xs
xsm
sm
md
lg

1 กระสุนเพื่อเปลี่ยนแปลงสังคม! จาก "สืบ นาคะเสถียร" ถึง "คณากร เพียรชนะ"

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

.
โดย.... ศูนย์ข่าวหาดใหญ่
.


 
ราวเที่ยงกว่าๆ ของวันที่ 4 ต.ค.2562 เสียงปืนดังลั่นห้องพิจารณาคดี 4 ชั้น 2 ของศาลจังหวัดยะลา ร่างของนายคณากร เพียรชนะ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดยะลา ล้มลงอยู่บนบัลลังก์ที่ผู้พิพากษาใช้นั่งพิจารณาคดี ท่ามกลางผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดียิง 5 ศพที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา ส่วนปืนที่เขาใช้ยิงตัวเองก็ตกอยู่ในบริเวณ
 
จากคำกล่าวอ้างของภรรยาของนายซูกรี มูเซะ จำเลยที่ 1 เล่าถึงวินาทีลั่นกระสุนว่า หลังจากที่ผู้พิพากษาอ่านคำพิพากษายกฟ้องเสร็จสิ้น ท่านได้หันหน้าไปทำความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์บนผนังด้านหลัง แล้วก็หันกลับมา ระหว่างนั้นได้ใช้อาวุธปืนจ่อที่หน้าอกตัวเอง ทุกคนที่อยู่ในห้องต่างตกใจ ส่วนเธอเองถึงขั้นต้องหลับตาลงในวินาทีนั้น เพราะกลัวจะเห็นภาพบาดความรู้สึก จากนั้นเสียงปืนก็ดังกึกก้อง เมื่อลืมตาก็เห็นร่างท่านผู้พิพากษาล้มลง แล้วเจ้าหน้าที่ก็ได้ช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาล
 
เสียงปืนในวันนั้นไม่ได้ดังอยู่เพียงในห้องพิจารณาคดีบนศาลจังหวัดยะลาเท่านั้น หากแต่ยังกัมปนาทก้องแผ่ขยายออกไปเรื่อยๆ จนสร้างความสั่นสะเทือนไปทั้งประเทศไทย และโดยเฉพาะบนแผ่นดินจังหวัดชายแดนภาคใต้จนเดี๋ยวนี้ก็ยังแว่วกังวาน
 
มีการเปรียบเทียบกันว่ากระสุนปืน 1 นัดที่ “คณากร เพียรชนะ” ลั่นไกหวังกระทำอัตวินิบาตกรรมตนเองเมื่อวันที่ 4 ต.ค.2562 เพื่อทวงคืนความยุติธรรม กับกระสุนปืน 1 นัดที่ “สืบ นาคะเสถียร” ลั่นไกสังหารตัวเองเมื่อวันที่ 1 ก.ย.2533 เพื่อปลุกกระแสอนุรักษ์ผืนป่านั้น เป็นเหตุการณ์ที่มีเป้าประสงค์ต่อสังคมไทยไม่ผิดแผกแตกต่างกัน
 

สำหรับกรณีการกระทำอัตวินิบาตกรรมของนายคณากร แม้จะไม่บรรลุผลและแพทย์ช่วยรักษาจนพ้นขีดอันตรายแล้วเวลานี้ แต่หลังเกิดเหตุข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องราวที่ผู้พิพากษาต้องลงทุนสังหารตัวเองก็พรั่งพรูออกมา โดยเฉพาะในเฟซบุ๊กส่วนตัวของนายคณากร ที่หลายคนตั้งข้อสงสัยกันว่า ทำไมจึงมีข้อมูลจำนวนหนึ่งถูกลบหลังเกิดเหตุได้ไม่นาน โดยเฉพาะคลิปที่ไลฟ์สดบนเฟซบุ๊ก
 
มีข้อมูลจากคนที่อยู่ในห้องพิจารณาคดีบอกเล่าว่า นายคณากร จ่อปืนยิงไปที่ราวนมตนเองขณะยังไลฟ์เฟซบุ๊กถ่ายทอดสู่สาธารณะแบบสดๆ เป็นไปได้ว่าหลังสิ้นเสียงปืนโทรศัพท์ของนายคณากร จึงไม่ได้ถูกล็อกไว้ ซึ่งในเฟซบุ๊กของนายคณากร ก็ระบุว่า ในเวลา 11.15 น. เขาจะไลฟ์สดเพื่อแจ้งให้ประชาชนทราบถึงการที่อธิบดีผู้พิพากษาภาค 9 แทรกแซงการพิพากษาคดี สั่งให้ลงโทษจำเลยทั้ง 5 ทั้งที่พยานหลักฐานไม่มีน้ำหนักว่าจำเลยทั้ง 5 กระทำความผิด
 
