xs
xsm
sm
md
lg

อนุรักษ์หาดเจ้าไหม-เกาะลิบง พื้นที่ “มรดกอาเซียน” ลำดับที่ 5 ของประเทศไทย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


 
ตรัง - ผู้ว่าฯ จ.ตรัง จับมือภาคการศึกษา และภาคประชาชน เดินหน้ารณรงค์รักษาสิ่งแวดล้อม หลังจากอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม-เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง ได้รับการประกาศเป็น “มรดกอาเซียน” ลำดับที่ 5 ของประเทศไทย

นายลือชัย เจริญทรัพย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง กล่าวว่า ตามที่ในเวทีการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อม ครั้งที่ 15 ที่เมืองเสียมราฐ ราชอาณาจักรกัมพูชา เมื่อวันที่ 7-9 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยมีประเด็นสำคัญซึ่งเกี่ยวข้องกับประเทศไทย ได้แก่ การพิจารณารับรองพื้นที่คุ้มครองในภูมิภาคอาเซียน ให้เป็นอุทยานมรดกแห่งอาเซียน (ASEAN Heritage Park) ซึ่งที่ประชุมรัฐมนตรีอาเซียน มีมติเป็นเอกฉันท์รับรองให้อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม-เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง ได้รับการประกาศเป็นมรดกอาเซียน เป็นลำดับที่ 45 และถือเป็นมรดกอาเซียนในลำดับที่ 5 ของประเทศไทย

สำหรับอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม-เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง ประกอบด้วยระบบนิเวศ 3 ลักษณะ คือ แม่น้ำ ปากแม่น้ำ และชายฝั่ง ที่มีความหลากหลายของระบบนิเวศสูง ประกอบด้วย ป่าชายเลน แหล่งน้ำกร่อย ชายหาด หาดหิน แนวปะการัง เป็นแหล่งปะการังที่สมบูรณ์ แหล่งหญ้าทะเลผืนใหญ่เนื้อที่กว่า 18,000 ไร่ เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ทะเลหายาก ประเภท พะยูน เต่าทะเล และโลมา สัตว์ป่าที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ และเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยที่สำคัญของนกอย่างน้อย 212 ชนิด ชนิดที่หายาก และใกล้สูญพันธุ์ เช่น นกซ่อมทะเลอกแดง นกฟินฟุต นกหัวโตกินปู ทั้งนกอพยพ และนกประจำถิ่น และยังได้รับการประกาศให้เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ (Ramsar Site) ลำดับที่ 1,182 มีเนื้อที่รวม 414,456.25 ไร่ เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2545

ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง กล่าวว่า การที่อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม และเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง ได้รับการคัดเลือกเป็นมรดกอาเซียน เป็นสิ่งที่ประชาชนชาวตรังเกิดความภาคภูมิใจ โดยที่จังหวัดตรังเองได้พูดชัดเจนว่า การพัฒนาจังหวัดแม้ว่าจะเน้นด้านเศรษฐกิจ แต่ด้านสิ่งแวดล้อมจะต้องดูแลคู่ขนานกันไป ซึ่งการพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชน เกิดได้จากการใช้สิ่งแวดล้อมที่มีความเหมาะสม โดยอยู่ภายใต้กรอบของมรดกแห่งอาเซียน โดยทางจังหวัดจะต้องเริ่มต้นด้วยการสร้างการรับรู้ และสร้างความเข้าใจว่าสิ่งที่ได้มานั้นมีคุณค่าอย่างไร และจะนำไปต่อยอดได้อย่างไร โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงระบบนิเวศที่ขณะนี้หลายประเทศส่งเสริม ส่วนมูลค่าที่ได้จากการท่องเที่ยวในเชิงระบบนิเวศก็จะตามมา ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของจังหวัดอยู่แล้ว

ส่วนการดูแลรักษาความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่นั้น แบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ ทางจังหวัดได้มอบหมายให้หลายมหาวิทยาลัยมาทำงาน เช่น มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระนครเหนือ รวมทั้งสมาคมไร้คาร์บอน มาช่วยกันวางแผนดูแล ทั้งแหล่งหญ้าทะเล ต้องดูว่าความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างไร สิ่งแวดล้อมเปลี่ยนไปหรือเปล่า เช่น มีไมโครพลาสติก นาโนพลาสติกหรือไม่ ที่กระทบต่อระบบนิเวศทางทะเลหรือไม่ รวมทั้งจะมีการสร้างความมืร่วมใจในการดูแลสิ่งแวดล้อม การรณรงค์กำจัดขยะซึ่งต้องทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกคนช่วยกันอนุรักษ์เรื่องสิ่งแวดล้อมที่ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกอาเซียนอย่างเหมาะสม และสมบูรณ์
 


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...