สุราษฎร์ธานี - หนุ่มฮังการี สุดแสบ กลางคืนซิ่งรถจักรยานยนต์วิบากพร้อมเครื่องมือ แปลงร่างเป็นโจรย่องงัดตู้หยอดเหรียญเครื่องซักผ้า ถูกเจ้าของร้านแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจรวบตัวได้คาของกลาง ขณะกำลังลงมือสะเดาะกุญแจฉกเหรียญ

วันนี้ (19 ก.พ.) พ.ต.อ.พงษ์ขจร สุกกสังข์ ผกก.สภ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจาก พ.ต.ท.ปัญญา นิรัตติมานนท์ รอง ผกก.ป. พร้อมด้วย พ.ต.ต.ปราโมทย์ ขวัญเมือง สวป. ร.ต.ต.บรรจง ปริงหาดยาย รอง สว. พร้อมด้วย ส.ต.อ.ศุภกิจ จันทร์เมือง ผบ.หมู่งาน ป. ได้ร่วมกันจับกุม นายอัทติลา บรูสนีสกี อายุ 32 ปี สัญชาติฮังการี ขณะกำลังทำการสะเดาะกุญแจตู้หยอดเหรียญเครื่องซักผ้า ภายในร้านซักผ้าชื่อกิ่งแก้ว หมู่ 5 ต.แม่น้ำ อ.เกาะสมุย
จากการตรวจสอบ พบนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติทราบชื่อภายหลังคือ นายอัทติลา บรูสนีสกี เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ถึงกับหน้าถอดสี พบกระเป๋าผ้าสะพายสีดำ ภายในมีเหรียญ 10 บาท จำนวน 270 เหรียญ เป็นจำนวน 2,700 บาท และอุปกรณ์เข็มชนวนสำหรับสะเดาะแทงกุญแจ 1 ชุด รถจักรยานยนต์แบบวิบาก สีขาว อีก 1 คัน ที่ผู้ต้องหาใช้เป็นยานพาหนะ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยึดของกลางไว้ทั้งหมด

จากการสอบถาม น.ส.สริตา ขวยเจริญ อายุ 30 ปี เจ้าของร้านให้บริการเครื่องซักผ้าแบบหยอดเหรียญ ทราบว่า ขณะเกิดเหตุได้ยินเสียงดังมาจากโรงเก็บเครื่องซักผ้า จึงได้แอบมอง เเละเห็นคนร้ายเป็นชาวต่างชาติกำลังใช้อุปกรณ์เปิดตู้หยอดเหรียญ จึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ พร้อมกับเรียกนายปิยะพงษ์ เฟื่องฟู อายุ 33 ปี ช่วยกันจับกุมตัว แต่นายอัทติลา บรูสนีสกี ไม่ยอมพยายามจะวิ่งหลบหนี แต่โชคดีทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมาทัน จึงได้ช่วยกันควบคุมตัว ซึ่งจากการตรวจสอบ พบว่า ตู้หยอดเหรียญถูกงัดไป จำนวน 5 ตู้
ต่อมา ทางตำรวจชุดจับกุมได้สอบปากคำผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้เดินทางมาอยู่ที่เกาะสมุยได้ประมาณ 5 เดือน และไม่ได้ทำงานอะไร พร้อมกับไม่ยอมให้การใดๆ ทางตำรวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวหา “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะ” พร้อมนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เกาะสมุย ดำเนินคดีต่อไป

ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากผู้ประกอบการร้านเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ และร้านเติมน้ำมันแบบหยอดเหรียญว่า ก่อนหน้านี้ มีคนร้ายอาละวาดงัดสะเดาะกุญแจร้านซักผ้าหยอดเหรียญและร้านเติมน้ำมันหยอดเหรียญมาแล้วหลายครั้ง และไม่แน่ใจว่าคนร้ายเป็นคนไทยหรือต่างชาติ แต่เมื่อทราบข่าวว่าตำรวจจับกุมคนร้ายเป็นชาวต่างชาติ จึงเชื่อว่าคนร้ายน่าจะเป็นกลุ่มเดียวกัน และมีความชำนาญในการสะเดาะกุญแจ
ด้าน พ.ต.อ.พงษ์ขจร สุกกสังข์ ผกก.สภ.เกาะสมุย เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวอีกว่า หากประชาชนหรือผู้ประกอบการที่ถูกคนร้ายก่อเหตุในลักษณะเดียวกัน ขอให้มาแจ้งความและดูลักษณะคนร้ายที่ สภ.เกาะสมุย ได้

