าระวังโรคสะสม จำนวน 1,007 ราย ส่งตรวจแล้วไม่พบเชื้อ 902 ราย

จ.ปัตตานี มีผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 จำนวนสะสม 91 ราย (เท่าเดิม) รักษาหายแล้ว 56 ราย เสียชีวิต 1 ราย เหลือรักษาตัวในโรงพยาบาล 34 ราย และมีผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์เฝ้าระวังโรคสะสม จำนวน 1,379 ราย ส่งตรวจแล้วไม่พบเชื้อ 1,279 ราย รอผลตรวจ 9 ราย

จ.นราธิวาส
มีผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 จำนวนสะสม 33 ราย (เท่าเดิม) รักษาหายแล้ว 22 ราย เสียชีวิต 1 ราย เหลือรักษาตัวในโรงพยาบาล 10 ราย และมีผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์เฝ้าระวังโรคสะสม จำนวน 809 ราย ส่งตรวจแล้วไม่พบเชื้อ 768 ราย รอผลตรวจ 8 ราย

จ.ชุมพร มีผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 จำนวนสะสม 21 ราย (เท่าเดิม) รักษาหายแล้ว 2 ราย เสียชีวิต 2 ราย เหลือรักษาตัวในโรงพยาบาล 17 ราย และมีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์เฝ้าระวังโรคสะสม จำนวน 1,411 ราย ส่งตรวจแล้วไม่พบเชื้อ 1,085 ราย รอผลตรวจ 305 ราย

จ.กระบี่ มีผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 จำนวนสะสม 19 ราย (เท่าเดิม) รักษาหายแล้ว 11 ราย เหลือรักษาตัวในโรงพยาบาล 8 ราย และมีผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์เฝ้าระวังโรคสะสม จำนวน 814 ราย ส่งตรวจแล้วไม่พบเชื้อ 786 ราย รอผลตรวจ 9 ราย

จ.สุราษฎร์ธานี มีผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 จำนวนสะสม 18 ราย (เท่าเดิม) รักษาหายแล้วทั้งหมด และมีผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์เฝ้าระวังโรคสะสม จำนวน 440 ราย ส่งตรวจแล้วไม่พบเชื้อ 418 ราย รอผลตรวจ 4 ราย

จ.สตูล มีผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 จำนวนสะสม 18 ราย (เท่าเดิม) และมีผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์เฝ้าระวังโรคสะสม จำนวน 138 ราย ส่งตรวจแล้วไม่พบเชื้อ 120 ราย

จ.พัทลุง มีผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 จำนวนสะสม 14 ราย (เท่าเดิม) รักษาหายแล้วทั้งหมด และมีผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์เฝ้าระวังโรคสะสม จำนวน 187 ราย ส่งตรวจแล้วไม่พบเชื้อ 172 ราย รอผลตรวจ 1 ราย

จ.นครศรีธรรมราช มีผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 จำนวนสะสม 12 ราย (เท่าเดิม) รักษาหายแล้ว 5 ราย เสียชีวิต 1 ราย เหลือรักษาตัวในโรงพยาบาล 6 ราย และมีผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์เฝ้าระวังโรคสะสม จำนวน 320 ราย ส่งตรวจแล้วไม่พบเชื้อ 304 ราย รอผลตรวจ 4 ราย

จ.ตรัง มีผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 จำนวนสะสม 7 ราย (เท่าเดิม) รักษาหายแล้วทั้งหมด และมีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์เฝ้าระวังโรคสะสม จำนวน 251 ราย ส่งตรวจแล้วไม่พบเชื้อ 242 ราย รอผลตรวจ 2 ราย

จ.พังงา มีผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 จำนวนสะสม 2 ราย (เท่าเดิม) และมีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์เฝ้าระวังโรคสะสม จำนวน 136 ราย ส่งตรวจแล้วไม่พบเชื้อ 134 ราย


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...