xs
xsm
sm
md
lg

รอลุ้นผลอีก 22 ผู้สัมผัสนักศึกษากลับจากอิหร่านติดเชื้อโควิด-19 รพ.มหาราชฯ สั่งยกระดับเฝ้าระวังขั้นสุด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



 
นครศรีธรรมราช - รพ.มหาราชนครศรีฯ ยกระดับเฝ้าระวังการติดเชื้อขั้นสูงสุด ท่ามกลางความหนาแน่นของผู้มาใช้บริการ ขณะที่โรงตัดเย็บเสื้อผ้าทหารทัพภาค 4 เร่งผลิตหน้ากากอนามัยเสริม ผู้ว่าฯ ยันไม่พบเชื้อเพิ่ม รอผลอีก 22 ราย ผู้สัมผัสนักศึกษากลับจากอิหร่าน

วันนี้ (10 มี.ค.) ที่โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นโรงพยาบาลศูนย์ที่ใหญ่ที่สุดของ จ.นครศรีธรรมราช รองรับผู้ป่วยจากโรงพยาบาลแต่ละอำเภอ ทั้งผู้ป่วยนอก และผู้ป่วยส่งต่อ ได้ยกระดับการเฝ้าระวังผู้ป่วยติดเชื้ออย่างเข้มข้น โดยต้องทำการสแกนผู้ที่เข้าใช้บริการทุกคน รวมทั้งญาติ และบุคลากรที่ต้องเดินผ่านด่านตรวจอุณหภูมิร่างกาย หากพบว่ามีไข้สูงต้องรับการตรวจอย่างละเอียด มีอาการด้านทางเดินหายใจต้องมีการตรวจสอบอย่างละเอียด

ส่วนผู้ป่วยหญิงสูงอายุที่นั่งรถบัสคันเดียวกับนักศึกษาไทย ที่เดินทางกลับจากประเทศอิหร่าน และเดินทางกลับมายัง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งพบว่ามีอาการป่วย และเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลพระพรหม และได้ถูกส่งตัวมารักษาต่อที่โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช ได้ถูกกักตัวอยู่ในบริเวณโซนควบคุมเฉพาะ อยู่ในห้องปลอดเชื้อ โดยผลตรวจเชื้อจากสารคัดหลั่งให้ผลเป็นลบ ไม่ปรากฏการติดเชื้อ
 


 
ด้านโรงผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูประบบอุตสาหกรรม สมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 4 กำลังพลจากกรมทหารปืนใหญ่ที่ 5 และกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 105 ร่วมกับสมาชิกกลุ่มตัดเย็บเสื้อผ้าแม่บ้าน (ป 5 และ ป 5 พัน 105 ป) ทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 4 เร่งกำลังผลิตหน้ากากอนามัยเพื่อให้ทันต่อความต้องการของกำลังพลภายในกองทัพภาคที่ 4 หลังจากหน้ากากอนามัยในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ขาดตลาด ไม่เพียงพอต่อจำนวนประชาชนจำนวนมากที่ตื่นตัวในการใส่หน้าป้องกันตัวเอง และที่สำคัญมีกำลังพลของกองทัพอยู่ในข่ายเฝ้าระวังกักตัวเองเป็นเวลา 14 วัน เนื่องจากโดยสารมาในรถบัสคันเดียวกับนักศึกษาที่เดินทางกลับมาจากอิหร่าน
 


 
ขณะที่ นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวยืนยันว่า จนถึงขณะนี้มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพียงคนเดียว คือ นักศึกษาที่เดินทางมาจากประเทศอิหร่าน ซึ่งยังคงพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลท่าศาลา ส่วนรายที่ อ.หัวไทร ซึ่งเดินทางกลับจากประเทศเกาหลี ผลตรวจเป็นลบคือไม่ติดเชื้อ ส่วนอีก 3-4 รายที่ อ.เฉลิมพระเกียรติ ซึ่งเดินทางมากจากเกาหลีเช่นกัน อยู่ในการเฝ้าระวังของโรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งอยู่ระหว่างรอผลตรวจสารคัดหลั่ง แต่ไม่มีอาการป่วย เป็นการเฝ้าระวังตามนโยบายของรัฐบาล

ส่วนการขยายผลการตรวจกลุ่มเสี่ยงที่นักศึกษาจากอิหร่านไปสัมผัสใกล้ชิด ผลการตรวจออกมาแล้ว 74 คน เป็นเนกาทีฟ หรือเป็นลบ หรือไม่ติดเชื้อ ทั้งที่ปอเนาะ มัสยิด รถทัวร์ รวมทั้งเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลท่าศาลาด้วย ยังเหลืออีก จำนวน 22 ราย ที่ต้องส่งสารคัดหลั่งไปตรวจ ซึ่งผู้ป่วยเป็นผู้ให้ข้อมูลว่าได้ไปสัมผัสมือทักทาย หรือที่เรียกว่า “สลาม” ซึ่งยังต้องรอผลอีกประมาณ 2 วัน
 




Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...