xs
xsm
sm
md
lg

เสนอปลดล็อกรอยต่อตำบล เปิดพื้นที่ทำมาหากิน เผย 6 เดือนโควิด-19 ระบาด ภูเก็ตสูญรายได้กว่า 1.2 แสนล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวภูเก็ต - เอกชนเสนอปลดล็อกรอยต่อตำบลที่ไม่มีการติดเชื้อโควิด-19 แต่ให้คงพื้นที่เสี่ยงไว้ เปิดพื้นที่ให้ทำมาหากิน ก่อนทยอยเปิดเกาะรับคนนอก แต่ต้องคัดกรองอย่างเข้มข้น ไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดรอบ 2 ด้าน นักวิชาการ ม.อ.เผยผลวิจัยระบุภูเก็ตสูญกว่า 1.2 แสนบาทในรอบ 6 เดือน ที่โควิด-19 ระบาด

เมื่อเวลา 14.30 น. วันนี้ (23 เม.ย.) ที่ห้องประชุมคอซิมบี้ ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายเรวัต อารีรอบ ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมรับฟังปัญหาและแนวทางการแก้ปัญหาด้านท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต โดยมี นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต หน่วยงานราชการ องค์กรภาคธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว หอการค้าจังหวัดภูเก็ต เข้าร่วม



ด้าน ดร.ชยานนท์ ภู่เจริญ รองคณบดีและฝ่ายวิจัยบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตภูเก็ต ในนามศูนย์ปฏิบัติการกองกำลังร่วมแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดโรคติดต่อเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่า จังหวัดภูเก็ตทำรายได้จากการท่องเที่ยวเป็นดับ 2 ของประเทศ จุดแข็งที่ทำให้ภูเก็ตขยับขึ้นเป็นอันดับ 2 ของประเทศ ประกอบด้วย 3 มิติ คือ จำนวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศต่อปีสูงถึง 14.4 ล้านคน ประเด็นที่สอง ค่าใช้จ่ายต่อหัวต่อวันของนักท่องเที่ยวเฉลี่ยอยู่ที่ 7,766 บาท ซึ่งเป็นอัตราที่สูงอันดับต้นๆ ของประเทศ ส่วนปัจจัยที่ 3 ที่ทำให้ภูเก็ตขยับเป็นอันดับ 2 ในเรื่องการสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวคือค่าเฉลี่ยการพำนักต่อทริปหรือต่อครั้งที่นักท่องเที่ยวมาเยือนภูเก็ต


ช่วงปลายเดือนมกราคม ทางมหาวิทยาลัยฯและภาคเอกชนได้ร่วมกันประเมินผลกระทบจากโควิด-19 สิ่งที่เราคาดการณ์และเป็นไปตามที่เราคาดการณ์ในวันนั้น คือ ว่าทางการจีนสามารถควบคุมสถานการณ์และนักท่องเที่ยวจีนอาจจะเริ่มกลับมาเดินทางได้ในเดือนกรกฎาคมและสิงหาคมแต่สิ่งที่นอกเหนือคือสิ่งที่เราคาดการณ์ไม่ถึงเลย คือการอุบัติของโรคและการระบาดของโรคอย่างรวดเร็วในหลายทวีปทั่วโลก จึงเป็นที่มาว่า เราจึงต้องทำการประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจใหม่และผลที่เราได้รับ สมมุติฐานที่ใช้ในการประเมินต้องใช้สำหรับนักท่องเที่ยวทุกชาติไม่เพียงชาติจีนชาติเดียว ในเดือนกุมภาพันธ์ เรามีรายได้จากการท่องเที่ยวเพียง 23,277 ล้านบาท หรือแค่ 53 เปอร์เซ็นต์จากที่เราเคยได้จากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เราเสียไป 20,642 ล้านบาท พอเดือนมีนาคมเสียไป 31,432 ล้านบาท เดือนเมษายน 31,943 ล้านบาท สมมุติฐานในที่ในการประเมินของเดือนเมษายนและพฤษภาคม เรามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเท่ากับ 0 สำหรับเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม สมมุติฐานที่ใช้ในการประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจ คาดการณ์ไว้ว่าภูเก็ตอาจจะรับได้เพียงแค่ 6 เปอร์เซ็นต์หรือ 13 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ที่เราเคยได้ในเดือนนั้นๆ เพราะเนื่องจากไม่ใช่ชาติทุกชาติที่จะสามารถเดินทางได้ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคในชาตินั้นๆ อาจจะยังไม่คลี่คลาย


