xs
xsm
sm
md
lg

“อัยเยอร์เวง” ในอ้อมกอดแห่งรัก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


 
เรื่องโดย... ชุมศักดิ์ นรารัตน์วงศ์  /  ภาพโดย... ปราณชลี, ไกรกร แซ่ลก, fb อารี หนูชูสุข
  
ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง
 
จากชุมชนเล็กๆ ที่ดูเหมือนไม่มีอะไรโดดเด่น ประกอบกับเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ที่ถูกมองว่า “อันตราย” ในห้วงเกิดสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำให้ “อัยเยอร์เวง” ถูกมองข้าม ถูกละเลยมานาน
 
ตราบกระทั่งวันหนึ่งเหมือนทุกอย่างเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง “อัยเยอร์เวง” ถูกปลุกให้ตื่นด้วยปัจจัยหลายหลาก ทั้งต้นทุน “ทรัพยากรบุคคล” และ “แหล่งท่องเที่ยว” ทั้งทางธรรมชาติและเชิงประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะการจุดประกาย “ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง” กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญการท่องเที่ยว และยังไม่มีทีท่าว่าจะสร่างซา แถมมีแต่จะเพิ่มปริมาณความนิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งในและนอกพื้นที่ชายแดนใต้ รวมถึงนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ
 
กรณี “อัยเยอร์เวงโมเดล” ก่อให้เกิดปรากฏการณ์ที่มี “นัยสำคัญ” ต่อทิศทางการท่องเที่ยวในพื้นที่ชายแดนใต้ทั้งระบบ และส่งผลต่อเนื่องถึงปัจจัยอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านสังคม เศรษฐกิจ หรือความมั่นคง
 
ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง
 
“บ้านป่าฮาลา สายน้ำปัตตานี น้ำตกมากมี บ่อน้ำร้อนนากอ” “ทะเลสาบภูเขา ทะเลหมอกแดนใต้ ผักน้ำสมุนไพร ซาไกดั่งเดิม” คือคำขวัญประจำตำบลอัยเยอร์เวง บ่งบอกถึงความสมบูรณ์ในแหล่งทรัพยากรธรรมชาติด้านการท่องเที่ยว
 .
โดยเฉพาะ “ฮาลา-บาลา” ป่าสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในทวีปเอเชีย ซึ่งนับเป็นความภูมิใจของชาวตำบลอัยเยอร์เวง และชาวจังหวัดยะลา
 .
ในทางการเมืองการปกครอง ตำบลอัยเยอร์เวง แบ่งเป็น 11 หมู่บ้าน มีพื้นที่ทั้งสิ้น 818.72 ตารางกิโลเมตร ประชากรรวม 11,400 คน มีชายแดนติดประเทศมาเลเซียทั้งทิศตะวันออกและทิศตะวันตก ทิศตะวันออกจดอำเภอฮูลูเปรัก (กริ๊ก) รัฐเปรัก ประเทศมาเลเซีย และทิศตะวันตก จดอำเภอบาลิ่งรัฐเกดะห์ ประเทศมาเลเซีย
 
ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง
 
ระหว่างปี 2542-2546 องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) อัยเยอร์เวง ทำการสำรวจบุกเบิก จัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ หนึ่งในโครงการพัฒนาคือ “จุดชมทะเลหมอกไมโครเวฟฯ” หรือ “จุดชมทะเลหมอกอัยเยอร์เวง” ซึ่งเดิมชาวบ้านเรียกว่า “บูเก๊ะเฉง” หรือ “ภูเขาเจ๊ง” เพราะกว่าจะเดินทางถึงก็หมดแรง ต้องทิ้งข้าวของจึงจะไปต่อได้
 
ต่อมา เมื่อ อบต.อัยเยอร์เวง มีการสำรวจบุกเบิกอย่างเป็นทางการ จึงได้ตั้งชื่อเป็น “เขาไมโครฯ” เพื่อให้เป็นสากลจดจำได้ง่าย ท้ายที่สุดกลายเป็น “จุดชมทะเลหมอกอัยเยอร์เวง” เพราะต้องการประชาสัมพันธ์ตำบลอัยเยอร์เวงให้เป็นที่รู้จักในสังคมไทย
 
