xs
xsm
sm
md
lg

นักธุรกิจหนุ่ม “จินต์ สถาพรสถิตย์สุข” คนให้กำเนิด “น้องจุ้ง” เด็กน้อยในร่างกุ้งมังกร “มาสคอตภูเก็ต”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ศูนย์ข่าวภูเก็ต - นักธุรกิจหนุ่ม “จินต์ สถาพรสถิตย์สุข” คนให้กำเนิด “น้องจุ้ง” เด็กน้อยในร่างกุ้งมังกร “มาสคอตภูเก็ต” หนุ่มกรุงเทพฯ ที่มาหลงรักภูเก็ต เจ้าของบริษัท “ไทยเวโตร” แบรนด์ เครื่องประดับผลิตจากวัสดุแก้ว แฮนด์คราฟ




หลังจาก “น้องจุ้ง” เด็กน้อยในร่างกุ้งมังกร ได้รับเลือกให้เป็น “มาสคอตภูเก็ต” เพื่อเป็นตัวแทนภาพลักษณ์ประชาสัมพันธ์ พร้อมต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองที่เข้ามายังจังหวัดภูเก็ต ซึ่งทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต และพันธมิตรภาคเอกชนจัดให้มีการประกวดขึ้น โดยมีจำนวนผู้ส่งผลงานเข้าประกวดมากถึง 200 ผลงาน

วันนี้ได้เวลามาทำความรู้จักกับ “จินต์ สถาพรสถิตย์สุข” คนทำคลอด “น้องจุ้ง” มาสคอตภูเก็ต และความเป็นมากว่าจะเกิดออกมาเป็น “น้องจุ้ง” เด็กน้อยในร่างกุ้งมังกร ซึ่งสื่อความหมายออกมาเป็นเด็กเอิดๆ (ซนๆ) กินจุ ชอบสำรวจ เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ทั้งของกินอร่อย กิจกรรมมันส์ และวิวสวยๆ ตั้งใจจะไปให้ครบทุกมุมในภูเก็ต เพื่อนซี้ คือ น้องวุ้นดำ ซึ่งเป็นเม่นทะเลที่พูดไม่ชัด จะเรียกกุ้ง เป็นจุ้ง ทำให้ใครก็เรียกติดปากตามกันมา “น้องจุ้งมังกร”

“จินต์ สถาพรสถิตย์สุข” พื้นเพเดิมเป็นคนกรุงเทพมหานคร เรียนจบมาทางด้าน โปรดักต์ดีไซน์ หรือการออกแบบผลิตภัณฑ์ แต่มาใช้ชีวิตและทำธุรกิจอยู่ที่จังหวัดภูเก็ต และจังหวัดพังงา ซึ่งหลังจากเรียนจบ ได้แต่งงานกับภรรยาซึ่งเป็นชาวพังงา จึงตัดสินใจมาทำธุรกิจในนามบริษัท THAIVETRO (ไทยเวโตร) ซึ่งเป็นบริษัทผลิตเครื่องประดับจากแก้ว แฮนด์คราฟ ที่มีการส่งออกไปขายมากถึง 30 ประเทศ วางจำหน่ายกว่า 60 เมืองทั่วโลก ด้วยดีไซน์โดดเด่น แตกต่าง บอกเล่าเรื่องราวผ่านสินค้า รวมทั้งเป็นเจ้าของร้านไอศครีมโฮมเมด บริเวณถนนเยาวราช ย่านเมืองเก่าภูเก็ต ที่มีไอศกรีมทำเองนำเสนอให้แก่ลูกค้ามากกว่า 60 เมนู มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มความประทับใจให้ผู้มาเยือนย่านเมืองเก่า เมืองที่มีตำนานของภูเก็ต ผ่านทางไอศกรีม ภายใต้ชื่อ Thaivetro Ice Cream and Glass Jewelry

“จินต์ สถาพรสถิตย์สุข” กล่าวถึงความเป็นมาของการกำเนิด “น้องจุ้ง” ว่า กว่าจะมาเป็น “น้องจุ้ง” มาสคอตภูเก็ตได้นั้น เขาเองต้องใช้เวลาในการออกแบบนานพอสมควร และเป็นการออกแบบในภาวะที่กดดัน เนื่องจากเวลาที่บีบคั้นในการส่งผลงานเข้าประกวด ในช่วงที่ทำงานคิดว่าไม่น่าจะส่งผลงานได้ทันการประกวดแล้ว แต่สุดท้ายด้วยความที่ตั้งใจ และมีเป้าหมายที่อยากจะให้ภูเก็ตมี มาสคอต สำหรับช่วยประชาสัมพันธ์ในเรื่องของการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต รวมทั้งการประชาสัมพันธ์ด้านอื่น จึงอยากส่ง “น้องจุ้ง” เข้าไปเป็นหนึ่งในตัวเลือกจากผลงานที่เชื่อว่ามีหลายๆ คนส่งเข้าไปประกวด จึงฮคดสู้ขึ้นมาและตั้งใจออกแบบเก็บรายละเอียดจนงานออกมาเป็นที่น่าพอใจและตัดสินใจส่งเข้าประกวด

ประกอบกับจากการไปร่วมงานในต่างประเทศหลายประเทศ พบการดึง มาสคอต มาช่วยประชาสัมพันธ์ให้เมือง โปรโมตสินค้าให้เมืองต่างๆ ทำให้เมืองมีความน่าสนใจและสามารถเพิ่มมูลค่าให้แก่เมืองได้ เช่น “คุมะมง” มาสคอตหมีของญี่ปุ่น จึงคิดว่าภูเก็ตน่าจะถึงเวลาที่จะมีมาสคอตเพื่อประชาสัมพันธ์ภูเก็ตแล้ว ซึ่งคิดเรื่องนี้ไว้นานแล้วและคิดว่าอยากออกแบบมาสคอตให้ภูเก็ตสักตัวถ้ามีโอกาส จนกระทั่งทราบว่ามีการจัดประกวดก็เลยตัดสินใจส่งผลงานเข้าประกวดในครั้งนี้ และฝันเป็นจริงเมื่อ “น้องจุ้ง” ได้รับเลือกให้เป็นมาสคอตภูเก็ต

