xs
xsm
sm
md
lg

4 ปัญหาที่ “พ่อเมืองสงขลา” ต้องเร่งแก้ไขด่วน!

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



 
โดย...ปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์

ผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสพบ และเสวนากับ “พ่อเมืองสงขลา” นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา เป็นเวลากว่า 2 ชั่วโมง ซึ่งโดยวิชาชีพนักหนังสือพิมพ์แล้ว ก็ต้องถามไถ่ในเรื่องแนวทางในการนำพา “สงขลา” ไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่งอย่างไร เพราะวันนี้สงขลาโดยเพาะหาดใหญ่นั้น ถูกกระแสความเปลี่ยนแปลง และผลกระทบจากเศรษฐกิจตกต่ำ จนทำให้ผู้คนหลายสาขาอาชีพ ยกเว้นข้าราชการ และนักการเมือง ต่างรับรู้ได้ว่ายากจนมากกว่าเดิม และมองไม่เห็นอนาคตของตนเอง ว่าจะสามารถมั่นคง มั่งคั่งได้อย่างไร

แน่นอนในฐานะของผู้ว่าราชการจังหวัด หรือ “พ่อเมือง” ตามนิยามศัพท์ที่ถูกเรียกขานมาแต่โบราญ จะนิ่งดูดายกับสถานการณ์เหล่านี้ไม่ได้ ซึ่งพ่อเมืองแต่ละคนที่ผ่านมา ก็พยายามที่จะทำให้สงขลา และหาดใหญ่ดีขึ้น ทั้งในเรื่องของการส่งเสริมพัฒนาอาชีพ แก้ปัญหาการค้า การท่องเที่ยว ให้นักท่องเที่ยวเข้ามาให้มากๆ เพื่อที่จะได้ “เม็ดเงิน” มาหล่อเลี้ยงผู้คนในหลายสาขาอาชีพให้กระเตื้องขึ้น

มี 4 ประเด็นในการพูดคุย ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ถือว่าเป็นประเด็นหลักของจังหวัดสงขลา 1. คือเรื่องของน้ำเค็มจากทะเลสาบที่รุกไล่เข้าสู่พื้นที่เกษตรกรของ 4 อำเภอใน จ.สงขลา นั่นคือ ระโนด, สทิงพระ, กระแสสินธุ์ และสิงหนคร ซึ่งหากปีไหนน้ำท่าบริบูรณ์ เกษตรกรทั้ง 4 อำเภอของ จ.สงขลา จะหายใจโล่ง พืชผลที่เพาะปลูกให้ดอกออกผล สร้างกำไรให้กับครอบครัว แต่ถ้าปีไหนน้ำท่ามีปัญหา น้ำเค็มก็รุกล้ำเข้ามาจนผลผลิตทางการเกษตรเสียหาย หนี้สิน ดอกเบี้ยทับถมเป็นทวีคูณ

ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัด กล่าวว่า ปัญหานี้เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องช่วยเหลือเกษตรกรชาวนาในพื้นที่ 4 อำเภอในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา โดยการทำประตูปิดกั้นน้ำเค็ม เพื่อมิให้น้ำเค็มรุกล้ำเข้ามาในพื้นที่เพาะปลูก ประตูกั้นน้ำไม่ใช่เขื่อน ไม่มีได้มีการสร้างสิ่งแปลกปลอมสำหรับการกั้นน้ำ อย่างที่มีหลายคนเข้าใจผิด เพราะถ้าไม่ทำอย่างนี้ ก็ต้องรอการขุดคลองอาทิตย์จากสิงหนครไปยังระโนด ซึ่งแม้จะมีการดำเนินการอยู่ แต่เป็นไปด้วยความล่าช้า ต้องใช้เวลาอีกหลายปี เพราะปัญหาการเวนคืน และเป็นงบประมาณผูกพัน
 


 
ปัญหาที่ 2 คือเรื่องการค้าธุรกิจการท่องเที่ยวของเมืองหาดใหญ่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องมีการพูดคุยกันในหลายภาคส่วน เอกชนจะต้องเป็นผู้นำเสนอทางออก ส่วนราชการจะเป็นผู้สนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้เป็นไปในยุคสมัย เพราะหาดใหญ่วันนี้ไม่ใช่หาดใหญ่ในอดีต ที่ดึงดูดผู้คนด้วยเรื่องของสินค้าหนีภาษี เรื่องของการท่องราตรี และเรื่องอื่นๆ ที่วันนี้เป็นเรื่องของอดีตไปแล้ว

การที่จะให้หาดใหญ่กลับคืนมาเหมือนเก่าเป็นไปไม่ได้ มีแต่ต้องพัฒนาหาดใหญ่ให้ทันสมัยตามทันความเปลี่ยนแปลงของผู้คน หาดใหญ่ต้องมีจุดขายใหม่ ต้องมีคนรุ่นใหม่ในการริเริ่มทำในสิ่งใหม่ เพื่อสอดรับกับสังคมที่เปลี่ยนไป และทัศนคติของผู้คนที่เปลี่ยนไป หาดใหญ่ยังมีจุดขาย ยังมีสิ่งดีๆ อีกมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอาหาร เรื่องของการสร้างที่ท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่ และต้องช่วยกันทำให้คนมาเที่ยวหาดใหญ่ เมื่อมาแล้วต้องรู้ว่าหาดใหญ่มีอะไรดี อยู่ที่ไหน และอย่างไร