กระทั่งปี 2557 อบต.อัยเยอร์เวง จึงว่าจ้าง อ.อุสมาน เจ๊ะซู อาจารย์แผนกสถาปัตย์ วิทยาลัยเทคนิคยะลา เขียนแบบโครงการและได้รับการบรรจุเข้าในยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวเชิงนิเวศของจังหวัดยะลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นยุคสังคมออนไลน์ ทำให้กระแสทะเลหมอกอัยเยอร์เวงเป็นที่รู้จักในฐานะ “แหล่งท่องเที่ยวอันซีน” อย่างรวดเร็ว
 
ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง
 
จึงเป็นที่มาที่ อบต.อัยเยอร์เวง ได้เสนอโครงการพร้อมแบบแปลนสมบูรณ์ เพื่อขออนุมัติงบประมาณจากกลุ่มจังหวัดชายแดนภาคใต้ วงเงินงบประมาณ 5 ล้าน (ปีงบประมาณ 2558) โครงการดังกล่าวได้รับการอนุมัติงบประมาณตามเป้าหมาย ตามด้วยโครงการพัฒนาซ่อมแซมแหล่งท่องเที่ยวน้ำตกเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ทั้ง 2 โครงการล้วนอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนเบตง ในความรับผิดชอบของ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดยะลา
 
ด้วยเหตุผลที่กล่าวถึงข้างต้น ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลาจึงมอบหมายให้สำนักงานทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมจังหวัดยะลา เป็นผู้รับผิดชอบในการทำสัญญาก่อสร้างตามแบบแปลนโครงการของ อบต.อัยเยอร์เวง ตามระเบียบพัสดุแทนสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดยะลา
 
ช่วงเวลาปลายปี 2557 ตั้งแต่ตุลาคม-ธันวาคม 2557 นักท่องเที่ยวเริ่มชักชวนกันมาท่องเที่ยวจำนวนมากขึ้น ทำให้เกิดปัญหาการบริหารจัดการตามมา โดยเฉพาะระบบการจัดการขยะ ความสะอาด ระบบจราจร การจำหน่ายอาหาร และระบบรักษาความปลอดภัย อบต.อัยเยอร์เวง โดยสภาสันติสุขตำบลอัยเยอร์เวง จึงประชุมเพื่อป้องกันเหตุการณ์อันไม่พึงประสงค์ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ และทำให้กระทบต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว
 
ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง
 
หลังจุดชมทะเลหมอกได้รับการพัฒนาในปี 2558 กระแสหลั่งไหลของนักท่องเที่ยวที่มาท่องเที่ยวในตำบลอัยเยอร์เวง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา เพิ่มมากขึ้นเป็นประวัติการณ์ จากสถิติของเจ้าหน้าที่อาสาสมัครช่วยเหลือนักท่องเที่ยวทะเลหมอก ที่ได้ทำการบันทึกไว้ตั้งแต่เดือนมกราคม-กันยายน 2559 มีปริมาณนักท่องเที่ยวมาเยือนทะเลหมอกกว่า 180,000 คน คำนวณรายได้ขั้นต่ำจากการจาหน่ายอาหารเช้า จำหน่ายของที่ระลึก เช่ารถ บริการนำเที่ยว ล่องแก่งล้อยาง ล่องแก่งแคนนูคายัคที่มีรวมมากกว่า 150 ลำ อยู่ระหว่าง 18-24 ล้านบาท
 
นับเป็นผลประโยชน์ด้านเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นโดยตรงต่อประชาชนในพื้นที่ ส่งผลให้เกิดความเชื่อมั่นในด้านความปลอดภัย อันเป็นปัญหาด้านความมั่นคง ในภาพรวมของอำเภอเบตง จังหวัดยะลา 
 
สิ่งที่น่าสนใจติดตามคือ การที่ อบต.อัยเยอร์เวง ได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนา มีเป้าหมายให้ตำบลอัยเยอร์เวงเป็นแหล่งเรียนรู้ศึกษาธรรมชาติ ควบคู่กับการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศในระดับภูมิภาคอาเซียน ภายใต้ความร่วมมือกับสำนักงานทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมจังหวัดยะลา สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 13 สาขานราธิวาส และสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดยะลา โดยจัดจ้างออกแบบโครงการพัฒนาศูนย์เรียนรู้ธรรมชาติและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศจุดชมวิวทะเลหมอกตำบลอัยเยอร์เวง
 
