xs
xsm
sm
md
lg

เมียคนไทย-ลูกวิศวกรอิตาลีในภูเก็ต ติดโควิด-19 จากสามีที่แวะมาเยี่ยมแค่ 1 วัน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวภูเก็ต - 2 แม่ลูกคนไทยในจังหวัดภูเก็ต ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายล่าสุด ติดจากสามีวิศวกรชาวอิตาลี ที่แวะมาเยี่ยมที่จังหวัดภูเก็ตเพียง 1 วัน

วันนี้ (21 มี.ค.) นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และนายแพทย์เฉลิมพงษ์ สุคนธผล ผอ.โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต เปิดเผยถึงการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ภายหลังประชุมร่วมกับ นายเรวัต อารีรอบ ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์บัญชา ค้าของ รองอธิบดีกรมอนามัย หน่วยงานภาครัฐ เอกชน ถึงการป้องกันการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ของจังหวัดภูเก็ต ว่า ยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ล่าสุดของจังหวัดภูเก็ต จำนวน 7 ราย โดย 2 รายล่าสุดที่ผลออกมาว่าติดเชื้อโควิด-19 นั้น เป็น 2 แม่ลูกคนไทยที่มีสามีเป็นชาวอิตาลี ซึ่งทั้ง 2 แม่ลูกอาศัยอยู่ในจังหวัดภูเก็ต


โดยทั้ง 2 แม่ลูกนั้นได้เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต เมื่อวันที่ 12 มีนาคมที่ผ่านมา หลังจากที่สามีซึ่งเป็นวิศวกรชาวอิตาลีได้เดินทางมาเยี่ยม 2 แม่ลูกที่จังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ 10 มีนาคมที่ผ่านมา โดยก่อนหน้าที่สามีชาวอิตาลีคนดังกล่าวแวะมาเยี่ยมภรรยาและลูกที่ภูเก็ตนั้น ได้เดินทางไปในหลายประเทศ และได้แวะเยี่ยมเพียง 1 วันเท่านั้น


โดยในวันที่ 10 มีนาคมที่อยู่ภูเก็ต ครอบครัวนี้ได้ออกไปรับประทานอาหารนอกบ้านที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ก่อนที่วันรุ่งขึ้นสามีชาวอิตาลีจะเดินทางต่อไปยังกรุงเทพฯ และเกิดอาการป่วยจึงเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล และพบว่าติดเชื้อโควิด-19 จึงได้แจ้งให้ภรรยาทราบ ทางภรรยาและลูกจึงได้เข้ามาทำการตรวจคัดกรองที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ในวันที่ 12 มีนาคม และทางโรงพยาบาลได้กักตัวเพื่อรอผลการตรวจหาเชื้อโควิด-19 จนผลตรวจออกมา และระบุว่า ทั้ง 2 แม่ลูกติดเชื้อโควิด-19 และขณะนี้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต


ทางสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต ได้เข้าทำการสอบสวนโรคและติดตามผู้ที่ใกล้ชิด และคนที่เข้าข่ายกลุ่มเสี่ยงที่สัมผัสกับผู้ป่วย ระหว่างวันที่ 10-12 มีนาคมทันที ทั้งในส่วนของร้านอาหารที่ผู้ป่วยได้ไปใช้บริการ และสถานที่อื่นๆ รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ทั้งหมดมาตรวจคัดกรอง พร้อมทั้งมีการกักตัวไว้ทั้งหมดแล้ว ซึ่งการตรวจยืนยันไม่พบเชื้อแต่อย่างใดในทุกคนที่เป็นกลุ่มเสี่ยง และจะเฝ้าติดตามจนครบ 14 วัน