xs
xsm
sm
md
lg

โฆษกกองทัพภาค 4 ชี้แจงข้อเท็จจริงตรวจค้น ร.ร.พัฒนาอิสลามวิทยา ระบุปืนใช้ก่อเหตุได้แล้ว 1 กระบอก ยืนยันตัวบุคคล 3 คน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ยะลา - โฆษกกองทัพภาค 4 ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นโรงเรียนพัฒนาอิสลามวิทยา อัดสื่อนำเสนอข้อมูลไม่ตรงความจริง เผยระบุอาวุธปืนใช้ก่อเหตุได้แล้ว 1 กระบอก ยืนยันตัวบุคคลได้แล้ว 3 คน ออกหมายจับ ป.วิอาญา ได้แล้ว 3 คน และหมาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 5 คน และจะเร่งรัดขยายผลติดตามจับกุมส่วนที่เหลือต่อไป

จากกรณีเจ้าหน้าที่ชุดนิติวิทยาศาสตร์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าเก็บหลักฐานภายในโรงเรียนพัฒนาอิสลามวิทยา (ปอเนาะลำใหม่) เมื่อวันที่ 14 พ.ย.2562 และได้มีการนำเสนอข่าว ว่า เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปจัดเก็บ DNA นักเรียนเกือบ 500 คน และล่าสุดได้เสนอข่าวคำให้สัมภาษณ์นายสะมะแอ ฮารี ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลา ในฐานะผู้ได้รับใบอนุญาตโรงเรียนพัฒนาอิสลามวิทยา โดยมีข้อมูลที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงหลายเรื่อง อันอาจทำให้สังคมเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง เช่น มีการเก็บ DNA จำนวน 20-30 คน และเข้าปฏิบัติโดยไม่แจ้งวัตถุประสงค์และไม่พบหลักฐานที่ผิดกฎหมาย เป็นต้น


ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 11.30 น.วันนี้ (18 พ.ย.) ที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ได้แถลงชี้แจงกรณีดังกล่าว ว่า เหตุผลและความจำเป็นในการเข้าตรวจค้นโรงเรียนปอเนาะดังกล่าว เป็นผลสืบเนื่องมาจากการเข้าควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยจากเหตุคนร้ายเข้าโจมตี ชรบ.เสียชีวิต 15 ราย และบาดเจ็บ 5 ราย โดยผู้ถูกควบคุมตัว 1 คน ให้การยอมรับว่า ร่วมก่อเหตุจริง โดยก่อนเกิดเหตุได้ไปรวมตัวกันบริเวณหลังโรงเรียนพัฒนาอิสลามวิทยา (ปอเนาะลำใหม่) ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 1 กิโลเมตร เพื่อแจกจ่ายอาวุธปืน โดยมีนายสุดิน เจ๊ะแว อุซตาส โรงเรียนพัฒนาอิสลามวิทยา เป็นคนร่วมวางแผน อำนวยความสะดวก และทำหน้าที่ดูต้นทางก่อนเข้าโจมตี ชรบ. ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงได้เสริมกำลังเข้าควบคุมตัวอุซตาสคนดังกล่าวได้ที่บ้านพักหลังปอเนาะลำใหม่ เมื่อวันที่ 14 พ.ย.2562 เวลา 04.00 น.และนำไปควบคุมตัวเพื่อซักถามที่หน่วยซักถาม กรมทหารพรานที่ 43 ภายในค่ายอิงคยุทธบริหาร


นอกจากนี้ ขั้นตอนในการเข้าตรวจสอบภายหลังควบคุมตัวอุซตาส เจ้าหน้าที่ได้ขยายผลเข้าตรวจสอบภายในโรงเรียนพัฒนาอิสลามวิทยา เพื่อหาพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ทั้งนี้ ได้ร่วมกับกำลัง 3 ฝ่าย คือ ฝ่ายปกครอง ส่วนท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ตำรวจ และชุดนิติทยาศาสตร์ เข้าไปประสานกับนางรุสนีแมเราะ ผู้จัดการโรงเรียน และนายมะสบรี ฮารี ผู้อำนวยการโรงเรียน เพื่อแจ้งวัตถุประสงค์และขอความร่วมมือในการขอเข้าตรวจสอบหลักฐานที่อาจเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุ เนื่องจากอุซตาสที่ถูกควบคุมตัว เป็นครูสอนศาสนาในโรงเรียนดังกล่าว ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยมีบุคลากรของโรงเรียนเป็นผู้นำตรวจบริเวณห้องธุรการ บ้านพักครู 2 หลัง และที่พักนักเรียน 22 หลัง ซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังภายในเขตรั้วโรงเรียน