วันนี้ (19 ก.พ.) พ.ต.อ.พงษ์ขจร สุกกสังข์ ผกก.สภ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจาก พ.ต.ท.ปัญญา นิรัตติมานนท์ รอง ผกก.ป. พร้อมด้วย พ.ต.ต.ปราโมทย์ ขวัญเมือง สวป. ร.ต.ต.บรรจง ปริงหาดยาย รอง สว. พร้อมด้วย ส.ต.อ.ศุภกิจ จันทร์เมือง ผบ.หมู่งาน ป. ได้ร่วมกันจับกุม นายอัทติลา บรูสนีสกี อายุ 32 ปี สัญชาติฮังการี ขณะกำลังทำการสะเดาะกุญแจตู้หยอดเหรียญเครื่องซักผ้า ภายในร้านซักผ้าชื่อกิ่งแก้ว หมู่ 5 ต.แม่น้ำ อ.เกาะสมุย
จากการตรวจสอบ พบนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติทราบชื่อภายหลังคือ นายอัทติลา บรูสนีสกี เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ถึงกับหน้าถอดสี พบกระเป๋าผ้าสะพายสีดำ ภายในมีเหรียญ 10 บาท จำนวน 270 เหรียญ เป็นจำนวน 2,700 บาท และอุปกรณ์เข็มชนวนสำหรับสะเดาะแทงกุญแจ 1 ชุด รถจักรยานยนต์แบบวิบาก สีขาว อีก 1 คัน ที่ผู้ต้องหาใช้เป็นยานพาหนะ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยึดของกลางไว้ทั้งหมด
จากการสอบถาม น.ส.สริตา ขวยเจริญ อายุ 30 ปี เจ้าของร้านให้บริการเครื่องซักผ้าแบบหยอดเหรียญ ทราบว่า ขณะเกิดเหตุได้ยินเสียงดังมาจากโรงเก็บเครื่องซักผ้า จึงได้แอบมอง เเละเห็นคนร้ายเป็นชาวต่างชาติกำลังใช้อุปกรณ์เปิดตู้หยอดเหรียญ จึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ พร้อมกับเรียกนายปิยะพงษ์ เฟื่องฟู อายุ 33 ปี ช่วยกันจับกุมตัว แต่นายอัทติลา บรูสนีสกี ไม่ยอมพยายามจะวิ่งหลบหนี แต่โชคดีทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมาทัน จึงได้ช่วยกันควบคุมตัว ซึ่งจากการตรวจสอบ พบว่า ตู้หยอดเหรียญถูกงัดไป จำนวน 5 ตู้
ต่อมา ทางตำรวจชุดจับกุมได้สอบปากคำผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้เดินทางมาอยู่ที่เกาะสมุยได้ประมาณ 5 เดือน และไม่ได้ทำงานอะไร พร้อมกับไม่ยอมให้การใดๆ ทางตำรวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวหา “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะ” พร้อมนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เกาะสมุย ดำเนินคดีต่อไป
ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากผู้ประกอบการร้านเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ และร้านเติมน้ำมันแบบหยอดเหรียญว่า ก่อนหน้านี้ มีคนร้ายอาละวาดงัดสะเดาะกุญแจร้านซักผ้าหยอดเหรียญและร้านเติมน้ำมันหยอดเหรียญมาแล้วหลายครั้ง และไม่แน่ใจว่าคนร้ายเป็นคนไทยหรือต่างชาติ แต่เมื่อทราบข่าวว่าตำรวจจับกุมคนร้ายเป็นชาวต่างชาติ จึงเชื่อว่าคนร้ายน่าจะเป็นกลุ่มเดียวกัน และมีความชำนาญในการสะเดาะกุญแจ
ด้าน พ.ต.อ.พงษ์ขจร สุกกสังข์ ผกก.สภ.เกาะสมุย เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวอีกว่า หากประชาชนหรือผู้ประกอบการที่ถูกคนร้ายก่อเหตุในลักษณะเดียวกัน ขอให้มาแจ้งความและดูลักษณะคนร้ายที่ สภ.เกาะสมุย ได้