xs
xsm
sm
md
lg

พบ 4 หน่วยงานในพื้นที่ส่งเรื่องให้กรมศิลป์ ออกประกาศลดพื้นที่โบราณสถาน “เขายะลา”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



 
ยะลา - พบ 4 หน่วยงานในพื้นที่ส่งเรื่องให้กรมศิลปากร ออกประกาศลดพื้นที่โบราณสถานภาพเขียนสี “เขายะลา” จำนวน 190 ไร่ เอื้ออุตสาหกรรมหิน ล่าสุด พบข้อมูลอาจมีการรุกล้ำพื้นที่ก่อนการออกประกาศ

จากกรณีที่เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงการออกประกาศของกรมศิลปากร ในคำสั่งลดขนาดพื้นที่โบราณสถาน “เขายะลา” เพื่อเอื้อต่อการประกอบอุตสาหกรรมหินในพื้นที่นั้น ล่าสุด นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ได้ออกมาชี้แจงประเด็นปัญหา กรณีกรมศิลปากร ประกาศแก้ไขเขตที่ดินโบราณสถานภาพเขียนสีเขายะลา ต.ลิดล และ ต.ยะลา อ.เมือง จ.ยะลา ประจำวันที่ 6 มีนาคม 2563 ดังนี้

ข้อเรียกร้องให้ชี้แจงกรณี “เขายะลา”
1.กรมศิลปากรประกาศสั่งถอนภาพเขียนสีเขายะลา ออกจากการเป็นแหล่งโบราณคดี
ข้อชี้แจง : ไม่ใช่การประกาศเพิกถอนจากการเป็นแหล่งโบราณคดี แต่เป็นการประกาศแก้ไขเขตที่ดินโบราณสถานโดยรอบภาพเขียนสีเขายะลา โดยภาพเขียนสีเขายะลายังคงสภาพเป็นโบราณสถานเหมือนเดิม และได้รับการปกป้องตามพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.2504 เหมือนเดิม

2.การประกาศดังกล่าวเป็นการเปลี่ยนพื้นที่โบราณสถานให้เป็นแหล่งสัมปทานเหมืองหิน
ข้อชี้แจง : พื้นที่บริเวณดังกล่าวเป็นแหล่งสัมปทานเดิมอยู่ก่อนแล้วไม่ต่ำกว่า 20 ปี ก่อนที่จะมีการประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถาน และบริเวณดังกล่าวไม่ใช่ตำแหน่งที่ตั้งของแหล่งภาพเขียนสีทั้ง 2 แห่ง

3.การสัมปทานแร่หินในบริเวณใกล้เคียง มีผลทำให้ภาพเขียนสีเขายะลาเสียหายไปแล้ว 1 จุด
ข้อชี้แจง : ผลจากการตรวจสอบ โดยสำนักงานอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เขต 1 สงขลา พบว่า การพังทลายดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ.2551 จากรอยเลื่อน และการกัดเซาะของน้ำใต้ดิน ทำให้รอยแตกขยายกว้างขึ้น ประกอบกับบริเวณเชิงเขามีลักษณะเป็นโพรง รวมถึงการทำเหมืองในอดีตด้วยวิธีแบบโบราณที่มีมาก่อนการให้ประทานบัตร ล้วนเป็นปัจจัยส่งเสริมการพังทลาย โดยไม่เกี่ยวข้องกับสัมปทานเหมืองหินที่อยู่โดยรอบแต่อย่างใด

4.เหตุผลการประกาศแก้ไขเขตที่ดินฯ เพื่อเป็นการผ่อนคลายสภาวะขาดแคลนหินอุตสาหกรรมเพื่อใช้ในการก่อสร้าง และลดการก่อความรุนแรงที่อาจเกิดจากการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้
ข้อชี้แจง : เหตุผลดังกล่าวมีที่มาจากการขอความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ ประกอบด้วย
1.) กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี
2.) ศูนย์อำนวยการบริหารส่วนจังหวัดชายแดนภาคใต้
3.) กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่
4.) จังหวัดยะลา
5.) สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล

5.กรณีตัวแทนเครือข่ายประชาชนปกป้องเขายะลา ได้เดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียนต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม
ข้อชี้แจง : นายประสพ เรียงเงิน ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม ผู้แทนปลัดกระทรวงวัฒนธรรม และนายพนมบุตร จันทรโชติ รองอธิบดีกรมศิลปากร ผู้แทนกรมศิลปากร ได้รับหนังสือร้องเรียนดังกล่าว และได้นำเรียนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมตามลำดับ หลังจากนี้ จะได้ดำเนินการตามขั้นตอนโดยกรมศิลปากร จะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมหารือ เพื่อหาข้อสรุปชี้แจงแก่ผู้ร้องเรียนโดยด่วนต่อไป
 