ซึ่งไม่เฉพาะที่หาดใหญ่ ที่เมืองสงขลาก็ต้องทำให้คนที่เข้ามายังเมืองสงขลา ต้องรู้ว่ามีอะไรดีที่สงขลา ซึ่งกำลังจะเริ่มทำก่อนในจุดที่มีความพร้อม ส่วนเรื่องของหาดใหญ่ต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง ในการพูดคุยกับภาคเอกชนที่มีหลากหลายองค์กร เพื่อให้มีทิศทางไปแนวเดียวกัน ซึ่งได้มอบให้ “รองฯ อำพล” เป็นผู้รับผิดชอบ

เรื่องที่ 3 คือเรืองเกษตรกรชาวสวน 12 อำเภอ ที่ทำสวยยางพารา สวนผลไม้ และอื่นๆ ที่จะต้องเริ่มตั้งแต่ให้เกษตรกรรับรู้ถึงข้อเท็จจริง เช่น ชาวสวนยางต้องรับรู้ว่าราคายางจะไม่สูงกว่าที่เป็นอยู่ในขณะนี้ การเป็นเกษตรกรต้องมีการปรับเปลี่ยนวิธีการ ต้องมีความรู้ในเรื่องของการเกษตรแผนใหม่ ต้องรู้เรื่องการตลาด และต้องมีวิธีการแบ่งพื้นที่ในการทำการเกษตรที่ไปยึดติดกับการปลูกพืชเชิงเดี่ยว ต้องเรียนรู้เรื่องของการลดต้นทุน และเพิ่มผลผลิต และผลิตในสิ่งที่คุ้มทุน ตลาดต้องการ ซึ่งต้องมีการทำงานร่วมกันกับหน่วยงานอื่นๆ ในพื้นที่

เรื่องที่ 4 ที่ได้ฟังจากผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา คือเรื่องการกัดเซาะชายฝั่งใน จ.สงขลา ตั้งแต่ อ.ระโนด จนถึง อ.เทพา ที่ต้องสูญเสียพื้นที่ชายฝั่งทุกๆ ปี หากปล่อยไว้โดยไม่มีการแก้ปัญหา ทั้งระยะสั้น และระยะยาวจะสร้างความเสียหาย ทั้งประชาชน และรัฐ ซึ่งในเรื่องนี้เบื้องต้นได้มีการศึกษาข้อมูลทางวิชาการ และให้มหาวิทยาลัยเข้ามาบทบาทในการทำแผน
 


 
ส่วนเรื่องอื่นๆ คือเรื่องความมั่นคงใน 4 อำเภอของสงขลา ที่ยังเกิดเหตุความรุนแรง และยังเป็นที่หลบซ่อน ที่บ่มเพาะของคนในขบวนการก่อการร้าย ซึ่งต้องดำเนินการร่วมกันกับฝ่ายความมั่นคง โดยจะให้ฝ่ายปกครองทำหน้าที่ให้เข้มข้นกว่าที่ผ่านมา เพราะเชื่อว่าฝ่ายปกครองยังมีต้นทุนที่สร้างความเชื่อมั่นกับคนในพื้นที่ได้ดี

การค้าชายแดนก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องเข้าไปดูแล และพูดคุยกับเอกชน ผู้ประกอบการ นักลงทุน เพื่อหาแนวทางร่วมกัน โดยจังหวัดพร้อมที่จะส่งเสริมสนับสนุน เพราะการค้าชายแดนมีต้นทุนเดิมอยู่แล้ว ซึ่งดูปัญหาอุปสรรคให้เห็นว่าจะต้องแก้ตรงไหน และต้องร่วมมือร่วมใจกันทุกฝ่าย

เรื่องทะเลสาบสงขลา เป็นอีกเรื่องที่มองเห็นถึงประเด็นปัญหามากมาย ตั้งแต่เครื่องมือประมงผิดกฎหมาย รวมทั้งแนวทางในการที่จะทำให้ทะเลสาบสงขลา มีความสมบูรณ์มากกว่านี้ ซึ่งมีอยู่หลายแนวทางทั้งการขุดร่องน้ำ และอื่นๆ ซึ่งมีการศึกษาไว้แล้ว แต่ยังไม่ได้ดำเนินการ

ทั้งหมดคือเรื่องการมองปัญหาของ จ.สงขลา จากผู้ว่าราชการจังหวัดคนล่าสุด ที่ย้ายข้ามฟากมาจากทะเลอันดามัน จ.สตูล มายังเมือง 2 ทะเลสงขลา ซึ่งทั้งหมดที่ได้รับฟัง เห็นได้ว่าเป็นนักปกครองที่มีวิสัยทัศน์ มองปัญหาได้ชัดเจน จึงอยู่เพียงว่าจะนำวิสัยทัศน์มาสู่การปฏิบัติได้อย่างไร ให้เกิดความเปลี่ยนแปลงของเมืองสงขลา เพราะสงขลาถูกขนานนามว่าเป็น “เมืองปราบเซียน” ที่นักปกครอง “มือดี” หลายคนมาด้วยความ “มาดมั่น” แต่กลับไปด้วยความ “ผิดหวัง” มาแล้วนักต่อนัก

แต่อย่างไรเสีย เชื่อว่าด้วยความเป็นคน “ติดดิน” รับฟังความเห็นต่างของทุกฝ่ายได้ จะเป็น “จุดแข็ง” ให้เกิดความร่วมมือจากภาคเอกชน และส่วนราชการอื่นๆ ที่ต่างมี “นาย” เป็นของตนเอง จะทำให้การขับเคลื่อนนโยบายของผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาคนใหม่ เดินไปสู่จุดหมายที่ต้องการได้ง่ายขึ้น
 




Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...