ชุมพร - ฝูงหมูป่าจำนวนมากไม่ตื่นคน อาศัยกินนอนริมถนน ชาวบ้านหาผักผลไม้ให้กินทุกวันจนอ้วนท้วนสมบูรณ์กลายเป็นสีสันของชาวปากน้ำชุมพร ชาวบ้านเชื่อเป็นหมูป่า “เสด็จเตี่ย”

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณถนนซอยสี่มิตร หมู่ 8 ต.ปากน้ำชุมพร อ.เมือง จ.ชุมพร หลังจากได้รับแจ้งมีหมูป่าอาศัยอยู่จำนวนมาก โดยชาวบ้านเชื่อว่าหมู่ป่าดังกล่าวเป็นของ “เสด็จเตี่ย” เสด็จกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ที่อาศัยหากินหลับนอนอยู่ในป่าละเมาะริมถนนสายดังกล่าวมานานหลายปีแล้ว ซึ่งอยู่ใกล้กับศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้าออกเรือประมงชุมพร และท่าเทียบเรือประมงชุมพร
จากการตรวจสอบพบว่า จุดดังกล่าวอยู่ใกล้ชุมชนมีหมู่ป่ามากกว่า 30 ตัว มีทั้งพ่อแม่พันธุ์ วัยเจริญพันธุ์ และลูกตัวเล็กๆ อีกจำนวนหนึ่ง โดยแต่ละตัวอ้วนท้วนสมบูรณ์น่ารักน่าเอ็นดู มีนิสัยไม่ดุร้ายเชื่องคุ้นเคยกับชาวบ้านเป็นอย่างดี ขณะที่รถยนต์ และรถจักรยานยนต์ขับสัญจรผ่านไปมาก็จะบีบแตรส่งเสียงเตือนให้ฝูงหมูป่าบริเวณนั้นได้รู้ตัวเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ เนื่องจากเป็นถนนช่วงทางโค้งอันตราย

โดยตลอดทั้งวันมีชาวบ้าน พ่อค้าแม่ค้าทยอยนำพืชผักผลไม้มากองไว้ข้างป่าละเมาะริมถนนเพื่อให้ฝูงหมูป่าออกมากิน จนกลายเป็นสีสัน มีนักท่องเที่ยวที่ผ่านไปมาแวะถ่ายรูปและเซลฟี่อยู่เป็นประจำ ซึ่งชาวบ้านหลายคนเชื่อว่าเป็นฝูงหมูป่าของ “เสด็จเตี่ย” เนื่องจากปากน้ำชุมพรมีศาลเสด็จกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ จึงไม่มีใครกล้าทำร้ายและนำอาหารมาให้กินเป็นประจำทุกวัน
นายทองสุข เบ็ญจพันธุ์ อายุ 62 ปี หรือลุงหมา กล่าวว่า หมูป่าที่อาศัยอยู่บริเวณนี้นั้นเมื่อก่อนได้มีคนนำพ่อแม่พันธุ์มาเลี้ยงไว้ 2 ตัว ต่อมา เจ้าของตายจึงไม่มีคนดูแล มันจะออกหากินอยู่บริเวณนี้และได้ขยายพันธุ์มีจำนวนมากขึ้น ตนและภรรยาก็จะนำอาหารประเภทผักผลไม้มากองให้ฝูงหมูป่ากินเกือบทุกวัน เพราะรักเอ็นดูและสงสารมัน ซึ่งฝูงหมูป่าจะแยกกันหากินอยู่ใน 2-3 จุด น่าจะมีมากกว่า 30 ตัว บางคนก็บอกว่ามีร่วม 100 ตัว เพราะมันแยกฝูงไปอยู่ในป่าอีกหลายจุด ที่ผ่านมา เคยมีรถยนต์ชนตายไปบ้างจึงอยากให้ผู้ที่สัญจรไปมาบนถนนบริเวณนี้ขับรถช้าๆ และระมัดระวังด้วย

