xs
xsm
sm
md
lg

“ลุงสมยศ-ป้าดวงใจ” สองสามีภรรยาสืบทอดอาชีพดั้งเดิมแต่โบราณ ทำน้ำตาลปีบจากเกสรมะพร้าว สร้างรายได้งาม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ชุมพร - “ลุงสมยศ-ป้าดวงใจ” สองสามีภรรยาแห่งอำเภอสวี จ.ชุมพร ผู้สืบทอดอาชีพดั้งเดิมมาแต่โบราณ นำน้ำหวานจากเกสรมะพร้าวมาแปรรูปทำด้วยมือจนกลายเป็น “น้ำตาลปีบ” ส่งขายจนมีรายได้งาม หาดูได้ยากในยุคสมัยปัจจุบัน และอีกไม่นานอาชีพนี้อาจหายไปจากประเทศไทย เพราะไม่มีลูกหลานคนรุ่นใหม่มาต่อยอดสืบทอดทำอาชีพนี้อีกต่อไปแล้ว

ทุกๆ ตอนเช้า นายสมยศ รอดมี อายุ 58 ปี และนางดวงใจ รอดมี อายุ 62 ปี สองสามีภรรยา อยู่บ้านเลขที่ 12 หมู่ 5 ต.ท่าหิน อ.สวี จ.ชุมพร จะช่วยกันเก็บน้ำหวานที่ได้จากน้ำของช่อเกสรดอกมะพร้าว หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “งวง” หรือ “จั่น” โดยคุณลุงสมยศ จะใช้ลำต้นไม้ไผ่ทำเป็นบันได หรือที่คนใต้เรียกว่า “โองไม้ไผ่” สำหรับปีนขึ้นไปบนยอดมะพร้าวเพื่อเก็บกระบอกที่ใช้รองรับน้ำหวานจากงวง หรือจั่น ซึ่งเป็นเกสรดอกมะพร้าวที่หยดลงมาเกือบเต็มกระบอกเพื่อนำลงมาแปรรูปเป็น “น้ำตาลมะพร้าว” หรือ “น้ำตาลปีบ”

จากนั้นในช่วงเย็นก็จะขึ้นไปบนยอดมะพร้าวอีกรอบ เพื่อใช้มีดปาดปลายงวงหรือจั่นเกสรแล้วเอากระบอกมัดไว้กับจั่นเพื่อรองรับน้ำหวานแล้วรุ่งเช้าก็จะปืนขึ้นไปบนยอดมะพร้าวทำวนเวียนแบบเดิมเป็นประจำทุกวันๆ ละประมาณ 25 ต้น ตามกำลังที่สองสามีภรรยาจะทำได้ ซึ่งในแต่ละวันคุณลุงสมยศ จะเก็บน้ำหวานได้ประมาณ 40 ลิตร

สำหรับขั้นตอนในการทำน้ำตาลมะพร้าว หรือน้ำตาลปีบก็ไม่ได้ยุ่งยากมากนัก โดยขั้นตอนแรกเอาน้ำหวานจากเกสรมะพร้าวที่กรองแล้วใส่ลงในกระทะบนเตาถ่านขนาดใหญ่ที่ทำขึ้นมาเองสามารถวางกระทะเรียงกันได้ 3 ใบ ใช้เคี่ยวน้ำตาลได้พร้อมๆ กัน ใช้ไม้ฟืนและเปลือกมะพร้าวเป็นเชื้อเพลิงทำความร้อน รอจนกระทั่งน้ำหวานในกระทะเริ่มเดือด จากนั้นจะเอาอุปกรณ์ทรงกลมเป็นสเตนเลสทนความร้อน สูงประมาณ 50 เซนติเมตร มาวางครอบลงบนกระทะที่เคี่ยวน้ำหวานมะพร้าว แล้วนำตะแกรงสานด้วยไม้ไผ่ทรงกลมสูงพอประมาณ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “ครอม” ใส่ครอบไว้ในสเตนเลสอีกชั้น เพื่อป้องกันน้ำหวานเมื่อถูกความร้อนแล้วจะเดือดจนเกิดเป็นฟองขึ้นสูงไม่ให้ล้นออกมานอกระทะ