โดยคาดการณ์ว่า ผลกระทบด้านเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในรอบ 6 เดือนของภูเก็ตนับจากเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนกรกฎาคม มีมูลค่าความเสียหายมากถึง 127,000 ล้านบาทโดยภาคธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรมได้รับผลกระทบมากที่สุด



จากการได้สอบถามจากทางสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ว่าหลังจากที่เราได้ผ่านจุดพีคไปด้วยมาตรการที่เข้มแข็งของกระทรวงสาธารณสุข ก็เริ่มมีนักท่องเที่ยวจีนมองหาแหล่งที่พักในประเทศไทย สำหรับเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลวันชาติของเขา


ประเด็นคือว่าหากเรากลับมาเปิดประเทศ เราอาจจะมีกรณีการแพร่ระบาดกลับมาซ้ำอีก ดังนั้นหลายภาคส่วน โดยเฉพาะภาคธุรกิจจึงได้พยายามองหามาตรการเพื่อป้องกันไม่ให้การระบาดกลับมาซ้ำอีกครั้ง เราได้รวบรวมข้อมูลจาก 20 อันดับของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เข้าจังหวัดภูเก็ต ทางศูนย์ฯ ได้เก็บข้อมูลผู้ป่วยของประเทศเขาที่ยังรักษาอยู่ในปัจจุบัน นอกเหนือจากนั้นยังได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับอัตราการตรวจและอัตราการติดเชื้อใน 20 อันดับของนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวภูเก็ตด้วย พบว่า ใน 20 อันดับของชาติที่เข้ามาเที่ยวภูเก็ตเยอะ ฮ่องกง เป็นชาติที่มีการตรวจต่อประชากร 1 ล้านคน สูงถึง 15,000 รายและอัตราการติดเชื้อต่ำ แต่ประเทศอย่างฝรั่งเศส มีอัตราการตรวจต่อประชากร 1 ล้านคน มีอัตราการตรวจประมาณ 5,000 รายแต่อัตราการติดเชื้อสูง ซึ่งที่นำเรียนทั้งหมดนี้เพื่อเป็นข้อมูลประกอบในการกำหนดกลุ่มประเทศเสี่ยงหากเรามีการเปิดประเทศเพื่อที่จะรับนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เข้ามา



นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้ มีการเร่งหารือมาตรการเปลี่ยนผ่าน หลัง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน จะหมดอายุ วันที่ 30 เมษายน นี้ ส่วนตัวเชื่อว่า นายกรัฐมนตรีจะต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่จะเป็นการต่อแบบคลายตัว ภายใต้ พ.ร.บ.โรคติดต่อ ดังนั้น ขอให้สาธารณสุขจังหวัดเตรียมทำความเข้าใจกับประชาชนและผู้ประกอบการ ว่าจะต้องทำตัวอย่างไร เพื่อให้การคลายล็อคเกิดประโยชน์สูงสุด


“มีความเป็นไปได้ที่จะผ่อนคลายร้านอาหาร หรือ สถานที่ที่ไม่มีความเสี่ยง แต่ต้องอยู่ในภาวะเป็นพฤติกรรมใหม่ (new normal) ที่ทุกคนต้องระวังตัว และต้องสร้างความคุ้นเคยให้ประชาชน ทุกคนต้องช่วยกันทำประเทศให้ปลอดภัยก่อน จากนั้น การท่องเที่ยวไทยจะกลับมาบูมแน่นอนอแต่สิ่งที่ภาคธุรกิจท่องเที่ยวต้องเตรียมตัวคือ การวางแผนไทยเที่ยวไทย” นายอนุทิน กล่าว



นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า กระทรวงการท่องเที่ยวฯ และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้เตรียมความพร้อมในการทำตลาดท่องเที่ยวภายหลังมีการปลดล็อกพื้นที่ในหลายๆ จังหวัด ซึ่งในเบื้องต้นจะส่งเสริมและกระตุ้นให้มีการท่องเที่ยวภายในประเทศก่อนในจังหวัดที่ปลอดภัยจากโควิด-19 ซึ่งคาดว่าภายในเดือน พ.ค.นี้ น่าที่จะเดินทางท่องเที่ยวข้ามจังหวัดได้บ้างแล้วไม่น้อยกว่า 40 จังหวัด หลังจากนั้นก็จะดำเนินการในการส่งเสริมตลาดต่างประเทศต่อไป