ทะเลสาบบางลาง
 
ตั้งเป้าไว้ว่าจะมีโครงการก่อสร้าง “สกายวอล์ก” จุดชมวิวทะเลหมอก 
 .
เพื่อให้เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญที่จะสามารถผลักดันให้ศูนย์การเรียนรู้ธรรมชาติและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศได้รับความสนใจผู้คนในระดับอาเซียน เกิดผลสัมฤทธิ์ในเชิงอนุรักษ์ทรัพยากรและป่าไม้ ควบคู่ไปกับการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ที่สามารถเสริมสร้างความมั่นคงทางสังคม มั่งคั่งทางเศรษฐกิจใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างยั่งยืน
 
ในที่สุด สำนักงานทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมจังหวัดยะลาได้เสนอ “โครงการก่อสร้างสกายวอล์กจุดชมวิวทะเลหมอกอัยเยอร์เวง” เป็นระเบียงกระจกยาวที่สุดในโลก ตามแบบที่ อบต.อัยเยอร์เวงได้ศึกษาออกแบบ เพื่อให้สอดคล้องตามนโยบายสามเหลี่ยมเศรษฐกิจ “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ของรัฐบาล
 
สนามบินเบตงที่กำลังเร่งก่อสร้าง
 
มีวัตถุประสงค์เพื่อก่อสร้างสกายวอล์กสำหรับไว้บริการนักท่องเที่ยว และสังเกตการณ์สภาพนิเวศของป่าในพื้นที่ ให้มีศูนย์เรียนรู้ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในจังหวัดยะลา และระดับภูมิภาค ส่งเสริมอาชีพและกระจายรายได้ของประชาชนใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ส่งเสริมศักยภาพการท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัดชายแดนใต้ และเพื่อส่งเสริมบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติของท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์สูงสุด
 
ถึงเวลานี้โครงการก่อสร้างระเบียงกระจกชมวิว (สกายวอล์ก) อยู่ในขั้นดำเนินการก่อสร้างหลังได้รับอนุมัติงบ สถานที่ดำเนินการคือ หมู่ที่ 4 บ้านธารมะลิ หมู่ที่ 3 บ้าน กม.36 และ หมู่ที่ 6 บ้าน กม.38 ต.อัยเยอร์เวง ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อระหว่างหมู่บ้าน รวมงบประมาณ 91,000,000 บาท ผ่านความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก
 
คาดว่าต่อไปผลจะได้รับคือ การเกิดศูนย์เรียนรู้ศึกษาดูงานธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ได้มาตรฐานในจังหวัดยะลา สามารถรองรับการศึกษาดูงานขั้นต่ำวันละ 3,000 คน ประชาชนมีความตระหนักถึงประโยชน์ส่วนรวม และร่วมมือในการปกป้องรักษาทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่มากยิ่งขึ้น เกิดการกระจายรายได้ในระดับพื้นที่ในธุรกิจแขนงต่างๆ ทั้งอาหาร เสื้อผ้า ของที่ระลึก รถเช่า รถรับจ้าง ฝากรถ ล่องแก่ง แพยาง แพโดนัท โฮมสเตย์ เต็นท์ ที่พัก 300 ห้อง การขายผลิตภัณฑ์ชุมชน
 
านจุฬาภรณ์พัฒนา 10 หมู่บ้านของอดีตสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์มลายา (พคม.)
 
คาดกันว่าจำนวนนักท่องเที่ยวอำเภอเบตงจะเพิ่มขึ้นจาก 400,000 คนต่อปี เป็น 1,000,000 คนต่อปี ภายในปี พ.ศ.2562 เกิดการกระจายรายได้ไปในพื้นที่ใกล้เคียง ได้แก่ แรงงานในการก่อสร้าง ธุรกิจที่พัก โรงแรม สถานบันเทิง บริษัททัวร์ ภัตตาคาร ร้านอาหาร และระบบโลจิสติกส์ ส่วนราชการในอำเภอเบตง สามารถเก็บค่าธรรมเนียมภาษีต่างๆ มากขึ้น
 