เมื่อเคี่ยวน้ำหวานเกสรมะพร้าวเหนียวข้นใกล้เป็นน้ำตาล จากนั้นเอาน้ำหวานที่เคี่ยวพร้อมกันจากในกระทะที่ 2 และกระทะที่ 3 มาเทรวมไว้ในกระทะที่ 1 เพื่อให้อยู่ในกระทะเดียวกัน ใช้เวลาเคี่ยวอีกประมาณ 2 ชั่วโมง จนน้ำหวานมะพร้าวเหนียวข้นเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้ม จากนั้นยกกระทะลงจากเตาแล้วนำมาวางด้านล่างเพื่อใช้เครื่องกลใบพัดหมุนตีซึ่งลุงสมยศ ประดิษฐ์คิดค้นขึ้นมาเองปั่นตีจนน้ำตาลเหนียวและเริ่มแห้งซึ่งขั้นตอนนี้จะใช้เวลาประมาณ 15 นาที จากเดิมสมัยโบราณจะต้องใช้ไม้พายช่วยกันคนนานหลายชั่วโมง จากนั้นก็ตักน้ำตาลใส่ปีบไว้ตักช่างกิโลส่งขายให้ลูกค้าที่สั่งจองกันเข้ามาจำนวนมาก ทั้งหมดเป็นขั้นตอนการผลิตน้ำตาลจากน้ำหวานเกสรมะพร้าวจนกลายเป็นน้ำตาลปีบ ตามที่ชาวบ้านทั่วไปเรียกขานกัน

ลุงสมยศ รอดมี วัย 58 ปี เปิดเผยว่า ตนเองประกอบอาชีพทำน้ำตาลมะพร้าว หรือน้ำตาลปีบ ขายมานานกว่า 21 ปีแล้ว ปัจจุบันมีสวนผสมปลูกปาล์มน้ำมันกับมะพร้าว จำนวน 15 ไร่ ใช้มะพร้าว จำนวน 25 ต้น สำหรับทำน้ำตาลมะพร้าว เพราะตนและภรรยามีกำลังทำได้เพียงวันละเท่านี้ หากคิดเฉลี่ยน้ำตาลมะพร้าว จำนวน 5 ลิตร ก็จะได้น้ำตาลปีบ 1 กิโลกรัม แต่ละวันตนเก็บเกี่ยวน้ำตาลมะพร้าวได้ประมาณ 40 ลิตร แล้วจะเก็บน้ำหวานสะสมไว้เป็นเวลา 3 วัน เพื่อรวมกันให้ได้ 120 ลิตร แล้วนำมาเคี่ยวทำเป็นน้ำตาลปีบขายได้ 24 กิโลกรัม ในราคากิโลกรัมละ 60 บาท ซึ่งจะเป็นน้ำตาลมะพร้าว 100% ไม่มีส่วนผสมใดๆทั้งสิ้น ปัจจุบันผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค แต่ตนมีกำลังทำได้เพียงเท่านี้

คุณลุงสมยศ ยังกล่าวว่า ปัจจุบันนี้อาชีพการทำน้ำตาลมะพร้าวหรือน้ำตาลปีบจะไม่มีให้เห็นอีกแล้ว ด้วยพื้นที่ปลูกมะพร้าวส่วนใหญ่ถูกเปลี่ยนสภาพไปเป็นโรงงาน อาคารพาณิชย์ และปลูกพืชเศรษฐกิจ เช่น ทุเรียน ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และพืชเศรษฐกิจอื่นๆ ส่งผลให้พื้นที่ในการปลูกมะพร้าวน้อยลงอย่างมาก และอีกทั้งคนรุ่นใหม่ไม่ให้ความสนใจในการสืบทอดอาชีพการทำน้ำตาลมะพร้าวอีกแล้ว จึงนับวันที่อาชีพนี้จะสูญหายไป

หากใครสนใจในการทำน้ำตาลมะพร้าวสามารถติดต่อคุณลุงสมยศ และคุณป้าดวงใจ ได้ที่เบอร์ 06-5354-1213


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...