ขณะที่ นายก้องศักดิ์ คู่พงศกร นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ ระบุว่า จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ภาคธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก และขณะนี้รายได้จากการท่องเที่ยวเป็นศูนย์ ส่วนการเปิดให้บริการที่พักนั้นคาดว่าจะเริ่มอีกครั้งประมาณเดือนกรกฎาคม แต่ไม่มั่นใจว่าจะมีนักท่องเที่ยวหรือไม่ เพราะเท่าที่ประเมินคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาประมาณเดือนตุลาคม ดังนั้น ระหว่างนี้ทางผู้ประกอบการก็จะต้องมีการเตรียมความพร้อมในการปรับปรุงเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่จะกลับมา โดยเฉพาะเรื่องของนิวนอร์มอลซึ่งคงไม่เฉพาะในส่วนของทางผู้ประกอบการ แต่รวมถึงภาครัฐด้วยว่าจะดำเนินการอย่างไร เนื่องจากขณะนี้เรามีเวลาในการซ่อมสร้างเมืองภูเก็ต แต่เบื้องต้นอยากให้มีการปลดล็อกพื้นที่รอยต่อระหว่างตำบล เพื่อให้สามารถเดินทางได้ แต่จะยังคงยกเว้นพื้นที่ที่ยังมีความเสี่ยง


อย่างไรก็ตาม การนำเสนอปัญหาในภาครวมของเอกชนนั้นต้องการให้มีการปลดล็อกรอยต่อระหว่างตำบล แต่ยังคงปิดไว้สำหรับพื้นที่เสี่ยง รวมถึงขอให้มีการสนับสนุนโครงการจัดสรรเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้เป็นรูปธรรม เพราะขณะนี้เป็นเพียงหลักการแต่ไม่สามารถนำเงินมาใช้ได้ การเร่งปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่ยังค้างคาอยู่ ด้วยติดปัญหาการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพื่อให้มารองรับการท่องเที่ยวที่จะฟื้นกลับมาในช่วงปลายปีนี้ ตลอดจนการมีมาตรการรองรับภายหลังจากมีการปลดล็อกแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดครั้งใหม่


โดยนายธนูศักดิ์ พึ่งเดช ประธานหอการค้าจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ทางภาคเอกชนต้องการเสนอให้พิจารณาปลดล็อกรอยต่อระหว่างตำบลในพื้นที่ภูเก็ต เพราะขณะนี้ภูเก็ตมีการปิดด่านและปิดรอยต่อตำบลมาเป็นเวลาเกือบเดือนแล้ว ชาวบ้านเริ่มที่จะรู้สึกอึดอัดกันแล้ว เพราะไม่สามารถที่จะประกอบอาชีพได้เลย โดยการปลดล็อกระหว่างตำบลนั้นได้มีการนำเสนอไปทางผู้ว่าฯ ภูเก็ตแล้วเมื่อวานนี้ โดยให้คงล็อกดาวน์พื้นที่ที่เป็นพื้นที่เสี่ยงหรือพื้นที่สีแดงไว้จนกว่าจะมั่นใจว่าไม่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดขึ้นอีก


ด้าน นายภูมิกิตติ์ รักแต่งาม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ระบุว่า ภาคเอกชนเองต้องการที่จะให้ทางจังหวัดพิจารณาปลดล็อกระหว่างตำบล แต่ยังคงล็อกพื้นที่เสี่ยงไว้เช่นเดิม และค่อยๆ เปิดภูเก็ตรับคนนอกเข้ามา มีการคัดกรองและสกรีนคนที่เข้ามาจะต้องปลอดภัยจากโควิด-19 เท่านั้น โดยการตรวจคัดกรองอย่างเข้มข้นทั้งทางอากาศ ที่สนามบิน ตามท่าเรือต่างๆ รวมไปถึงทางบกที่ด่านท่าฉัตรไชย เพื่อสร้างความมั่นใจให้เห็นว่าภูเก็ตมีความปลอดภัยจากโควิด-19 เมื่อนักท่องเที่ยวมั่นใจก็จะกลับมาภูเก็ต


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...