ขณะที่ นายวิรัตน์ ชัยทองคำ อายุ 56 ปี เจ้าของอู่ซ่อมเครื่องยนต์เรือประมง ซึ่งอาศัยอยู่ใกล้กับที่ฝูงหมูป่าหากิน กล่าวว่า จริงๆ แล้วตนเป็นผู้ดูแลหมูป่าทั้งหมดเนื่องจากเจ้าของเดิมซึ่งเป็นน้องชายตนได้นำพ่อแม่พันธุ์มาเลี้ยงไว้ 2 ตัว เมื่อออกลูกมาก็ไม่เคยขายเพราะนำมาเลี้ยงด้วยความรักความเอ็นดู ต่อมา น้องชายตนไม่สบายเสียชีวิตและฝากให้ตนช่วยดูแลหมูป่าต่อด้วย ปัจจุบันเลี้ยงมานานกว่า 10 ปีแล้ว มีการแพร่ขยายพันธุ์มากขึ้นเพราะตนไม่เคยขาย เลี้ยงดูแลด้วยความรักความสงสารเอ็นดูมัน พอช่วงเย็นๆ ค่ำๆ หมูป่าจำนวนหนึ่งก็จะกลับเข้ามานอนบริเวณข้างบ้านตน พอเช้ามันก็พากันออกไปหากินตามปกติเช่นนี้ทุกวัน

นายวิรัตน์ กล่าวต่อว่า ฝูงหมูป่าหากินอยู่บริเวณนั้นมานานกว่า 10 ปีแล้ว แต่ชาวบ้านทั่วไปคิดว่าเป็นหมูป่าจร หรือหมูป่าที่ไม่มีเจ้าของ และเข้าใจว่าเป็นหมูของ “เสด็จเตี่ย” เพราะบริเวณนี้มีศาลเสด็จกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ซึ่งจริงๆ แล้วตนดูแลอยู่เพียงแต่ปล่อยให้มันหากินและอยู่กันตามธรรมชาติเท่านั้นเอง ที่ผ่านมามันไม่เคยสร้างปัญหาความเดือดให้ชาวบ้านในละแวกนี้ ใครๆ ก็สงสารเอ็นดูมันนำผักผลไม้มาให้กินทุกวัน ที่ผ่านมาเมื่อมันเกิดลูกขยายพันธุ์มากขึ้นตนก็จะควบคุมปริมาณโดยให้เพื่อน และคนรู้จักพาไปเลี้ยงบ้าง ซึ่งหน่วยงานรัฐหรือชาวบ้านทั่วไปที่ต้องการจะนำไปเลี้ยงใช้เป็นพ่อแม่พันธุ์เพื่อสร้างรายได้ตนยินดีมอบให้ แต่ต้องมีเงื่อนไขว่าห้ามนำพ่อแม่พันธุ์หมูป่าไปขายหรือชำแหละอย่างเด็ดขาด