“ในสายตาของผมนะมันจะต้องได้พยานหลักฐานที่มีน้ำหนักชัดเจนพอลงโทษ เราลงโทษคนไปคนหนึ่ง ไม่ใช่แค่แต่คนนั้นถูกลงโทษนะ ครอบครัวของเขาก็จะต้องเหมือนกับถูกลงโทษไปด้วย เพราะฉะนั้นถ้าไม่มั่นใจจริงๆ เราก็อย่าไปลงโทษเขา แต่ผมไม่ได้ยืนยันนะว่าจำเลยทั้ง 5 ไม่ได้กระทำความผิดนะ เขาอาจจะกระทำความผิดก็ได้ แต่กระบวนการยุติธรรมจะต้องทำให้มันโปร่งใส ให้มันหนักแน่น ให้มันลงโทษคนได้ โดยที่ไม่มีใครมาเถียงเราได้ มาบอกเราได้ว่าเราไปลงโทษคนผิด หมายถึงลงโทษผิดคน”
 
นี่คือส่วนหนึ่งของไลฟ์สดที่ยังหลงเหลือและได้รับการเผยแพร่ไปทั่วทั้งโลกโซเชียล
 

 
นอกจากนี้ เฟซบุ๊กของนายคณากร ยังมีโพสต์เกี่ยวกับคำแถลงการณ์ จำนวน 25 หน้า ที่บอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดเกี่ยวกับคดีนี้ รวมทั้งคดีก่อนหน้านี้ที่ จ.ปัตตานี ออกไปสู่สายตาคนไทย โดยระบุถึงเหตุผลที่ยกฟ้องจำเลยทั้ง 5 คนว่า คดีนี้เขากับองค์คณะคือ นายขันติ ชัยสุวรรณ พิจารณาแล้วมีความเห็นว่า พยานหลักฐานของโจทก์ไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะลงโทษจำเลยทั้งห้าได้ ข้อเท็จจริงรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยทั้งห้าร่วมกันกระทำความผิดตามฟ้อง
 
นายคณากร ระบุไว้ด้วยว่า คดีนี้เป็นคดีฆาตกรรม ไม่ต่างจากคดีฆาตกรรมที่ภาคเหนือ ภาคอีสาน หรือภาคอื่นๆ คดีนี้ไม่ใช่คดีความมั่นคง ไม่ใช่คดีก่อการร้าย โจทก์ไม่ได้ฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดฐานก่อการร้ายหรือความผิดต่อความมั่นคง แต่พยานหลักฐานทั้งหมดกลับเกิดจากหรือมีขึ้นในขณะที่จำเลยทั้ง 5 ถูกควบคุมตัวอยู่ที่ศูนย์ซักถามเป็นเวลานาน ในฐานะผู้ต้องสงสัยตามกฎหมายพิเศษ เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 84 วรรคสี่ จึงมีความเห็นว่า พยานหลักฐานที่เกิดขึ้นระหว่างจำเลยถูกควบคุมตัวโดยกฎหมายพิเศษนั้นเป็นพยานหลักฐานที่ไม่ควรรับฟัง
 
ทั้งนี้ ในคืนเกิดเหตุพนักงานสอบสวนไม่ได้มาตรวจเก็บวัตถุพยานทันที แต่มีอาสาสมัครกู้ภัยเข้าไปเก็บพยานหลักฐานนำไปมอบให้พนักงานสอบสวน ดังนั้น วัตถุพยานดังกล่าวจึงมีพิรุธ ไม่มีน้ำหนักให้รับฟัง ส่วนคำซัดทอดของพยานบุคคลมีพิรุธต้องรับฟังอย่างระมัดระวัง โทรศัพท์มือถือของกลางที่โจทก์อ้างว่า พยานใช้ติดต่อเพื่อก่อเหตุ ก็ไม่ได้ยึดมาพร้อมกับการควบคุมตัวพยาน แต่ได้มาจากเล้าไก่ ซึ่งเป็นที่เปิดโล่ง ทั้งไม่ปรากฏว่าตรวจพบสารพันธุกรรมของพยาน อีกทั้งยังลงทะเบียนในชื่อคนอื่น

 
นอกจากนี้ พยานเบิกความว่า ขณะฆ่าผู้ตายทั้ง 5 คน ผู้ร่วมกระทำความผิดใช้อาวุธหลายชนิด มีการยิงต่อเนื่องหลายนัด แต่ในที่เกิดเหตุไม่พบปลอกกระสุนหรือหัวกระสุนตามจำนวนและชนิดที่พยานกล่าวอ้าง
 .
ส่วนที่สร้างความสะเทือนใจให้คนที่พบเห็นคำแถลงการณ์ของนายคณากรคือ ในหน้าสุดท้ายที่เขาเขียนฝากถึงประชาชนชาวไทยและผู้รักความยุติธรรมไว้แบบตอกย้ำถึง 3 ครั้ง 3 คราว่า...
 .
“คืนคำพิพากษาให้ผู้พิพากษา” กับ “คืนความยุติธรรมให้ประชาชน”
 .
ก่อนที่จะลงท้ายก่อนจบแกลงการณ์ไว้ว่า
 .
“คำแถลงของผมอาจมีน้ำหนักเบาบางเหมือนขนนก แต่หัวใจผู้พิพากษาหนักแน่นปานขุนเขา จึงมอบหัวใจชั่งบนตราชู ยืนยันคำแถลง ขอความสุขสวัสดีจงมีแด่ทุกท่าน”
 .
หลายคนพูดถึงเรื่องนี้อย่างกว้างขวาง ในโลกโซเชียลมีการแชร์ข้อมูลและเอกสารออกไปเผยแพร่ต่อจำนวนมาก แม้ว่าจะมีบางส่วนที่มองว่าการยิงตัวเองของนายคณากร เป็นการจัดฉากเพื่อหวังผลบางอย่าง โดยเป็นการร่วมมือกับพรรคอนาคตใหม่ แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังเชื่อว่าเกิดจากความอัดอั้นตันใจ และที่สำคัญต้องการส่งสารเรื่องการทวงคืนความยุติธรรมไปสู่สังคมไทย โดยนายคณากร ได้เขียนในช่วงหนึ่งของคำแถลงการณ์ไว้ว่า
 
“เหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นกับผมนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ขณะนี้เพื่อนๆ ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ทั่วประเทศก็ถูกกระทำไม่ต่างกับผม เจ็บช้ำระกำใจไม่ต่างกัน เพียงแต่พวกเขามีความอดทนสูงและเหตุการณ์อาจไม่รุนแรงเท่าที่ผมพบเจอ...
 
ในช่วงนี้เป็นช่วงวิกฤต ประชาชนเสื่อมศรัทธาในศาลยุติธรรมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เป็นเหตุให้ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นทั่วประเทศไม่ได้รับความเป็นธรรมทางด้านเกียรติภูมิ คือ ต้องรับกรรมที่พวกเขาไม่ได้เป็นผู้ก่อ...
 
สิ่งที่ผมทำลงไปในวันนี้ ผมทำเพื่อศาลยุติธรรม ทำเพื่อประเทศชาติและประชาชน ดังคำถวายสัตย์ที่ให้ต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ผ่านมาจนบัดนี้ 17 ปี ยังจำพระราชดำรัชโดยสรุปได้ว่า ให้เป็นคนดีที่ไว้ใจได้ ให้เป็นคนดีที่พึ่งพาได้ ผมเข้าใจโดยส่วนตัวว่า หมายถึงการเป็นผู้พิพากษาที่ดีนั้นยังไม่เพียงพอ ต้องเป็นผู้พิพากษาที่ดีที่ประชาชนไว้วางใจได้ และเป็นผู้พิพากษาที่ดีที่ประชาชนพึ่งพาได้ด้วย
 

 
กว่า 29 ปีผ่านมาแล้วที่ “สืบ นาคะเสถียร” อดีตหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี เขากระทำอัตวินิบาตกรรมเป็นผลสำเร็จ จนสามารถสร้างความสั่นสะเทือนให้แก่สังคมไทยอย่างใหญ่หลวง ซึ่งก็บรรลุผล จนวันนี้ก็ยังเป็นที่ยอมรับกันถ้วนทั่วว่า “เป็นการจากไปที่ไม่สูญเปล่า”
.
มีจดหมายที่ “สืบ นาคะเสถียร” เขียนลงบนกระดาษบันทึกข้อความของหลวงทิ้งไว้ให้สังคมความว่า...
 .
“ผมมีเจตนาที่จะฆ่าตัวเอง โดยไม่มีผู้ใดเกี่ยวข้องในกรณีนี้ทั้งสิ้น”
 .
ระยะเวลาเพียง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมาที่ “คณากร เพียรชนะ” ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดยะลา แม้มีความมุ่งมั่นตั้งใจในการกระทำอัตวินิบาตกรรมตนเอง แต่สุดท้ายกลับยังไม่บรรลุผล เพราะถูกส่งถึงมือแพทย์รับการรักษาจนพ้นขีดอันตรายมาแล้ว ซึ่งเวลานี้เรื่องราวอันเป็นข่าวครึกโครมยังดำเนินการไปไม่ถึงจุดที่จะชี้ได้ว่า สิ่งที่เขาฝากไว้ให้สังคมไทยคือการ “คืนคำพิพากษาให้ผู้พิพากษา” กับ “คืนความยุติธรรมให้ประชาชน” จะดำเนินไปในทิศทางไหน
 .
อย่างไรก็ตาม มีข้อความส่วนหนึ่งในคำแถลงการณ์ของ “คณากร เพียรชนะ” เขียนไว้บนกระดาษหัวตราครุฑทิ้งไว้ให้สังคมไทยต้องขบคิดกันต่อว่า...
 .
“ในวันนี้หากผมทำตามคำสั่งอธิบดี ผมย่อมไม่ใช่ผู้พิพากษาที่ดี คือไม่ยึดมั่นในความยุติธรรม ประชานย่อมไม่ได้รับความเป็นธรรม ต่อไปประชาชนก็จะไม่ไว้วางใจ ทั้งไม่สามารถเป็นที่พึ่งในการให้ความยุติธรรมแก่ประชาชน เท่ากับผมไม่ทำตามคำถวายสัตย์ ซึ่งผมยอมตายเสียดีกว่าที่จะอยู่อย่างไร้เกียรติเช่นนั้น”
.
“ตายเสียดีกว่าที่จะอยู่อย่างไร้เกียรติ”
 
 


กำลังโหลดความคิดเห็น