xs
xsm
sm
md
lg

ผู้ว่าฯ นำพสกนิกรชาวสงขลาร่วมพิธีบำเพ็ญกุศล และกิจกรรมน้อมรำลึกใน “วันปิยมหาราช”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


 
ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - ผู้ว่าฯ นำพสกนิกรชาวสงขลาทุกหมู่เหล่าร่วมพิธีบำเพ็ญกุศล และกิจกรรมน้อมรำลึก เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว “วันปิยมหาราช”

วันนี้ (23 ต.ค.) นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วย นางกัญจนา เกลี้ยงเกลา นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสงขลา นำข้าราชการ ทหาร ตำรวจ รัฐวิสาหกิจ นักเรียน นักศึกษา ภาครัฐ ภาคเอกชน รวมทั้งพสกนิกรชาวสงขลาทุกภาคส่วนที่ต่างพร้อมใจสวมใส่เสื้อผ้าโทนสีชมพูนับพันคน ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศล และกิจกรรมน้อมรำลึก เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว “วันปิยมหาราช”

โดยในช่วงเช้าได้จัดให้มีพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระสงฆ์ จำนวน 57 รูป ณ ลานหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา หลังจากนั้น จัดให้มีพิธีวางพวงมาลา และถวายบังคม

ส่วนในช่วงบ่าย นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา จะนำจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาปรับภูมิทัศน์ ทำความสะอาดบริเวณเส้นทางรถไฟ และระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และน้อมรำลึก เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ บริเวณสถานีรถไฟเทพา อ.เทพา จ.สงขลา
 

 
ขณะที่ในช่วงเย็น เวลา 18.30 น. จัดให้มีพิธีจุดเทียน เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ณ ลานหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เช่นกัน

สำหรับ “วันปิยมหาราช” ตรงกับวันที่ 23 ตุลาคมของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องจากพระองค์ทรงเป็นที่รักใคร่อย่างล้นเหลือของพสกนิกรทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ พระองค์จึงได้รับการถวายพระราชสมัญญานามว่า “สมเด็จพระปิยมหาราช” หรือ “พระพุทธเจ้าหลวง” ซึ่งมีความหมายว่า “พระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชน”

ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ รัฐบาลจึงได้ประกาศให้วันที่ 23 ตุลาคมของทุกปี เป็น “วันปิยมหาราช” โดยพระราชกรณียกิจที่สำคัญคือ “การเลิกทาส” ทำให้ข้าทาสและไพร่ ในสมัยรัชกาลที่ 5 หลุดพ้นจากระบบดั้งเดิมได้กลายเป็นราษฎรสยาม และต่างมีโอกาสประกอบอาชีพที่หลากหลาย ยังความผาสุกมายังอาณาประชาราษฎร์ตราบจนทุกวันนี้
 








Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...