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณถนนซอยสี่มิตร หมู่ 8 ต.ปากน้ำชุมพร อ.เมือง จ.ชุมพร หลังจากได้รับแจ้งมีหมูป่าอาศัยอยู่จำนวนมาก โดยชาวบ้านเชื่อว่าหมู่ป่าดังกล่าวเป็นของ “เสด็จเตี่ย” เสด็จกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ที่อาศัยหากินหลับนอนอยู่ในป่าละเมาะริมถนนสายดังกล่าวมานานหลายปีแล้ว ซึ่งอยู่ใกล้กับศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้าออกเรือประมงชุมพร และท่าเทียบเรือประมงชุมพร
จากการตรวจสอบพบว่า จุดดังกล่าวอยู่ใกล้ชุมชนมีหมู่ป่ามากกว่า 30 ตัว มีทั้งพ่อแม่พันธุ์ วัยเจริญพันธุ์ และลูกตัวเล็กๆ อีกจำนวนหนึ่ง โดยแต่ละตัวอ้วนท้วนสมบูรณ์น่ารักน่าเอ็นดู มีนิสัยไม่ดุร้ายเชื่องคุ้นเคยกับชาวบ้านเป็นอย่างดี ขณะที่รถยนต์ และรถจักรยานยนต์ขับสัญจรผ่านไปมาก็จะบีบแตรส่งเสียงเตือนให้ฝูงหมูป่าบริเวณนั้นได้รู้ตัวเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ เนื่องจากเป็นถนนช่วงทางโค้งอันตราย
โดยตลอดทั้งวันมีชาวบ้าน พ่อค้าแม่ค้าทยอยนำพืชผักผลไม้มากองไว้ข้างป่าละเมาะริมถนนเพื่อให้ฝูงหมูป่าออกมากิน จนกลายเป็นสีสัน มีนักท่องเที่ยวที่ผ่านไปมาแวะถ่ายรูปและเซลฟี่อยู่เป็นประจำ ซึ่งชาวบ้านหลายคนเชื่อว่าเป็นฝูงหมูป่าของ “เสด็จเตี่ย” เนื่องจากปากน้ำชุมพรมีศาลเสด็จกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ จึงไม่มีใครกล้าทำร้ายและนำอาหารมาให้กินเป็นประจำทุกวัน
นายทองสุข เบ็ญจพันธุ์ อายุ 62 ปี หรือลุงหมา กล่าวว่า หมูป่าที่อาศัยอยู่บริเวณนี้นั้นเมื่อก่อนได้มีคนนำพ่อแม่พันธุ์มาเลี้ยงไว้ 2 ตัว ต่อมา เจ้าของตายจึงไม่มีคนดูแล มันจะออกหากินอยู่บริเวณนี้และได้ขยายพันธุ์มีจำนวนมากขึ้น ตนและภรรยาก็จะนำอาหารประเภทผักผลไม้มากองให้ฝูงหมูป่ากินเกือบทุกวัน เพราะรักเอ็นดูและสงสารมัน ซึ่งฝูงหมูป่าจะแยกกันหากินอยู่ใน 2-3 จุด น่าจะมีมากกว่า 30 ตัว บางคนก็บอกว่ามีร่วม 100 ตัว เพราะมันแยกฝูงไปอยู่ในป่าอีกหลายจุด ที่ผ่านมา เคยมีรถยนต์ชนตายไปบ้างจึงอยากให้ผู้ที่สัญจรไปมาบนถนนบริเวณนี้ขับรถช้าๆ และระมัดระวังด้วย
ขณะที่ นายวิรัตน์ ชัยทองคำ อายุ 56 ปี เจ้าของอู่ซ่อมเครื่องยนต์เรือประมง ซึ่งอาศัยอยู่ใกล้กับที่ฝูงหมูป่าหากิน กล่าวว่า จริงๆ แล้วตนเป็นผู้ดูแลหมูป่าทั้งหมดเนื่องจากเจ้าของเดิมซึ่งเป็นน้องชายตนได้นำพ่อแม่พันธุ์มาเลี้ยงไว้ 2 ตัว เมื่อออกลูกมาก็ไม่เคยขายเพราะนำมาเลี้ยงด้วยความรักความเอ็นดู ต่อมา น้องชายตนไม่สบายเสียชีวิตและฝากให้ตนช่วยดูแลหมูป่าต่อด้วย ปัจจุบันเลี้ยงมานานกว่า 10 ปีแล้ว มีการแพร่ขยายพันธุ์มากขึ้นเพราะตนไม่เคยขาย เลี้ยงดูแลด้วยความรักความสงสารเอ็นดูมัน พอช่วงเย็นๆ ค่ำๆ หมูป่าจำนวนหนึ่งก็จะกลับเข้ามานอนบริเวณข้างบ้านตน พอเช้ามันก็พากันออกไปหากินตามปกติเช่นนี้ทุกวัน
นายวิรัตน์ กล่าวต่อว่า ฝูงหมูป่าหากินอยู่บริเวณนั้นมานานกว่า 10 ปีแล้ว แต่ชาวบ้านทั่วไปคิดว่าเป็นหมูป่าจร หรือหมูป่าที่ไม่มีเจ้าของ และเข้าใจว่าเป็นหมูของ “เสด็จเตี่ย” เพราะบริเวณนี้มีศาลเสด็จกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ซึ่งจริงๆ แล้วตนดูแลอยู่เพียงแต่ปล่อยให้มันหากินและอยู่กันตามธรรมชาติเท่านั้นเอง ที่ผ่านมามันไม่เคยสร้างปัญหาความเดือดให้ชาวบ้านในละแวกนี้ ใครๆ ก็สงสารเอ็นดูมันนำผักผลไม้มาให้กินทุกวัน ที่ผ่านมาเมื่อมันเกิดลูกขยายพันธุ์มากขึ้นตนก็จะควบคุมปริมาณโดยให้เพื่อน และคนรู้จักพาไปเลี้ยงบ้าง ซึ่งหน่วยงานรัฐหรือชาวบ้านทั่วไปที่ต้องการจะนำไปเลี้ยงใช้เป็นพ่อแม่พันธุ์เพื่อสร้างรายได้ตนยินดีมอบให้ แต่ต้องมีเงื่อนไขว่าห้ามนำพ่อแม่พันธุ์หมูป่าไปขายหรือชำแหละอย่างเด็ดขาด


