เมื่อเวลา 22.00 น. วานนี้ (26 ก.พ.) ร.ต.อ.สุพิศ ช่อผกา รอง สว.สอบสวน สภ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ได้รับแจ้งมีคนฆ่าตัวตายด้วยเครื่องยนต์ไฟฟ้า เสียชีวิตบริเวณบ้านพักในซอยบ้านแม่น้ำ ซอย 1 หมู่ 1 ต.แม่น้ำ อ.เกาะสมุย จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมด้วย พ.ต.อ.พงษ์ขจร สุกกสังค์ ผกก.สภ.เกาะสมุย พ.ต.ต.ปราโมทย์ ขวัญเมือง สวป. ร.ต.อ.เกียรติศักดิ์ ปานเนียม รอง สว.สส. และแพทย์เวรโรงพยาบาลเกาะสมุย อาสาสมัครหน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลสงเคราะห์เกาะสมุย
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเช่าไม่มีเลขที่ ทำเป็นโรงงานประกอบเฟอร์นิเจอร์ บริเวณหน้าบ้านพบศพนายไพรัตน์ คำปัน อายุ 35 ปี ภูมิลำเนา จ.สุรินทร์ สภาพศพนุ่งกางกางขาสั้น สวมเสื้อยืด นอนหงายทับกระเป๋าสะพายสีน้ำตาล ภายในกระเป๋ามีเงินสดจำนวนหนึ่ง และเอกสารต่างๆ สภาพศพสยดยองแก่ผู้พบเห็นเนื่องจากผู้ตายได้ใช้เครื่องเลื่อยยนต์วงเดือนไฟฟ้า ปาดคอตัวเองทำให้หลอดลมขาดกระจุย บาดแผลเหวอะหวะ เลือดกระจาย ที่ปลายเท้าผู้ตายพบอาวุธที่ผู้ตายใช้ เป็นเครื่องเลื่อยยนต์วงเดือนไฟฟ้า สีฟ้าตกอยู่ปลายเท้า 1 เครื่อง มีคราบเลือดติดแดงฉาน
จาการสอบถามนางสาย โทนสัน อายุ 56 ปี แม่ผู้ตาย พร้อมด้วย น.ส.วนัดดา คำปัน อายุ 36 ปี พี่สาวผู้ตายที่อยู่ในอาการเสียใจ เปิดเผยให้เจ้าหน้าที่ฟังทั้งน้ำตาว่า ผู้ตายเป็นคนดี ขยันทำงาน และรักครอบครัวมาก ซึ่งผู้ตายอยู่กินกับนางอ้อย (ขอสงวนนามสกุล) มาประมาณ 7 ปี มีลูกด้วยกัน 2 คน คนโตอายุ 6 ขวบ คนเล็กอายุ 4 ขวบ ซึ่งทั้งสองรักกันมาก แต่ต่อมาเมื่อไม่นาน นางอ้อย ได้ไปทำงานเป็นแคดดี้ที่สนามกอล์ฟดังแห่งหนึ่งบนเกาะสมุย และต่อมา นางอ้อย ไม่ค่อยกลับมาหาผู้ตายและลูก ทำให้ผู้ตายต้องนำภาพรักเก่าระหว่างตัวเองกับนางอ้อยมากอดไว้ที่หน้าอกทุกวัน เนื่องจากผู้ตายรักภรรยามาก ซึ่งนางอ้อย มักจะมาขอเงินผู้ตายบ่อยครั้ง ก่อนหน้านี้ ผู้ตายให้เงินภรรยาไปจำนวน 20,000 บาท เพื่อนำไปส่งค่างวดรถยนต์ แต่ปรากฏว่า นางอ้อย ไม่ยอมนำเงินไปส่งค่างวดรถยนต์
และครั้งสุดท้ายก่อนเกิดเหตุ 2 วัน นางอ้อย มาหาผู้ตาย และผู้ตายจึงพา 4 คนพ่อแม่ลูกไปกินข้าวกันนอกบ้าน พร้อมพูดจาหว่านล้อมให้ภรรยากลับมาอยู่บ้านกับลูก และขณะเดียวกัน ผู้ตายได้เปิดดูโทรศัพท์ของภรรยา พบว่าในโทรศัพท์มือถือของภรรยา มีภาพบาดตาบาดใจหลายภาพ เป็นภาพที่นางอ้อยภรรยา ยืนกอดกันกับชายคนใหม่ เมื่อนายไพรัตน์ ผู้ตายสอบถามว่าผู้ชายในภาพเป็นใคร ทำให้นางอ้อย ถึงกับโมโห รีบขับรถจักรยานยนต์ออกจากบ้านพักไป พ้อมกล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า หมดรักผู้ตายแล้ว
ต่อมา ก่อนเกิดเหตุ นางอ้อย ภรรยาได้เขียนข้อความส่งผ่านมาทางไลน์ พร้อมเอ่ยปากข่มขู่ว่า เดี๋ยวจะส่งคนมาทำร้าย จึงทำให้ผู้ตายเกิดความเครียด ไม่นึกว่าภรรยาจะเป็นไปได้ถึงเพียงนี้ พร้อมนำเรื่องไปปรึกษานางสาย ผู้เป็นแม่ และ น.ส.วนัดดา พี่สาว ว่าภรรยาส่งข้อความมาขู่ ทำให้เครียดมาก และผู้ตายได้เอ่ยปากกับแม่และพี่สาวว่า ฝากลูกด้วย หากตัวเองเป็นอะไรไป แม่ผู้ตายยังกล่าวอีกว่า ลูกจะไปไหน และก็ไม่ได้เอะใจ
ต่อมา เห็นผู้ตายมีอาการซึมเศร้า และไปซื้อเหล้ามาดื่มย้อมใจเพียงคนเดียว สักพักได้ยินเสียงเลื่อยยนต์ดังขึ้น ซึ่งนึกว่าผู้ตายทำงาน แต่สักพักเห็นผู้ตายยืนถือเลื่อยยนต์วงเดือนปากลำคอตัวเอง ทำให้ทุกคนที่เห็นถึงกับหวีดร้องออกมา และนายไพรัตน์ ล้มลงไปนอนกับพื้นขาดใจตาย จึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบดังกล่าว นายสาย และ น.ส.วนัดดา แม่กับพี่สาวกล่าว
ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้นำศพผู้ตายส่งไปทำการชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้งที่โรงพยาบาลเกาะสมุย ก่อนจะมอบให้ญาตินำศพไปประกอบพิธีทางศาสนา ที่ จ.สุรินทร์ ต่อไป