มีการรวมตัวของชุมชนในการประกอบธุรกิจและกิจกรรมมากยิ่งขึ้น ทำให้ชุมชนเข้มแข็ง ส่งผลให้เกิดความมั่นคงในท้องถิ่น ชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เป็นผลให้การพัฒนาด้านต่างๆ เช่น การศึกษา การสาธารณสุข การเมืองท้องถิ่น การนันทนาการ ดำเนินงานเกิดประสิทธิผลมากขึ้น ทำให้ศักยภาพการท่องเที่ยวของจังหวัดยะลาและอำเภอเบตงมีมากขึ้น 
 .
และที่สำคัญจะเป็นรูปแบบและกระแสในการพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่อื่นๆ ได้เป็นอย่างดี 
 
านจุฬาภรณ์พัฒนา 10 หมู่บ้านของอดีตสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์มลายา (พคม.)
 
ทั้งนี้ ในส่วนดัชนีชี้วัดมีการประมาณการรายได้ของผู้ได้ผลประโยชน์โดยตรงจากโครงการ ผลการศึกษาวิเคราะห์ข้อมูล จำนวนนักท่องเที่ยวที่คาดว่าจะมาใช้บริการ จำนวนห้องพักของที่พักในโครงการและนอกโครงการ และรายได้ที่คาดว่าจะได้รับ
 
แผนการพัฒนาระยะที่ 1 ปี 2561-2565 ระยะการพัฒนา 5 ปี จำนวนนักท่องเที่ยวที่คาดว่าจะมาใช้บริการเฉลี่ย 670,100 คน/ปี ครอบคลุมทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทั้งไป-กลับ หรือค้างคืน รายได้เฉลี่ยจากการท่องเที่ยวนักท่องเที่ยวชาวไทย 163,800,000 บาท/ปี นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ 124,100,000 บาท/ปี รวม 287,900,000 บาท/ปี ซึ่งตัวเลขนี้เฉพาะนักท่องเที่ยวทะเลหมอก ไม่รวมที่เที่ยวเบตงแต่ไม่ไปเที่ยวทะเลหมอก
 
ตามเป้าหมายแล้ว ประมาณกลางปี 2563 การก่อสร้างสกายวอล์กจะแล้วเสร็จ พร้อมเปิดให้บริการพร้อมกับ “สนามบินเบตง”
  
โอรังอัสรีที่บ้านนากอ ต.อัยเยอร์เวง อ.เบตง จ.ยะลา
 
เมื่อผนวกรวมกับจุดเด่นของตำบลอัยเยอร์เวง ทั้งการย้อนรอยประวัติศาสตร์มีชีวิตกับ วิถีอัสรีบ้านนากอ-อัยเยอร์เวง ซึ่งทางศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) มีโครงการจะจัดสร้าง พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งโอรังอัสลี จุดเด่นของชุมชน ซึ่งเป็นอดีตสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์มลายา (พคม.) “ไม้ใหญ่เรื่องเล่าและชีวิต”บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 10 หรือเรื่องอาหารการกิน เช่น “พลวงชมพู” ปลาธรรมดา ทว่าราคาหลักพัน-หมื่นบาท
 
สิ่งเหล่านี้จะเสริมส่งให้ “อัยเยอร์เวง” ในอ้อมกอดแห่งรัก มีความโดดเด่นสมบูรณ์พร้อมสำหรับรองรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกสารทิศ 
 
กลายเป็นปรากฏการณ์หนึ่งสะท้อนแง่มุมสวยงามในพื้นที่ที่สอดรับกันได้เป็นอย่างดี สอดรับกับที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนราธิวาส (ททท.สำนักงานนราธิวาส) พยายามให้การส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวผ่านโครงการ “เที่ยวไทยเท่ที่เบตง” ภายใต้ Amazing ไทยเท่ สถานที่เที่ยวในเบตง รวมถึงอีกหลายหน่วยงาน หลากหลายองค์กร ชุมชน บุคคล ที่ต่างทุ่มเทให้แก่ “อัยเยอร์เวง-เบตง” ตลอดมา
 
แบบสกายวอล์กอัยเยอร์เวง
แบบสกายวอล์กอัยเยอร์เวง


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...