ผลตรวจพบความผิดปกติในการเบิกจ่ายงบประมาณ โดยไม่พบสิ่งผิดปกติภายในบ้านพัก แต่ได้ตรวจพบโสร่งมีรอยคล้ายเปื้อนเลือดตกอยู่ระหว่างบ้านพักครู 2 หลัง สอบถามไม่มีใครรับเป็นเจ้าของ เจ้าหน้าที่จึงได้จัดเก็บหลักฐานที่โสร่ง และขอตรวจ DNA อุซตาสที่เป็นเจ้าของบ้านเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ โดยทั้ง 2 คนคือ นายยูโส้ะ เด็นอะสัน และนายซูลกิฟลี ฮารี ได้ลงนามยินยอมให้ตรวจเป็นอย่างดี จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า เป็นเลือด แต่ยังระบุไม่ได้ว่าเป็นเลือดคน หรือเลือดสัตว์


โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ยังกล่าวอีกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงขอยืนยันว่า ไม่ใช่เป็นยางกล้วยตามที่นายมะสบรี ฮารี ผอ.โรงเรียนพัฒนาอิสลามวิทยา ได้ให้สัมภาษณ์สื่อไป ปัจจุบันเจ้าหน้าที่ได้ส่งหลักฐานดังกล่าวไปตรวจพิสูจน์ที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กทม. โดยจะทราบผลภายใน 1 สัปดาห์ ทั้งนี้ การเข้าตรวจสอบในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติด้วยความระมัดระวังเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อความรู้สึก โดยไม่ใช้กำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นดังที่เป็นข่าว ทั้งนี้ ได้ร่วมกับฝ่ายปกครอง ตำรวจ ส่วนท้องที่ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปประสานขอความร่วมมือ และแจ้งวัตถุประสงค์ให้ผู้อำนวยการโรงเรียนทราบล่วงหน้า และภายหลังได้รับอนุญาตแล้ว จึงได้แจ้งให้ชุดนิติวิทยาศาสตร์เข้าไปตรวจเก็บหลักฐานดังกล่าว โดยไม่ใช้อำนาจตามกฎหมายพิเศษที่มีอยู่เข้าไปข่มขู่ขู่เข็ญและคุกคามบุคลากรและนักเรียนแต่อย่างใด


จากเหตุผลและขั้นตอนการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าว เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติทุกขั้นตอนด้วยความระมัดระวัง และโปร่งใสภายใต้การรับรู้และมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้บริหาร และบุคลากรภายในโรงเรียนต่างก็รับรู้การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ทุกขั้นตอน ปัจจุบัน เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างดำเนินการด้านหลักฐานและไม่เคยสรุปว่า ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายใดๆ ในโรงเรียน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ไม่มีการตรวจเก็บ DNA นักเรียนจำนวน 500 คน หรือ 20-30 คน ตามที่ถูกนำเสนอข่าวผ่านสื่อไปแต่อย่างใด ดังนั้น จึงขอความร่วมมือสื่อมวลชนได้ระมัดระวังในการให้ข่าวและเสนอข่าวที่ถูกบิดเบือนไปจากข้อเท็จจริง เพราะอาจมีความผิดตามกฎหมาย


“ส่วนความคืบหน้าทางคดี ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้เร่งตรวจพิสูจน์หลักฐานต่างๆ ที่ตรวจยึดได้ในที่เกิดเหตุ ทั้งปลอกกระสุนปืน รอยเลือด และวัตถุพยานอื่นๆ รวมทั้งผลจากการซักถาม ทำให้สามารถระบุคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุได้แล้ว 2 คน นอกจากนี้ ยังสามารถระบุอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุได้แล้ว 1 กระบอก จากทั้งหมด 25 กระบอก ตรวจพบหลักฐาน DNA จากรอยเลือดและลายนิ้วมือแฝงของคนร้าย โดยสามารถยืนยันตัวบุคคลได้แล้ว 3 คน สรุปผลคืบหน้าในภาพรวม ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยทั้งหมด 17 คน ปล่อยกลับ 6 คน คงเหลือ 11 คน ให้การรับสารภาพ 1 คน และสามารถออกหมายจับ ป.วิอาญา ได้แล้ว 3 คน และหมาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 5 คน และจะเร่งรัดขยายผลติดตามจับกุมส่วนที่เหลือต่อไป” พ.อ.ปราโมทย์ กล่าวในที่สุด








Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...