“จินต์ สถาพรสถิตย์สุข” กล่าวต่ออีกว่า สำหรับโจทย์ที่ได้รับมานั้น ทางคนจัดประกวดต้องการ “มาสคอต” ที่เป็นสัญลักษณ์ของภูเก็ตและเพื่อใช้ในการประชาสัมพันธ์ความเป็นภูเก็ตไปสู่สายตานักท่องเที่ยว ก็มาคิดว่าอะไรที่จะสื่อถึงความเป็นภูเก็ตได้บ้าง ก็เลยมาคิดว่า ภูเก็ตเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ยุคเหมืองแร่ ต่อเนื่องมาจนถึงเมืองเกษตรกรรม ยางพาราและปาล์ม จนมาถึงยุคเฟื่องฟูคือยุคของการเป็นเมืองท่องเที่ยว

ภูเก็ตเป็นเมืองที่มีความหลากหลายของประชากร ไม่ว่าจะเป็นคนไทยเชื้อสายจีน คนไทย ชาวไทยมุสลิม ชาวไทยใหม่ ชาวต่างชาติที่เข้ามาพักอาศัย ก็มาคิดว่าอะไรที่จะสื่อออกมาแทนคนทั้งหมดและมีความเป็นเอกลักษณ์โดยไม่เจาะจงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง นอกจากนั้น ด้วยความที่ภูเก็ตเป็นเกาะ สัตว์ทะเลจึงคิดว่าเหมาะสมที่สุด แต่สัตว์ทะเลอะไรที่จะเป็นสิ่งใหม่ๆ ไม่จำเจ ไม่น่าเบื่อ ก็เลยออกมาในรูปของกุ้งมังกร เพราะว่าภูเก็ตได้ประชาสัมพันธ์เทศกาลกุ้งมังกรมาปีนี้เป็นปีที่ 4 แล้ว จึงคิดว่าน่าจะเป็นตัวแทนและตอบโจทย์ของความเป็นภูเก็ตได้

“จินต์ สถาพรสถิตย์สุข” กล่าวต่อไปว่า ถ้าจะออกแบบเป็นกุ้งมังกรอย่างเดียวก็ไม่น่าสนใจ และไม่ทันสมัยเพราะหลังจากนี้จะต้องมองภูเก็ตไปข้างหน้า อะไรที่ทำให้มีความทันสมัย ก็เริ่มจากการใช้คำเรียกชื่อ แทนที่จะเรียกว่า น้องกุ้ง ก็มาเป็น “น้องจุ้ง” ซึ่งเป็นคำที่ทันสมัยเป็นตัวแทนเด็ก ยุคอัลฟ่า เพราะเราจะต้องเริ่มมองไปข้างหน้า จึงต้องเริ่มจากเด็กยุคใหม่ล่าสุดคือยุค “อัลฟ่า” ซึ่งเป็นเด็กที่เก่งทางด้านเทคโนโลยี มีความเชี่ยวชาญในเรื่องของโลกอินเทอร์เน็ต และเป็นเด็กที่มีความตื่นเต้นกับประสบการณ์ใหม่ว่าภูเก็ตมีอะไรดีบ้าง จึงได้เกิดมาสคอตในรูปแบบ น้องจุ้ง เด็กน้อยในร่างกุ้งมังกร ขึ้น

ทำไมต้องเป็นเด็กในร่างกุ้งมังกร เพราะอย่างที่ทราบตัวกุ้งมังกรโดยสัดสวนของเขาเองไม่ใช้สัตว์ที่น่ารัก จึงตัดสินใจนำร่างกุ้งมังกรมาสวมให้เด็กยุคอัลฟ่า เพื่อทำให้เกิดความน่ารักเวลาขยับหรือเคลื่อนไหวก็จะเป็นมาสคอตที่ทรงกลมๆ ซึ่งจากการไปดูการประกวดมาสคอต ระดับประเทศที่ญี่ปุ่น พบว่า มาสคอต ตัวกลมๆ จะมีแรงดึงดูให้เด็กๆ วิ่งเข้าหา เข้ามากอด

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะออกมาเป็น “น้องจุ้ง” ได้คิดงานเรื่องมาสคอต มาระยะหนึ่งแล้ว ก่อนที่จะทราบว่ามีการประกวด ร่างแบบกันมาเยอะมาก พัฒนามาเรื่อยๆ แต่ไม่มีโอกาสที่จะทำออกมา จนกระทั่งทราบว่ามีการจัดประกวดและมีโจทย์ ต้องเป็นมาสคอตที่สื่อถึงภูเก็ต โดดเด่น สวยงาม มีเสน่ห์ น่าจดจำและเข้าถึงผู้ชมได้ง่าย จึงนำแบบที่ร่างไว้มาพัฒนาออกแบบจนมาเป็น “น้องจุ้ง” ในปัจจุบัน

ส่วนความคาดหวังกับ น้องจุ้ง มาสคอตภูเก็ต “จินต์ สถาพรสถิตย์สุข” บอกว่า อยากเห็น น้องจุ้ง ไปทำหน้าที่ในการประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ตให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น และในอนาคตอาจจะไปร่วมมาสคอตของจังหวัดอื่นๆ ร่วมกันประชาสัมพันธ์กลุ่มจังหวัดอันดามันให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น



Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...