 
ขณะที่ล่าสุดวันนี้มีรายงานด้วยว่า นายชัยสิทธิ์ พานิชพงษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกรณีดังกล่าว ทั้งสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดยะลา ซึ่งรับผิดชอบโดยตรงกับการอนุญาต ผู้ประกอบการสัมปทานการทำเหมืองหิน และสำนักงานทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมจังหวัดยะลา เข้าร่วมประชุมหารือ เพื่อหาข้อสรุป และที่มาที่ไปของปัญหาในพื้นที่ดังกล่าว

ซึ่งในที่ประชุมนั้นมีการรายงานถึงผู้ประกอบการอุตสาหกรรมหินที่ติดพื้นที่ดังกล่าว ประกอบด้วย โรงโม่หิน 3 บริษัท 1.หจก.โรงโม่หินสามแยกยะลา 2.นายอับดุลลาเตะ ยากัด 3.นายนเรศวร์ เลขะกุล (โรงโม่หินมนู) ที่ไม่ติดกับพื้นที่ดังกล่าวมี 4 บริษัท 1.หจก.พีรพลศิลา 2.หจก.ธนบดีศิลา 3.บจก.สิลาอุตสาหกรรม และ 4.หจก.ก่อสร้างเนรมิตร โดยทาง นายชัยสิทธิ์ พานิชพงษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ก็ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์กับสื่อถึงกรณีดังกล่าว โดยบอกเพียงว่าเป็นการประกาศของกรมศิลปากร

โดยเมื่อวานนี้ (5 มี.ค.) ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา และรองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้เดินทางไปตรวจดูภาพเขียนสีโบราณด้วยตัวเอง ที่บริเวณเขายะลา ต.ยะลา อ.เมือง จ.ยะลา หลังจากที่มีกระแสข่าวการคัดค้านให้มีการทบทวนคำสั่งดังกล่าว

ขณะเดียวกัน วันนี้ได้มีนักท่องเที่ยวชาวเยอรมนี ซึ่งเดินทางมาเที่ยว จ.ยะลา และได้แวะขึ้นไปดูภาพเขียนสีโบราณบนผนังหินของเขายะลา โดยจากการสอบถามนักท่องเที่ยวคนดังกล่าว ทราบว่าชื่อนาย Kristian Schweisfurth เดินทางมาประเทศไทยบ่อยครั้ง และมักเดินทางมาจังหวัดชายแดนภาคใต้กับเพื่อนรุ่นน้องชาวยะลา โดยนาย Kristian ได้บอกว่า เห็นด้วยกับการที่ชาวบ้านในพื้นที่ได้อนุรักษ์เขายะลา และภาพเขียนสีโบราณที่มีความสำคัญ โดยทางการควรที่จะมีการอนุรักษ์ไว้ด้วยเช่นกัน เพราะภาพเขียนสีโบราณนั้นมีคุณค่าในระยะยาว มากกว่าการทำอุตสาหกรรม
 


 
ทั้งนี้ จากการสืบหาข้อมูลอย่างไม่เป็นทางการ พบว่า จากการออกคำสั่งประกาศของกรมศิลปากรนั้น อาจมีสาเหตุมาจากได้มีการระเบิดหิน หรือการทำอุตสาหกรรมหินรุกล้ำเข้าไปในพื้นที่ที่เคยถูกออกประกาศให้เป็นพื้นที่โบราณสถาน เมื่อปี พ.ศ.2544 และหลังจากหมดสัญญาในการทำสัมปทานไปแล้ว ก็จะมีการเปิดทำสัมปทานรอบใหม่ และจะมีการตรวจสอบพื้นที่ในการอนุญาตให้ทำสัมปทาน ซึ่งอาจมีความเป็นไปได้ว่า ได้มีการตรวจพบพื้นที่ถูกรุกล้ำเข้าไปในเขตของการประกาศพื้นที่โบราณสถาน จึงทำให้ต้องมีการออกประกาศใหม่ เพื่อให้เขตพื้นที่ถูกรุกล้ำนั้นอยู่นอกเขตของโบราณสถานเพื่อไม่ให้เกิดความผิด

โดยจากการเปรียบเทียบภาพถ่ายทางดาวเทียม พบว่า จากภาพถ่ายมีพื้นที่การทำอุตสาหกรรมรุกล้ำเข้าไปในเขตของ อบต.ยะลา ซึ่งเป็นเขตการประกาศของกรมศิลปากร

นอกจากนี้ ในพื้นที่ของเขายะลานั้น ก่อนหน้านี้หลายปีได้มีกลุ่มชาวบ้านเดินทางขึ้นไปสำรวจ พบว่า มีถ้ำที่มีความยาวเกือบ 1 กิโลเมตร เมื่อเข้าไปภายในถ้ำพบหินงอกหินย้อยที่มีความสวยงาม โดยถ้ำดังกล่าวนั้นตั้งอยู่บริเวณตอนกลางของเขายะลา และใกล้กับเขตพื้นที่ทำอุตสาหกรรมหิน และหากมีการทำอุตสาหกรรมหินครั้งใหม่ในพื้นที่ ตามการประกาศของกรมศิลปากรนั้น อาจจะส่งผลกระทบต่อถ้ำดังกล่าวที่ยังไม่ได้มีการสำรวจอย่างจริงจังจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
 












Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...